สถานที่ท่องเที่ยว โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์







บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด   :   www.oceansmile.com
23/121 ซอยนวมินทร์ 161 ถนนนวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230

โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39
 แฟ็กซ์ 0-2944 0825, 0-2969 3680
เจาะลึก...ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติ...กับโอเชี่ยนสไมล์ทัวร์
• แสดงข้อมูลสำหรับพิมพ์ คลิ๊กที่นี่
[MOR-104] ทัวร์โมรอคโค คาซาบลังกาเอลจาดีด้า มาราเกช โชว์โมร็อกโก
ไอท์ เบนฮาดู วอซาเซท เออร์ฟอย์ด เมอร์ซูก้าร์ อิเฟรน เฟซ เมคเนส โวลูบิลิซ ราบัต
(พัก เอซาเวร่า 1 คืน, มาราเกช 2 คืน, วอซาเซท 1 คืน, ทะเลทราย 1 คืน, เฟส 2 คืน, คาซาบลังกา 1 คืน)
    โอเชี่ยนสไมล์ ทัวร์ ขอนำท่านเดินทางสู่ ประเทศ “โมรอคโค” ดินแดนบนสุดขอบทวีปแอฟริกาตะวันตกเฉียงเหนือ ที่มีกลิ่นอายแห่งชาวแขกมัวร์ที่มีเอกลักษณ์พิเศษ ชนพื้นเมืองชาวแอฟริกันเบอร์เบอร์ ที่มีรูปแบบวัฒนธรรมผสมผสานกับตะวันตก ด้วยระยะทางที่ถูกคั่นด้วยช่องแคบยิบรอลต้า ห่างจากยุโรปเพียง 14 กิโลเมตร
• ทัวร์เที่ยวครบ จบโปรแกรม อาหารดี ที่พักหรู
• บินเข้าคาซาบลังก้า - บินออกราบัต ประหยัดเวลาในการเดินทาง
• สัมผัสบรรยากาศเมืองริมขอบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ในเมืองที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง คาซาบลังก้า
• ชม เมืองเอลจาดีด้า เดิมชื่อ มาซากัน (Mazagan) เป็นภาษาโปรตุเกส เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่บนอ่าวชายฝั่งทะเลแอตแลนติค เคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญของโมรอคโคที่ทำการค้ากับชาวฟินีเชียน
• เยี่ยมเมืองมหัศจรรย์แห่ง มาราเกช เมืองโอเอซิสบนลุ่มน้ำเทนซิฟท์ อดีตเมืองหลวงแห่งราชวงศ์อัลโมราวิด เมืองนี้ถูกกล่าวขานให้เป็น A City of Drama
• เปิดประตูสู่ ทะเลทรายซาฮาร่า เมืองวอซาเซท ที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวแบบผจญภัยท่ามกลางทะเลทราย เมืองนี้ถูกกล่าวขานให้เป็นเมืองฮอลิวู๊ดแห่งโมรอคโค
• ขี่อูฐและนอนดูดาวท่ามกลางทะเลทรายซาฮาร่าที่ เมอร์ซูก้า
• เยือนอดีตเมืองหลวงเก่าแห่ง เฟส เมืองที่คงเสน่ห์ความเป็นโมรอคโคไว้ได้อย่างดีเยี่ยม การเดินเล่นในเมืองเก่าให้ความรู้สึกเหมือนการย้อนเวลาสู่อดีต ซึ่งไม่มีที่ใดจะเสมอเหมือนได้
• ชมเมืองเก่ายุคโรมันที่ โวลูบิลิส และเมืองตากอากาศ อิเฟรน
• เยือนสุดยอดมนต์เสน่ห์ สุดแสนโรแมนติกที่ต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิตที่ เชฟชาวเอิน
• สัมผัสมชื่นชมกับทิวทัศน์อันแสนโรแมนติก สถานที่ศิลปินหลายท่านสร้างสรรค์ผลงานจากบรรยากาศชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกที่ เอซาเวร่า
• พักโรงแรมมาตรฐาน ระดับ 4-5 ดาว
ทัวร์โมรอคโค
รายละเอียดโปรแกรม
ทัวร์โมรอคโค
เมืองคาซาบลังกา
ทัวร์โมรอคโค
ชายทะเลคาซาบลังกา
ทัวร์โมรอคโค
สุสานโมฮัมเหม็ดที่ 5
ทัวร์โมรอคโค
ประตูเมืองโบราณโวลูบิลิส
ทัวร์โมรอคโค
เมืองโรมันโบราณโวลูบิลิส
ทัวร์โมรอคโค
ประตูเมืองเก่าเฟส
ทัวร์โมรอคโค
เมืองเก่าเฟส โมร็อกโก
ทัวร์โมรอคโค
เมืองเก่าเฟส โมร็อกโก
ทัวร์โมรอคโค
บ่อย้อมสีเครื่องหนัง
ทัวร์โมรอคโค
สวนจาร์ดีน มาจอแรล
ทัวร์โมรอคโค
พระราชวังบาเฮีย
• รางวัล Thailand Tourism Awards และรางวัลต่างๆจากกรมการท่องเที่ยว

รางวัลกินรีทอง

รางวัลบริษัททัวร์มาตรฐาน

รางวัลบริษัททัวร์มาตรฐาน

รางวัลบริษัททัวร์มาตรฐาน
• โปรแกรมการเดินทาง (บินเข้าคาซาบลังก้า – บินออกราบัต - กรุ๊ป 16 - 20 ท่าน)
• วันที่ 17 - 27 ตุลาคม 2561 : ราคาท่านละ 83,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
• วันที่ 30 พฤศจิกายน - 10 ธันวาคม 2561 : ราคาท่านละ 83,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
• วันที่ 26 ธันวาคม – 5 มกราคม 2562 : ราคาท่านละ 86,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
วันแรก : สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงอาบูดาบี
17.00 น.   พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 8 - 9 เคาน์เตอร์เช็คอินแถว Q สายการบิน Etihad Airways เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอินท์
20.35 น.   ออกเดินทางสู่ กรุงอาบูดาบี้ (ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) สายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY 401 (20.35-00.10 ใช้เวลาบินช่วงแรกประมาณ 6.35 ชั่วโมง) ท่านจะได้เพลิดเพลินกับจอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง บนเครื่องมีบริการอาหารครับ)
วันที่สอง : อาบูดาบี (Abu Dhabi) – คาซาบลังก้า (Casablanca) – เชฟ เชาเอิน (Chefchaouen)
00.10 น.   ถึง สนามบินกรุงอาบูดาบี้ (ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) แวะเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อเดินทางต่อไป เมืองคาซาบลังกา ประเทศโมร็อกโก
02.45 น.  
ออกเดินทางสู่ เมืองคาซาบลังกา โดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY 613 บินต่ออีกประมาณ 8.50 ชั่วโมง (ระยะเวลาบินและแวะเปลี่ยนเครื่อง รวม 20.15 ชั่วโมง มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
08.35 น.   ถึง สนามบินนานาชาติเมืองคาซาบลังก้า (Casablanca) ประเทศโมรอคโค (เวลาท้องถิ่น ช้ากว่าประเทศไทย 7 ช.ม.) นำท่านผ่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร พบมัคคุเทศก์ท้องถิ่น นำท่านเดินทางสู่ เมืองเชฟเชาเอิน (Chefchaouen) ระยะทาง 333 กม. ใช้เวลาเดินทาง 3.50 ชม. เมืองนี้ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงอีกแห่งและยังเป็นเมืองที่มีชายแดนติดกับสเปนด้วย ด้วยความที่รูปร่างลักษณะของยอดเขาของที่นี่เหมือนกับเขาแพะ (Chaoua) ดังนั้นชื่อเมือง Chefchaouen จึงมีความหมายที่ตรงตัวเลยว่า “มองที่เขาแพะนั่นซิ” ด้วยลักษณะเมืองที่อยู่บนภูเขา จึงทำให้นักท่องเที่ยวที่มานี่ต่างได้ลิ้มรสของความเงียบสงบ บรรยากาศโรแมนติก และได้สัมผัสถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเที่ยวชมเมือง เดินชมเมดิน่าของเมืองเชฟเชาเอิน ที่บ้านเรือนตกแต่งด้วยอาคารสีฟ้า รวมถึงนำเดินเล่นชม Plaza Uta El-Hamman ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าและคาเฟ่ในบรรยากาศยามเย็น ที่นี่ยังมีชื่อเสียงทางด้านช้อปปิ้งอีกด้วย ที่มีทั้งสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้านที่หาไม่ได้จากไหนในโมรอคโค เช่นเสื้อผ้าขนสัตว์ รวมทั้งชีสที่ทำจากแพะ
ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร หลังอาหารพักผ่อนค้างคืนในเมืองเชฟ เชาเอิน Dar EchChouen ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
วันที่สาม : เชฟ เชาเอิน - เมคเนส (Meknes) - เมืองโรมันโวลูบิลิส - เฟซ (Fes)
เช้า    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารออกเดินทางสู่ เมคเนส (Meknes) ระยะทาง 210 กม. ใช้เวลาเดินทาง 3.30 ชม. เป็นเมืองหลวงโบราณในสมัยสุลต่านมูเล อิสมาอิล (Mouley Ismail) แห่งราชวงศ์อะลาวิท (Alawite Dynasty) กษัตริย์จอมโหดผู้ชื่นชอบการทำสงครามใน ศ.ต. ที่ 17 ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมือง เมกเนสจึงเป็นเมืองศูนย์กลางการผลิตมะกอก ไวน์ และพืชพรรณต่างๆ นำท่านชมกำแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่าที่ยาวประมาณ 40 กม. ซึ่งเดิมเคยมีประตูเมืองใหญ่โตถึง 14 ประตู ชม ประตูบับมันซู (Bab Mansour Monumental Gate) ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุด ตกแต่งด้วยโมเสดและกระเบื้องสีเขียวบนผนังสีแสด
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารที่เมืองเมคเนส หลังอาหารออกเดินทางต่ออีก 80 กิโลเมตร ประมาณ 1 ชม. ระหว่างทางแวะชม เมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส (Roman city of Volubilis) ที่ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ. 1755 แต่ยังคงเห็นได้ถึงร่องรอยความยิ่งใหญ่ของเมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีต จากวิหารเทพเจ้าของเมืองโบราณโวลูบิลิสท่านสามารถมองเห็นเมืองมูเลไอดริส (Moulay Idriss) เมืองศูนย์กลางศาสนาอันศักดิ์สิทธิของชาวมุสลิมในโมรอคโค ทุกๆปี ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน จะมีเหล่านักจาริกแสวงบุญมาเยือนเมืองแห่งนี้เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา เปรียบได้กับเมืองเมกกะของประเทศซาอุดิอารเบีย นำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองเฟซ (Fes) เป็นเมืองโบราณตั้งอยู่บนพื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่ต่อจากเชิงเทือกเขารีฟ (Rif Mountain) ทางตอนเหนือกับเขตเทือกเขาแอตลาสตอนกลาง (Middle Atlas) มีแม่น้ำเฟส (River Fes) ไหลผ่านกลางเมือง ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ(เมษายน-พฤษภาคม) จะเห็นดอกไม้ป่าสีสันสดใสขึ้นตลอดข้างทาง และที่นี่เป็นเมืองที่ยังคงมีบรรยากาศของเมืองโบราณที่ผู้คนยังใช้ลาเป็นพาหนะและบรรทุกของกันอยู่ ท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าแก่ที่สุดในบรรดาเมืองหลวงเก่าทั้งสี่แห่ง แต่สิ่งที่สำคัญของเมืองเฟสคือในปี ค.ศ.1981 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เขตเมืองเก่าของเฟสเป็นเมืองมรดกโลกทางประวัติศาสตร์
ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร หลังอาหารพักผ่อนค้างคืนในเมืองเฟซ HOTEL Atlas Medina ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า
วันที่สี่ : เฟซ (Fes) - เมดิน่าแห่งเฟส
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านเที่ยวชม เมืองเฟซ (Fes) เมืองหลวงเก่าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมรอคโค เริ่มด้วยจุดชมวิวบนป้อมปราการแห่งราชวงศ์ซาเดียน ต่อด้วยชม ประตูพระราชวังแห่งเฟซ (The Royal Palace) ประตูทางเข้าพระราชวังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยและสง่างาม เป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมรอคโค บริเวณใกล้เคียงพระราชวังเคยเป็นชุมชนชาวยิวที่ทำรายได้ให้แก่ราชวงศ์ เพราะชาวยิวฉลาดทำการค้าเก่งแต่ปัจจุบันชาวยิวส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับไปอยู่ในดินแดนแห่งพันธสัญญา (ประเทศอิสราเอล) คงเหลือชาวยิวอยู่ไม่มากนัก ชม ชุมชนชาวยิว (The Synagouge) ที่มาอาศัยอยู่ตั้งแต่ในสมัยศ.ต.ที่ 7 ซึ่งกระจายอยู่ทุกเมืองในอดีต ชาวยิวเป็นชนชาติที่ขยัน ฉลาด ส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นพ่อค้า จึงทำให้สุลต่านและกษัตริย์ในอดีตนำชาวยิวมาเป็นบริวารอยู่โดยรอบวัง เพื่อการเก็บภาษีจากการค้าได้ง่ายขึ้น จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ท่านเดินเข้าสู่เขาวงกตอันซับซ้อนแห่ง เมดินาเมืองเฟซ ผ่าน ประตู Bab Bou Jeloud ที่สร้างตั้งแต่ปี 1913 ที่ใช้โมเสดสีฟ้าตกแต่ง เดินผ่านเข้าไปในเขตเมดิน่าแล้วเหมือนข้ามกาลเวลาย้อนสู่อดีต นำท่านเดินผ่านตลาดสดขายข้างปลาอาหาร และผัก ผลไม้สดต่างๆนาๆ ชม เมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (Merdersa Bou Imania) ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่สวยงามประณีต ในเขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยกว่า 10,000 ซอย มีซอยแคบสุดคือ 50 ซ.ม. ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็กๆที่หน้าร้านจะมีหม้อ กระทะ อุปกรณ์เครื่องครัว วางแขวนห้อยเต็มไปหมด ย่านขายพรมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ และย่านเครื่องเทศ (Souk El Attarine) ท่านจะได้สัมผัสทั้งรูป รสและกลิ่นในย่านเครื่องเทศที่มีการจัดเรียงสินค้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ระหว่างที่เดินตามทางในเมดิน่าท่านจะได้พบกับน้ำพุธรรมชาติ (Nejjarine Fountain) เพื่อให้ชาวมุสลิมให้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าในบริเวณมัสยิด นอกจากนี้ที่ตามซอกมุมอาจเห็นภาพชายสูงอายุหนวดเครารุงรังนั่งแกะสลักไม้ชิ้นเล็กๆอยู่บริเวณตามทางเดินแคบๆในเขตเมืองเก่า บางทีเราก็ยังจะเห็นผู้หญิงที่นี่สวมเสื้อผ้าที่ปิดตั้งแต่หัวจนถึงเท้าจะเห็นได้ก็เฉพาะตาดำอันคมกริบเท่านั้น
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารในเมดิน่า หลังอาหารนำท่านเดินต่อในเมดิน่าแห่งเฟส แวะชม สุสานของมูเล ไอดริสที่ 2 (Moulay Idriss Mausolem II) ที่ชาวโมรอคโคถือว่าเป็นแหล่งมาแสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ ผ่านชม สุเหร่าใหญ่ไคเราวีน (Kairaouine Mosque) ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมรอคโคและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว (เข้าด้านในได้เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น) จากนั้นนำท่านเดินชมย่านเครื่องหนังและแวะชม บ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟส ถูกอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก้ ทั้งหมดนี้เป็นเสน่ห์ของการเดินเที่ยวชมเมืองที่ต้องเดินแหวกว่ายเข้าไปในกลุ่มคนชาวพื้นเมือง ช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่น เมืองเฟซจึงเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อท่านเดินผ่านประตูเข้าไปจะพบตรอกซอยเล็ก ๆ มากมาย วกวน ซับซ้อน ซึ่งยุคอิสลามเก่าแก่ถนนเมืองหลวงหลาย ๆ เมืองจะมีความเหมือนกันคือความวกวน ซับซ้อน เหมือนเขาวงกต ไม่แปลกที่หลายคนจะไปหลงอยู่ในตรอกซอยได้ ท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่มีชีวิตชีวาและผู้คนมากมาย
ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร พักผ่อนค้างคืนในเมืองเฟซ HOTEL Atlas Medina, FES ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า : เฟซ (Fes) - อิเฟรน (Ifrane) – เออร์ฟูย์ด (Erfoud) – เมอร์ซูก้า(Merzouga)
เช้า   รับประทานอาหารเช้าโรงแรม หลังอาหารออกเดินทางสู่ เขตทะเลทรายซาฮาร่า ระหว่างทางผ่าน เมืองอิเฟรน (Ifrane) ซึ่งห่างจากเฟซ ลงทางใต้ประมาณ 60 กม. เป็นเมืองที่ความสูงประมาณ 1,650 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นที่พักตากอากาศซึ่งในอดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างขึ้นบริเวณนี้ ในช่วง ค.ศ. 1930 บางครั้งเรียกเมืองแห่งนี้ว่า เจนีวาแห่งโมรอคโค บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้บาน และทะเลสาบสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน เส้นทางนี้ผ่านเทือกเขาแอตลาส ชื่อที่คุ้นเคยกันมานาน เดินทางข้าม Middle Atlas ภูมิประเทศเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้ สองข้างทางเปลี่ยนสภาพจากความแห้งแล้วเป็นป่าไม้ พุ่ม และสลับกับความแห้งแล้งของภูเขา
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารที่ Midelt หลังอาหารออกเดินทางสู่ เออร์ฟูย์ด (Erfoud) ซึ่งเป็นโอเอซิสศูนย์กลางการค้าขายของคาราวานซึ่งเดินทางมาจากซาอุดิอาระเบีย และซูดาน ระหว่างทางจะผ่านโอเอซิส การทำระบบชลประทานใต้ดิน (ใครที่เคยเที่ยวเส้นทางสายไหมในจีนมาแล้วคงพอจะนึกออก) ก่อนเข้าที่พักแวะชม ฟอสซิลเวิร์ด และนำท่านเดินทางสู่ เมืองเมอร์ซูก้าร์ โดยท่านจะนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4 WD ไปท่อง ทะเลทรายซาฮาร่า “Sahara” เป็นทะเลทรายในทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก (รองจากทะเลทรายในทวีปแอนตาร์กติกา) และเป็นทะเลทรายร้อนที่ใหญ่ที่สุดของโลก ลัดเลาะขอบทะเลทรายสู่เขตซาฮาร่า เข้าสู่ที่พักโรงแรมกลางทะเลทรายซาฮาร่า TOMBUCTOU HOTEL, MERZOUGA หรือเทียบเท่า การเข้าพักทะเลทราย ท่านต้องใช้กระเป๋าสัมภาระใบเล็ก แยกไว้เพื่อนำไปใช้ในทะเลทราย
ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม จากนั้นพักผ่อนนอนดูดาวตามอัธยาศัย
วันที่หก : เออร์ฟูย์ด - ทินเฮียร์ (Tinghir) - ทอดร้าจอร์จ (Todra Gorge) – วอซาเซท
เช้าตรู่    ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นปลุกท่านตื่นเพื่อไป ขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลทรายซาฮาร่า จากนั้นกลับมารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารออกเดินทางสู่ ทอดร้าจอร์จ “Todra George” ชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิส ลำน้ำเกลือที่ไหลผ่านช่องเขา กับหน้าผาสูงชันแปลกตา เป็นแหล่งปีนหน้าผาสำหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย แวะชม โอเอซิส “Tinerhir” ชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ท่ามกลางความแห้งแล้ง ยังมีความชุ่มชื้นของโอเอซิส ต้นปาล์ม เคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากวอซาเซท
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารเดินทางต่อบนเส้นทางที่ได้รับการขนานนามว่า ถนนแห่งคาชบาห์หรือป้อมปราการนับพัน เนื่องจากตลอดสองข้างทางจะมีคาชบาห์น้อยใหญ่หลายร้อยแห่งเรียงรายสุดลูกหูลูกตาตามถนนดังกล่าวสู่ เมืองวอซาเซท (Ouarzazate) ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ.1928 ฝรั่งเศสได้ตั้งกองกำลังทหารและพัฒนาที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร วอซาเซทเป็นเมืองถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่แวดล้อมไปด้วยสตูดิโอ ภาพยนตร์ และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทำกิจกรรมต่างๆ เช่นการขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐ กิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย (สำหรับในฤดูหนาว-ฤดูใบไม้ผลิ (พ.ย.-เม.ย.) ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้ภูเขาแอตลาส ที่มีหิมะปกคลุมในช่วงดังกล่าว วอซาเซท อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่าง และความผจญภัยที่หาไม่ได้จากที่ไหน วอซาเซทเป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของทางตอนใต้ และที่นี่ยังเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันออก สำหรับนักท่องเที่ยวบางคนที่ชอบรสชาติของความเป็นทางใต้ ณ จุดกึ่งกลางแห่งนี้ และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจเมืองต่างๆได้ทุกวัน
ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร หลังอาหารพักผ่อนค้างคืนในเมืองวอซาเซท HOTEL Sultan Royal Golf ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่เจ็ด : วอซาเซท - ไอท์ เบน ฮาดดู - มาราเกช
ช้า    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านชม ป้อมทาเริท “Kasbah Taourirt” (ชมด้านใน ซึ่งรวมค่าเข้าชมแล้ว) เป็นป้อมแห่งตระกูลกลาวี ภายใต้หมู่อาคารขนาดใหญ่ ซึ่งภายในประกอบด้วยห้องต่างๆ จำนวนมากซ่อนอยู่เชื่อมต่อกันด้วยถนนเล็กๆ และเส้นทางลับคดเคี้ยวตามอาคารที่เบียดเสียดกัน นำท่านชมคฤหาสน์ของผู้ปกครองมาราเกซ ตระกูล กลาวี (Glaoui Palace) อยู่ภายใน ซึ่งยังมีลวดลายผนังอาคารและรูปแบบสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของการสร้างอาคารของชาวเบอร์เบอร์ การออกแบบอาคารซึ่งเหมาะกับความเชื่อและความเป็นอยู่ของเหล่าเจ้าผู้ปกครอง ในยุคของตระกูล Glaoui ที่นี่มีคนงานและคนรับใช้จำนวนหลายร้อยคนจึงต้องมีห้องเป็นจำนวนมาก มีทั้งส่วนที่เป็นวังเก่า ห้องนั่งเล่น ห้องรับรอง บางห้องก็ว่างเปล่า ยูเนสโก้ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นมาจากอาคารเดิมเพียง 1 ใน 3 ของอาคารทั้งหมด จากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองไอท์ เบนฮาดดู (Ait Benhaddou) เมืองไอท์ เบนฮาดดู เป็นเมืองที่ชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในโมรอคโคภาคใต้ คือ ป้อมไอท์ เบนฮาดดู (Kasbash of Ait Ben Hadou) เป็นป้อมดินซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนต์หลายเรื่องที่โด่งดังอาทิ Lawrance of Arabia , Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้ ได้ร้บการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1987
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารออกเดินทางสู่ เมืองมาราเกช (Marakesh) (ระยะทาง 187กิโลเมตร ใช้เวลา 2.40 ชั่วโมง) ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้ เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐ ที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิดช่วงศ.ต.ที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก จึงได้สมญานามว่าเป็น A city of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้ นำท่านชม มัสยิด คูตูเบีย (Koutoubia Mosque) ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ หอขานละหมาดมีความสูง 226 ฟุต (หรือ 70 เมตร) จากนั้นนำท่านชม จัตุรัสกลางเมือง Djemaa Fnaa Square ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวา ที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ได้ที่ ตลาดเก่า (Old Market) ที่อยู่รายรอบจัตุรัสอย่างเพลิดเพลิน
ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร พักผ่อนค้างคืนในเมืองมาราเกช Les Jardins d’ Agdal HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า
วันที่แปด : มาราเกช (Marakesh) - เอซาเวร่า
เช้า    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านชม สวนจาร์ดีน มาจอแรล (Jardin Majorelle) หรือ สวนยิปแซงลอเร้นซ์ (Yves Saint Laurent Gardens) ชื่อนี้เป็นที่คุ้นเคยของสาวๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นสุดหรูของ Yves St. Laurent นักออกแบบแฟชั่นดีไซน์แห่งปารีส ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสวนแห่งนี้ ในช่วงที่โมรอคโคตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส ยิปแซงลอเร้นซ์มาที่ประเทศโมรอคโค เพื่อพักผ่อนหลังจากเคร่งเครียดจากงานออกแบบแฟชั่นโชว์ บ้านหลังนี้เคยตกเป็นของเศรษฐีแห่งมาราเกช หลังจากยิปแซงมาเยือนมาราเกช ก็ได้เกิดความหลงใหลในเมืองแห่งนี้ และซื้อบ้านหลังนี้ไว้เป็นที่พักผ่อน ชมสวนที่ถูกออกแบบโดยใช้สีฟ้า และสีส้มเป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเสา แจกัน และชมนานาพรรณของต้นไม้แห่งทะเลทราย ที่จัดได้อย่างสวยงาม จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชม พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) เป็นพระราชวังของท่านมหาอำมาตย์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น แต่ด้วยความที่มีการวางแผนก่อสร้างและตกแต่งอย่างเร่งรีบ จึงเป็นที่วิจารณ์กันว่ารายละเอียดหลายๆอย่างในพระราชวังแห่งนี้ยังไม่สมบูรณ์ลงตัว พระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้น (Stucco) มีการวาดลายบนไม้ และประดับประดาด้วยโมเสกเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนมาก จากนั้นเดินทางต่อไปยัง สุสานแห่งราชวงศ์ซาเดียน (Saadian Tombs) เป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์และเหล่าเชื้อพระวงศ์ในสมัยราชวงศ์ซาเดียน สถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างมากกว่า 2 ศตวรรษ ภายหลังได้รับการบูรณะ และเปิดให้เข้าชมความงดงามของงานศิลปะแบบมัวริส (Moorish) แท้ๆความวิจิตรอลังการของห้องโถงภายใน เสาคอลัมน์หินอ่อนสีสวย ลวดลายงานปูนที่ประดับประดาบนผนังและเพดาน สวนสวยภายนอกที่สร้างขึ้นใหม่ โดยเขาว่าเป็นการทำตามแบบสวนสวรรค์ของพระอัลเลาะห์ (Allah's Paradise)
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองเอซาเวร่า (Essaouira) (ระยะทาง174 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชั่วโมง) เอซาเวร่า หมายถึงรูปภาพ ไม่ว่าจะถ่ายจากมุมไหนๆ ภาพที่ได้มานั้นจะออกมาสวยอย่างไม่มีที่ติ เอซาเวร่าเป็นเมืองเล็กๆ ริมขอบมหาสมุทรแอตแลนติก ที่มีเสน่ห์อย่างเป็นเอกลักษณ์ ในเขตเมืองเก่า (เมดิน่า) มีกำแพงเมืองเก่าขนาดหนาซ้อนกัน 2 ชั้น ที่ใช้ป้องกันพายุหน้าร้อนที่พัดมาประจำทุกปี บ้านเรือนและร้านค้าภายในเขตกำแพงเมืองทำด้วยปูนสีขาวกลมกลืนไปกับประตูสีฟ้า สถาปัตยกรรมเหล่านี้ถูกหล่อหลอมมาจากวัฒนธรรมอันหลากหลาย ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นแหล่งที่อยู่ของพ่อค้าชาวยิว และชาวยิวกลุ่มนี้เองที่เคยเปลี่ยนเมืองนี้เป็นเมืองที่มั่งคั่งที่สุดของโมรอคโคในศตวรรษที่ 17 และ 18 นำท่านเที่ยวชมเมืองเอซาเวร่า ให้ท่านเดินเล่นตลาดเก่าเมดิน่าแห่งเมืองนี้ ซึ่งมากมายผู้คนมาจับจ่ายซื้อของ และเดินชมบรรยากาศเมืองท่าเรือ และศูนย์กลางของเมือง ได้เวลาพอสมควรนำท่านชมพระอาทิตย์ตก ณ.ชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกที่ ป้อมปราการเมือง Skala de laville ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของเมือง สวนบนป้อมมีปืนใหญ่วางเรียงรายอยู่เป็นแนวแถวและในอดีตส่วนล่างของป้อมใช้เป็นคลังเก็บอาวุธทโธปกรณ์ โรงม้าศึกที่ใช้ในการสงคราม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ พักผ่อนค้างคืนในเมืองเอซาเวร่า ATLAS MEDINA AND SPA HOTEL ESSAOUIRRA ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่เก้า : เฟซ - เมืองโรมันโวลูบิลิส - เมคเนส (Meknes) –ราบัต (Rabat) – คาซาบลังก้า
เช้า    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารออกจากเมืองเอซาเวร่าโดยรถมุ่งลงไปทางเหนือเลาะเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกไปยัง เมืองเอล จาดีด้า ระยะทาง 254 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 3.5 ชั่วโมง นำท่านชม เมืองเอลจาดีด้า เดิมชื่อ มาซากัน (Mazagan) เป็นภาษาโปรตุเกส เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่บนอ่าวชายฝั่งทะเลแอตแลนติค เคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญของโมรอคโคที่ทำการค้ากับชาวฟินีเชียน ต่อมาปี ค.ศ. 1502 ชาวโปรตุเกสขึ้นฝั่งที่นี่และได้สร้างป้อมปราการ เรียกว่า El Brijia El Jaida หลังจากมีการสร้างเมืองขึ้นในปี ค.ศ. 1506 ได้เรียกเมืองว่ามาซากัน ซึ่งกลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญของชาวโปรตุเกส ในปี ค.ศ.1562 ป้อมถูกโจมตีโดยโดยชาวอาหรับแต่ไม่สำเร็จ ระหว่างค.ศ.1580 - 1640 ตกอยู่ภายใต้การปกครองของชาวสเปน และกลับมาถูกปกครองโดยชาวโปรตุเกสอีกครั้ง ชมสถาปัตยกรรมที่แสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนอิทธิพลระหว่างวัฒนธรรมยุโรปและโมรอคโค ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2004 นำท่านชมบ่อเก็บน้ำดื่มใต้ดินประจำเมือง นอกจากนั้นที่นี่ยังใช้เป็นคุกใต้ดินที่เคยใช้เป็นที่คุมขังของทาสในสมัยโปรตุเกส และเป็นคลังเก็บอาวุธสงคราม
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารออกเดินทางสู่ เมืองคาซาบลังก้า (ระยะทาง 101 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชั่วโมง) นำท่านเที่ยวชมเมือง 'คาซาบลังก้า' หมายถึง บ้านสีขาว คำว่า 'คาซา' แปลว่า บ้าน และ 'บลังกา' แปลว่า สีขาว เป็นเมืองที่คนทั่วโลกรู้จัก และอาจรู้จักมากกว่า 'ราชอาณาจักรโมรอคโค' ด้วยซ้ำ เพราะนอกจากจะเป็นเมืองท่าและเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานระหว่างประเทศแล้ว ยังถูกใช้เป็นฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง Casablanca (โดยที่ไม่ได้ถ่ายทำในคาซาบลังก้าเลย) เป็นเรื่องราวความรักระหว่างนายทหารอเมริกันและหญิงคนรัก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้คาซาบลังก้าเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และปัจจุบันเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของโมรอคโคที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณเกือบ 5 ล้านคน
ค่ำ   รับประทานอาหารเย็น พักผ่อนค้างคืนในเมืองคาซาบลังก้า MOVENPIC Hotel ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า
วันที่สิบ : คาซาบลังก้า - กรุงอาบูดาบี้
เช้า    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านชม สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (ชมด้านใน ซึ่งรวมค่าเข้าชมแล้ว) มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองเมกกะ สุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโคทุกแขนง ชมทิวทัศน์รอบๆ สุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งทะเล ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมรอคโคที่ชอบมาเดินเล่นหลังจากปฏิบัติศาสนกิจเสร็จแล้วนำชมเมืองคาซาบลังก้า โบถส์คริสเตียน (The Church of our ladies of Lourdes) ภายในมีภาพกระจกสีสวยงามแสดงเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับศาสนา นำท่านผ่านชม จัตุรัสสหประชาชาติ หรือ จตุรัสโมฮัมหมัดที่5 ซึ่งเป็นใจกลางเมืองย่านธุรกิจสำคัญ ให้ท่านถ่ายรูปบรรยากาศเมืองและชาวโมรอคโคท้องถิ่นขายน้ำในชุดประจำชาติอันเป็นสัญลักษณ์ของโมรอคโค
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารออกเดินทางสู่ เมืองราบัต (Rabat) ซึ่งมีระยะทาง94 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ2ชั่วโมง นำท่านชม เมืองราบัต เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาตั้งแต่ปีค.ศ.1956 เมื่อโมรอคโคหลุดพ้นจากการเข้าแทรกแซงทางการเมืองของฝรั่งเศส และเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง และทำเนียบทูตานุทูตจากต่างแดน เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม นำชม ป้อมอูไดยะ ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้นที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ ด้านในเป็นเมดิน่า บ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้า ที่สะอาดตาน่าเดินเล่น (ทายซิว่าทำไมเมดิน่าแห่งนี้ จึงใช้สีฟ้า ) จากนั้นชม สุเหร่าหลวง ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์ กษัตริย์แห่งโมรอคโคจะทรงม้าจากพระราชวังมายังสุเหร่า เพื่อประกอบศาสนกิจ ชม สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 พระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีทหารยามยืนเฝ้าสง่าทุกประตู และเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 แต่ไม่สำเร็จ
20:15 น.   ออกเดินทางสู่ สนามบินอาบูดาบี โดยเที่ยวบินที่ EY616 (2015-0710+1) ใช้เวลาบิน 7.15 ชั่วโมง
วันที่สิบเอ็ด : สนามบินสุวรรณภูมิ
07.10 น.   เดินทางถึง สนามบินกรุงอาบูดาบี้ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเที่ยวบินเพื่อเดินทางต่อกลับกรุงเทพฯ
08.55 น.   ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY 408 (08.55-18.05)
18.05 น.  
ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
• อัตราค่าบริการ
วันเดินทาง
ผู้ใหญ่
เด็ก (เสริมเตียง)
พักเดี่ยว
17 – 27 ตุลาคม 2561
ท่านละ 83,900.-บาท
ท่านละ 83,900.-บาท
เพิ่มท่านละ 12,500.-บาท
30 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม
ท่านละ 83,900.-บาท
ท่านละ 83,900.-บาท
เพิ่มท่านละ 12,500.-บาท
26 ธันวาคม – 5 มกราคม
ท่านละ 86,900.-บาท
ท่านละ 86,900.-บาท
เพิ่มท่านละ 12,500.-บาท
• ลูกค้าเก่า ลดท่านละ 400.-บาท
• ราคานี้รวมค่าทิปไกด์ท้องถิ่น ค่าคนขับรถ ค่าขี่อูฐ ค่ารถ 4x4 แล้วครับ
• สำหรับท่านที่ต่อเครื่องไปต่างจังหวัด ต้องเผื่อเวลาอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง เพราะต้องผ่านตม. รับกระเป๋าและเครื่องดีเลย์ด้วยครับ
• ค่าบริการรวม
1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ไปกลับ BKK-AUH-CMN-AUH-BKK ชั้นประหยัด โดยสายการบิน ETIHAD AIRWAYS (EY)
2. ค่าที่พักโรงแรมตามที่ระบุในรายการระดับ 4-5 ดาว จำนวน 8 คืน
3. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ และค่าน้ำดื่มตลอดการเดินทาง
4. ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการที่ระบุ รวมขี่อูฐในทะเลทรายซาฮาร่า
5. ค่ารถโค้ชปรับอากาศขนาดใหญ่ พร้อมคนขับผู้ชำนาญทาง ในการนำเที่ยวตามรายการ
6. เจ้าหน้าที่จากเมืองไทยและมัคคุเทศน์ท้องถิ่นพูดภาษาอังกฤษ
7. ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1 ล้านบาทตามเงื่อนไข ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ 5 แสนบาท
8. ค่าวีซ่าเข้าประเทศโมรอคโค
9. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง
10. ค่าทิปไกด์ และคนขับรถ
• ค่าบริการไม่รวม
1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าหนังสือเดินทาง ,ค่าซักรีด ฯลฯ ค่าเครื่องดื่มสั่งพิเศษในโรงแรม
2. ค่าใช้จ่ายนอกเหนือระบุในโปรแกรม
3. ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน
4. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และ ภาษีบริการ 3%
• การจองและการชำระเงิน
• ทางบริษัทฯ ขอรับชำระมัดจำ 30,000 บาท (สามหมื่นบาท) พร้อมหน้าพาสปอร์ตสำหรับการจอง ชำระหลังจากสำรองที่นั่งภายใน 5 วันและส่งมอบเอกสารการยื่นขอวีซ่าตามกำหนดแจ้ง
• ส่วนที่เหลือชำระทั้งหมดก่อนเดินทางอย่างน้อย 30 วันทำการก่อนออกเดินทาง หากท่านไม่ชำระในเวลากำหนด จะถือว่าท่านยกเลิกการจองโดยไม่คืนมัดจำ
• การยกเลิก
กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันก่อนเดินทาง ทางบริษัทฯ ทำการคืนเงินมัดจำให้
กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วันก่อนเดินทาง บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องหักค่ามัดจำ และค่าวีซ่า (ถ้ามี)
กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 20 วันทำการก่อนเดินทาง หัก 50 % ขอราคาทัวร์ และค่าวีซ่า (ถ้ามี)
กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 1-20 วัน บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ ในการคืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด
• หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ขอนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม
• เอกสารทำวีซ่า
(กรุณาจัดเตรียมหลักฐาน โดยห้ามขีดทับหรือคร่อมบนสำเนาภาพ ให้ขีดหรือเซ็นบริเวณที่ว่างข้างๆ สำเนาภาพ หรือไม่ต้องเซ็นรับรองสำเนา)
1. หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน มีหน้าว่างไม่น้อยกว่า 4 หน้า
2. สำเนาหนังสือเดินทาง
3. รูปถ่ายปัจจุบัน หน้าตรง ขนาด 3.5 x 4.5 ซม. 2 รูป แบบสีพื้นหลังสีขาว หน้าใหญ่พอเหมาะเท่ากับรูปถ่ายในพาสปอร์ตของท่าน ห้ามใช้รูปถ่ายเล่น หรือ ห้ามใช้รูปถ่ายจากโพราลอยด์ และห้ามใส่เสื้อสีขาวถ่ายเนื่องจากสีกลืนกับพื้นหลัง
4. จดหมายรับรองยอดเงินในบัญชีจากธนาคาร เป็นภาษาอังกฤษ ประทับตรารับรองจากธนาคาร หรือ Bank Certificate
5. หนังสือรับรองการทำงาน (ภาษาอังกฤษ ระบุตำแหน่ง และเงินเดือน)
- กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ : ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัทฯ ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ
- กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของร้านค้า : ใช้ทะเบียนพาณิชย์ที่มีชื่อผู้เป็นเจ้าของร้านค้า
- กรณีที่เป็นพนักงานบริษัทฯ : ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการจ้าง เงินเดือน
- กรณีที่เป็นข้าราชการ : ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงาน
- กรณีเกษียณอายุราชการ ถ่ายสำเนาบัตรข้าราชการบำนาญ
- กรณีเป็นนักเรียนนักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันศึกษานั้นว่ากำลังศึกษาอยู่ระบุชั้นปีที่ศึกษา
- กรณีค้าขาย, ทำธุรกิจส่วนตัว, ทำอาชีพอิสระ ต้องพิมพ์จดหมายรับรองตัวเอง
6. สำเนาบัตรประชาชน
7. สำเนาทะเบียนบ้าน
8. ระยะเวลาดำเนินการ 10 - 15 วันทำการ
• หมายเลขบัญชี
ธนาคารกรุงไทย สาขาย่อย ถนนนวมินทร์ 161 บัญชีออมทรัพย์
ชื่อ บริษัทโอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด เลขที่ 575 – 0 – 00818 – 5
• กรุณาส่งหนังสือเดินทางพร้อมเอกสารมาที่...
นายพรชนก ศักดิ์ธานี
บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด 23/121 ซอยนวมินทร์161 ถนนนวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230
• หมายเหตุ
• บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางหรือการเปลี่ยนแปลงรายการหรือเปลี่ยนแปลงราคาได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของสายการบิน โรงแรมที่พัก ภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ การนัดหยุดงานฯลฯ ตลอดจนสภาวะทางเศรษฐกิจและการเมือง อันเป็นสาเหตุให้ต้องเลื่อนการเดินทางหรือไม่สามารถจัดพาคณะท่องเที่ยวได้ตามรายการ
• บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาในกรณีที่สายการบินปรับเปลี่ยนราคาสายการบิน หรือกรณีที่คณะผู้เดินทางต่ำกว่ากำหนด
• บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าวีซ่า, ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ หากทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการไปแล้ว
• เมื่อท่านได้ตกลงจองทัวร์กับบริษัทฯ แล้ว ถือว่าท่านได้ยอมรับในเงื่อนไขต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น
• ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการตามความเหมาะสม และทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการ สถานการณ์ทางการเมือง ภัยธรรมชาติ หรือปัจจัยอื่นๆ ที่อาจควบคุมไม่ได้ อย่างไรก็ตามบริษัทฯ จะคงไว้ซึ่งประโยชน์ของลูกค้าให้มากที่สุด
• การเดินทางอาจมีปัญหาเฉพาะหน้าเกิดขึ้น รวมถึงระยะเวลาในการเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ การสลับโปรแกรมการเที่ยวชมเพื่อประโยชน์ของคณะเดินทางเป็นสำคัญ
• เงื่อนไขอื่นๆ
•
ราคาทัวร์นี้ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และ ค่าบริการหัก ณ ที่จ่าย 3 %
•
บริษัทฯ รับเฉพาะผู้มีประสงค์เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น
•
หากท่านถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยหรือประเทศปลายทาง ปฎิเสธการเข้าหรือออกเมืองด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ทำให้ท่านไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ ถือเป็นเหตุซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนเงินค่าทัวร์บางส่วนหรือทั้งหมด
•
บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่าย ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย เช่น การยกเลิกเที่ยวบิน การล่าช้าของสายการบิน ภัยธรรมชาติ การจลาจลและทรัพย์สินที่สูญหายระหว่างเดินทาง ที่เกิดขึ้นเหนืออำนาจความควบคุมของบริษัทฯ
•
ในระหว่างเดินทาง หากท่านไม่ใช้บริการใดๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่สามารถเรียกร้องขอค่าบริการคืนได้
•
บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการนำเที่ยวตามความเหมาะสมและสถานการณ์ต่างๆ ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือและคำนึงถึงความปลอดภัย รวมถึงผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นสำคัญ
• รูปและข้อมูลท่องเที่ยวเส้นทางโมร็อกโก 
ทัวร์โปรโมชั่น
• โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์
• สำนักงานโทร.0-2969 3664, 0-2949 5134-39 - ID LINE : @oceansmiletour
• คุณเล็ก โทร.089-457-9494, 088-832-1924
• ID Line : lekocean - E-Mail : oceansmile1@gmail.com
• คุณแท็ก โทร.084-758-7773, 083-768-3318
• ID Line : 0847587773 - E-mail : tax81oceansmile@gmail.com
• คุณมาร์ โทร.098-828-3886, 099-247-5824
• ID Line : 0988283886 - E-mail : miss.sunma.p@gmail.com
• กรุ๊ปเหมาหมู่คณะหรือติดต่อเร่งด่วน
• โทร.064-715 8559, 093-646 8915 คุณโจ้ (พรชนก) หรือ ID Line : oceansmile
 

สอบถามทัวร์ทาง Line
• โปรแกรมทัวร์แนะนำ
ทัวร์นครวัด
• KHM-1 : นครวัด นครธม บันทายสรี พนมกุเลน ล่องเรือโตนเลสาบ
• วันที่ 21 - 23 ตุลาคม 2561
• วันที่ 8 - 10 ธันวาคม 2561
ทัวร์คุนหมิง แชงกรีล่า
ทัวร์ดาลัด
• VN-541 : เวียดนามโรแมนติด ดาลัด หุบเขาแห่งความรัก โฮจิมินห์ซิตี้ ทะเลทรายสีแดง อุโมงค์กู่จี (บินตรงดาลัด)
• วันที่ 7 - 11 ธันวาคม 2561
• วันที่ 28 ธันวาคม - 1 มกราคม 2562
ทัวร์ซีอาน
ทัวร์ศรีลังกา
ทัวร์จางเจียเจี้ย
ทัวร์โมรอคโค
• MOR-104 : โมรอคโค คาซาบลังกา ราบัต เชฟชาอูน เฟซ เออร์ฟอย์ด วอซาเซท ไอท์ เบนฮาดู มาราเกช (10 วัน)
• วันที่ 17 - 27 ตุลาคม 2561
• วันที่ 30 พฤศจิกายน - 10 ธันวาคม
ทัวร์จางเจียเจี้ย
ทัวร์ถ้ำอชันต้า
ทัวร์ฉงชิ่ง
ทัวร์อินเดีย
• INDIA-877 : อินเดีย เนปาล พุทธคยา ราชคฤห์ กุสินารา ลุมพินี สาวัตถี แม่น้ำคงคา พารานสี (บินตรงพุทธคยา TG)
• วันที่ 4 - 11 ธันวาคม 2561
• วันที่ 25 ธันวาคม - 1 มกราคม 2562
ทัวร์ถูเขาสี่ดรุณี
• INDIA-981 : อินเดีย เนปาล ทัชมาฮาล พุทธคยา ราชคฤห์ พาราณสี กุสินารา ลุมพินี สาวัตถี (บินตรงพุทธคยา)
• วันที่ 24 ธันวาคม - 2 มกราคม 2562
• วันที่ 29 ธันวาคม - 7 มกราคม 2562
ทัวร์พุทธคยา
• INDIA-541 : อินเดีย พุทธคยา ราชคฤห์ สารนาถ ล่องเรือแม่น้ำคงคา พารานสี (บินตรงพุทธคยา)
• วันที่ 6 - 10 กุมภาพันธ์ 2562
ทัวร์ทัชมาฮาล
• PKI-541 : เดลี ทัชมาฮาล อัคราฟอร์ท ชัยปุระ นครสีชมพู แอมเบอร์ฟอร์ท (บินตรงจากภูเก็ต)
• วันที่...เดือนตุลาคม 2561
• วันที่...เดือนธันวาคม 2561
ทัวร์โปรโมชั่น
บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39 แฟ็กซ์ 0-2944 0825
เลขที่ 23/121 ซอยนวมินทร์ 161 ถ.นวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 (ใบอนุญาตเลขที่ 11/5028)
เจาะลึก...ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติ กับโอเชี่ยนสไมล์ทัวร์