สถานที่ท่องเที่ยว โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์







บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด   :   www.oceansmile.com
23/121 ซอยนวมินทร์ 161 ถนนนวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230

โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39
 แฟ็กซ์ 0-2944 0825, 0-2969 3680
เจาะลึก...ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติ...กับโอเชี่ยนสไมล์ทัวร์
• แสดงข้อมูลสำหรับพิมพ์ คลิ๊กที่นี่
[MOR-104] ทัวร์โมรอคโค คาซาบลังกาเอลจาดีด้า มาราเกช โชว์โมร็อกโก
ไอท์ เบนฮาดู วอซาเซท เออร์ฟอย์ด เมอร์ซูก้าร์ อิเฟรน เฟซ เมคเนส โวลูบิลิซ ราบัต
(พัก เอซาเวร่า 1 คืน, มาราเกช 2 คืน, วอซาเซท 1 คืน, ทะเลทราย 1 คืน, เฟส 2 คืน, คาซาบลังกา 1 คืน)
    โอเชี่ยนสไมล์ ทัวร์ ขอเสนอโปรแกรมทัวร์โมรอคโค นำเที่ยว ราชอาณาจักรโมรอคโค ดินแดนที่เชื่อต่อของแอฟริกาตะวันตกกับยุโรป ที่มีวัฒนธรรมโบราณมาอย่างยาวนาน เต็มไปด้วยลวดลายสีสันที่เรารู้จักกันในนาม กระเบื้องโมเสก นำท่านเที่ยวชม คาซาบลังกา เมืองแห่งตำนานภาพยนตร์ชื่อดังในอดีต สัมผัสบรรยากาศเมืองริมขอบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก เมืองที่มีชื่อเสียงระดับโลก ชม เมืองเฟส เมืองที่คงเสน่ห์ความเป็นโมร็อกโกไว้ได้อย่างดีเยี่ยม การเดินเล่นในเมืองเก่าให้ความรู้สึกเหมือนการย้อนเวลาสู่อดีต ที่ท่านให้ท่านซึมซับบรรยากาศในเมืองเก่าอย่างแท้จริง ซึ่งไม่มีที่ใดจะเสมอเหมือนได้ ชม เมืองไอท์ เบนฮาดดู (Ait Benhaddou) เมืองแห่งการถ่ายทำภาพยนต์ มีภาพยนตร์มากกว่า 20 เรื่องที่มาถ่ายทำที่เมืองนี้ ชม เมืองมาราเกช มหัศจรรย์แห่งเมืองโอเอซิสบนลุ่มน้ำเทนซิฟท์ อดีตเมืองหลวงแห่งราชวงศ์ อัลโมราวิด เมืองนี้ถูกกล่าวขานให้เป็น A City of Drama ชม เมืองเอลจาดีดา เมืองโบราณที่ตั้งอยู่บนอ่าวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค โดยทีมงานมัคคุเทศก์ที่ชำนาญงาน ที่พักแบบมาตรฐานและบริการอาหารเลิศรสของชาวโมร็อกโก
• บินเข้า-ออก คาซาบลังก้า โดยสายการบิน Etihad Airways
• เส้นทางท่องเที่ยวเป็นวงกลม เที่ยวครบเมืองสวย ชมธรรมชาติอันหลากหลาย ไม่วนรถไปมา
• ชมเมืองเมืองสีขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหลวงแห่งโมรอคโค ณ เมืองราบัต
• สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งโมรอคโค ที่บ้านเรือนที่ทาทาบด้วยสีฟ้าขาว เชฟ ชาอูน
• ตื่นตากับเมืองเฟส เมืองหลวงเก่าในศ.ต. ที่ 8 ที่ได้ชื่อว่ามีองที่มีตรอกมากที่สุดในโลกถึง 9,400 ตรอก
• ชมร่องรอยความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิโรมันในอดีต เมืองโรมันโบราณ “โวลูบิลิส”
• มาราเกช (Marakesh) Pink City หรือ เมืองสีชมพู ที่มีจตุรัสอันเป็นกลิ่นอายอาหรับในสมัยโบราณที่ยังคงอยู่
• รับประทานอาหารค่ำพร้อมชมโชว์ ศิลปวัฒนธรรม ของนักรบหลังม้าชาวเบอร์เบอร์ ที่ เชส อาลี แฟนตาเซียโชว์
• นั่งรถ 4 WD และ ขี่อูฐชมเพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้า ที่เมอร์ซูก้า Merzouga ในทะเลทรายซาฮาร่า
• พักโรงแรมมาตรฐาน ระดับ 4-5 ดาว
• สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม...
• สำนักงานโทร.0-2969 3664, 0-2949 5134-39 - ID LINE : @oceansmiletour
• คุณแจน โทร.081-937-8450, 089-8911-570
• ID Line : jan_wanwisa - E-Mail : jan_oceansmile@hotmail.com
• คุณแท็ก โทร.084-758-7773, 083-768-3318
• ID Line : 0847587773 - E-mail : tax81oceansmile@gmail.com
• คุณแตง โทร.062-596-7088, 087-044-2448
• ID Line : 0625967088 - E-mail : piriyah.tang@gmail.com
• ข้อมูลการเตรียมตัวก่อนเดินทาง
• เวลา : เวลาในประเทศโมรอคโค ช้ากว่าประเทศไทย 7 ชั่วโมง
• ภาษา : ภาษาอังกฤษและภาษาท้องถิ่น
• ไฟฟ้า : 220 โวลต์ สามารถเสียบชาร์จอุปกรณ์มือถือ หรือกล้องถ่ายรูปได้ตามปกติ
• น้ำหนักกระเป๋า : น้ำหนักสัมภาระคนละ 20 กิโลกรัม
• โปรแกรมการเดินทาง
• ทริปวันที่ 19 - 29 ตุลาคม 2559 : ราคาท่านละ 82,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
• ทริปวันที่ 30 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2559 : ราคาท่านละ 82,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
• ทริปวันที่ 28 ธันวาคม - 7 มกราคม 2560 : ราคาท่านละ 85,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
วันแรก : สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงอาบูดาบี้
17.00 น.
พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 8 - 9 เคาน์เตอร์เช็คอินแถว Q สายการบิน Etihad Airways เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอินท์
20.35 น.
ออกเดินทางสู่ กรุงอาบูดาบี้ (ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) สายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY 401 (บนเครื่องมีบริการอาหารครับ ใช้เวลาบิน 7 ชั่วโมง)
00.10 น.
ถึง สนามบินกรุงอาบูดาบี้ (ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) แวะเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อเดินทางต่อไป เมืองคาซาบลังกา ประเทศโมร็อกโก
วันที่สอง : อาบูดาบี (Abu Dhabi) – คาซาบลังก้า (Casablanca) – เอลจาดีด้า (El Jaida) - เอซาเวร่า (Essaouira)
02.30 น.
ออกเดินทางสู่ เมืองคาซาบลังกา โดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY 613 (บนเครื่องมีบริการอาหารครับ ใช้เวลาบิน 9.10 ชั่วโมง)
07.40 น.
ถึง สนามบินนานาชาติเมืองคาซาบลังก้า (Casablanca) ประเทศโมรอคโค (เวลาท้องถิ่น ช้ากว่าประเทศไทย 7 ช.ม.) นำท่านผ่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร พบมัคคุเทศก์ท้องถิ่นแล้ว นำท่านสู่ เมืองคาซาบลังก้า จากนั้นเดินทางมุ่งลงไปทางใต้เลาะเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกไปยัง เมืองเอลจาดีด้า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง
เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารท่านชม เมืองเอลจาดีด้า เดิมชื่อ มาซากัน (Mazagan) เป็นภาษาโปรตุเกส เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่บนอ่าวชายฝั่งทะเลแอตแลนติค เคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญของโมรอคโคที่ทำการค้ากับชาวฟินีเชียน ต่อมาปี ค.ศ. 1502 ชาวโปรตุเกสขึ้นฝั่งที่นี่และได้สร้างป้อมปราการ เรียกว่า El Brijia El Jaida หลังจากมีการสร้างเมืองขึ้นในปี ค.ศ. 1506 ได้เรียกเมืองว่ามาซากัน ซึ่งกลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญของชาวโปรตุเกส ในปี ค.ศ.1562 ป้อมถูกโจมตีโดยโดยชาวอาหรับแต่ไม่สำเร็จ ระหว่างค.ศ.1580 - 1640 ตกอยู่ภายใต้การปกครองของชาวสเปน และกลับมาถูกปกครองโดยชาวโปรตุเกสอีกครั้ง ชมสถาปัตยกรรมที่แสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนอิทธิพลระหว่างวัฒนธรรมยุโรปและโมรอคโค ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2004 นำท่านชมคุกใต้ดินที่เคยใช้เป็นที่คุมขังของทาสในสมัยโปรตุเกส และเป็นคลังเก็บอาวุธสงคราม ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองเอซาเวร่า (Essaouira) เอซาเวร่า หมายถึงรูปภาพ ไม่ว่าจะถ่ายจากมุมไหนๆ ภาพที่ได้มานั้นจะออกมาสวยอย่างไม่มีที่ติ เอซาเวร่า เป็นเมืองเล็กๆ ริมขอบมหาสมุทรแอตแลนติก ที่มีเสน่ห์อย่างเป็นเอกลักษณ์ ในเขตเมืองเก่า(เมดิน่า) มีกำแพงเมืองเก่าขนาดหนาซ้อนกัน 2 ชั้น ที่ใช้ป้องกันพายุหน้าร้อนที่พัดมาประจำทุกปี บ้านเรือนและร้านค้าภายในเขตกำแพงเมืองทำด้วยปูนสีขาวกลมกลืนไปกับประตูสีฟ้า สถาปัตยกรรมเหล่านี้ถูกหล่อหลอมมาจากวัฒนธรรมอันหลากหลาย ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นแหล่งที่อยู่ของพ่อค้าชาวยิว และชาวยิวกลุ่มนี้เองที่เคยเปลี่ยนเมืองนี้เป็นเมืองที่มั่งคั่งที่สุดของโมรอคโคในศตวรรษที่ 17 และ 18 ชมพระอาทิตย์ตก ณ.ชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกที่ ป้อมปราการเมือง Skala de laville ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของเมือง สวนบนป้อมมีปืนใหญ่วางเรียงรายอยู่เป็นแนวแถว และในอดีตส่วนล่างของป้อมใช้เป็นคลังเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ โรงม้าศึกที่ใช้ในการสงคราม
เย็น
บริการอาหารเย็นที่โรงแรม พักค้างคืนเมืองเอซาเวร่า โรงแรม ATLAS ESSAOUIRRA & SPA HOTEL ระดับ 5 ดาว
วันที่สาม : เอซาเวร่า (Essaouira) – มาราเกช (Marakesh) - พระราชวังบาเฮีย
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองมาราเกช (Marakesh) (ระยะทาง 176 กม.) เมืองมาราเกชเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้ เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐ ที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิด ช่วงศ.ต.ที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A city of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้
เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านออกเดินทางเยี่ยมชม พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) เป็นพระราชวังของท่านมหาอำมาตย์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น แต่ด้วยความที่มีการวางแผนก่อสร้างและตกแต่งอย่างเร่งรีบ จึงเป็นที่วิจารณ์กันว่ารายละเอียดหลายๆอย่างในพระราชวังแห่งนี้ยังไม่สมบูรณ์ลงตัว พระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้น (Stucco) มีการวาดลายบนไม้ และประดับประดาด้วยโมเสกเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนมาก จากนั้นเดินทางต่อไปชม สุสานแห่งราชวงศ์ซาเดียน (Saadian Tombs) เป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์และเหล่าเชื้อพระวงศ์ในสมัยราชวงศ์ซาเดียน สถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างมากกว่า 2 ศตวรรษ ภายหลังได้รับการบูรณะ และเปิดให้เข้าชมความงดงามของงานศิลปะแบบมัวริส (Moorish) ความวิจิตรอลังการของห้องโถงภายใน เสาคอลัมน์หินอ่อนสีสวย ลวดลายงานปูนที่ประดับประดาบนผนังและเพดาน สวนสวยภายนอกที่สร้างขึ้นใหม่ โดยเขาว่าเป็นการทำตามแบบสวนสวรรค์ของพระอัลเลาะห์ (Allah's Paradise) จากนั้นนำท่านชม จัตุรัสกลางเมือง Djemaa Fnaa Square ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวา ที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ได้ที่ ตลาดเก่า (Old Market) ที่อยู่รายรอบจัตุรัสอย่างเพลิดเพลิน
เย็น
บริการอาหารเย็นที่โรงแรม พักค้างคืนเมืองมาราเกช KENZI FARAH HOTEL ระดับ 4 ดาว
วันที่สี่ : สวนจาร์ดีน มาจอแรล - มัสยิด คูตูเบีย - Fantasia Show
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทางชม สวนจาร์ดีน มาจอแรล (Jardin Majorelle) หรือ สวนยิปแซงลอเร้นซ์ (Yves Saint Laurent Gardens) ชื่อนี้เป็นที่คุ้นเคยของสาวๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นสุดหรูของ Yves St. Laurent นักออกแบบแฟชั่นดีไซน์แห่งปารีส ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสวนแห่งนี้ ในช่วงที่โมรอคโคตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส ยิปแซงลอเร้นซ์มาที่ประเทศโมรอคโค เพื่อพักผ่อนหลังจากเคร่งเครียดจากงานออกแบบแฟชั่นโชว์ บ้านหลังนี้เคยตกเป็นของเศรษฐีแห่งมาราเกช หลังจากยิปแซงมาเยือนมาราเกช ก็ได้เกิดความหลงใหลในเมืองแห่งนี้ และซื้อบ้านหลังนี้ไว้เป็นที่พักผ่อน ชมสวนที่ถูกออกแบบโดยใช้สีฟ้าและสีส้มเป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเสา แจกัน และชมนานาพรรณของต้นไม้แห่งทะเลทราย ที่จัดได้อย่างสวยงาม
นำท่านชม มัสยิด คูตูเบีย (Koutoubia Mosque) ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ จากหอวังที่มีความสูง 226 ฟิต (70 เมตร)
เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางชม สวนเมนารา (Menara Garden) ซึ่งแต่เดิมสร้างเป็นบ่อเก็บน้ำ และล้อมรอบด้วยต้นมะกอกและสน มีตัวอาคารที่งดงามและเทือกเขาแอตลาสเป็นฉากหลัง เป็นสวนต้นแบบที่ราชวงศ์โมรอคโคนิยมกันในเวลาต่อมา จากนั้นชมงานสถาปัตยกรรมผลงานที่เก่าแก่ในเขตเมืองเก่าของมาราเกช Ben Youssef Madrasa ในอดีตสร้างขึ้นเพื่อเป็นวิทยาลัยของชาวมุสลิม ในสมัยสุลต่านอลิเบนยูซูฟ แต่มาถูกค้นพบในสมัยราชวงศ์เมเรนิด ในศ.ต.ที่ 14 กล่าวกันว่าเป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาเหนือในขณะนั้น
เย็น
บริการอาหารเย็นที่ Fantasia ท่านจะได้ตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของสถานที่และสีสันของชาวโมรอคกันเบอร์เบอร์ที่ต้อนรับท่านด้วยอาหารและพร้อมชม การแสดงพื้นเมือง โชว์โมรอคโค พักค้างคืนในมาราเกชโรงแรม KENZI FARAH HOTEL ระดับ 4 ดาว
วันที่ห้า : มาราเกช (Marakesh) - ไอท์ เบน ฮาดดู (Ait Benhaddou) – วอซาเซท
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองไอท์ เบนฮาดดู (Ait Benhaddou) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองมาราเกช (ระยะทางประมาณ 220 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เส้นทางข้ามเทือกเขาไฮแอทลาส ทางคดเคี้ยวกับภูเขาสลับซับซ้อน สลับกับทุ่งเกษตรแบบขั้นบันได ให้ท่านเพลินตากับสีสัน วิถีชีวิตของคนท้องถิ่น
เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านชม เมืองไอท์ เบนฮาดดู เป็นเมืองที่ชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในโมรอคโคภาคใต้ คือ ป้อมไอท์ เบนฮาดดู (Kasbash of Ait Ben Hadou) เป็นป้อมหินทรายซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนต์หลายเรื่องที่โด่งดังอาทิ Lawrance of Arabia , Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้ จากนั้นเดินทางต่อตามถนนคาซบาห์ที่มีป้อมหลายร้อยแห่งตั้งเรียงรายตามถนนดังกล่าวสู่ เมืองวอซาเซท (จากไอท์เบนฮาดดูใช้เวลาประมาณ 40 นาที) เมืองวอซาเซท (Ouarzazate) เคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1928 ฝรั่งเศสได้ตั้งกองกำลังทหารและพัฒนาที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร วอซาเซทเป็นเมืองถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่แวดล้อมไปด้วยสตูดิโอภาพยนตร์ และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทำกิจกรรมต่างๆ เช่นการขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐ กิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย (สำหรับในฤดูหนาว – ฤดูใบไม้ผลิ พ.ย.– เม.ย.) ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้ภูเขาแอตลาส ที่มีหิมะปกคลุมในช่วงดังกล่าว วอซาเซท อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่าง และความผจญภัยที่หาไม่ได้จากที่ไหน วอซาเซทเป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของทางตอนใต้ และที่นี่ยังเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันออก สำหรับนักท่องเที่ยวบางคนที่ชอบรสชาติของความเป็นทางใต้ ณ จุดกึ่งกลางแห่งนี้ และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจเมืองต่างๆได้ทุกวัน นำท่านชม ป้อมทาเริท (Kasbah Taourirt) เป็นป้อมแห่งตระกูลกลาวี ภายใต้หมู่อาคารขนาดใหญ่ ซึ่งภายในประกอบด้วยห้องต่างๆจำนวนมากซ่อนอยู่เชื่อมต่อกันด้วยถนนเล็กๆ และเส้นทางลับคดเคี้ยวตามอาคารที่เบียดเสียดกัน พระราชวังของผู้ปกครองมาราเกซ ตระกูลกลาวี (Glaoui Palace) อยู่ภายใน ซึ่งยังมีลวดลายผนังอาคารและรูปแบบสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของการสร้างอาคารของชาวเบอร์เบอร์ การออกแบบอาคารซึ่งเหมาะกับความเชื่อและความเป็นอยู่ของเหล่าเจ้าผู้ปกครองในยุคของตระกูล Glaoui ที่นี่มีคนงานและคนรับใช้จำนวนหลายร้อยคนจึงต้องมีห้องเป็นจำนวนมาก มีทั้งส่วนที่เป็นวังเก่า ห้องนั่งเล่น ห้องรับรอง บางห้องก็ว่างเปล่า ยูเนสโก้ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นมาจากอาคารเดิมเพียง 1 ใน 3 ของอาคารทั้งหมด
เย็น
บริการอาหารเย็นที่โรงแรม พักค้างคืนในเมืองวอซาเซท HOTEL KARAM FRAMISSIMA ระดับ 4 ดาว
• หมายเหตุ คืนนี้กรุณาจัดเตรียมเสื้อผ้าและของใช้จำเป็น ใส่กระเป๋าเล็ก เพื่อใช้ในการค้างแรมในทะเลทรายซาฮาร่า ในคืนพรุ่งนี้
วันที่หก : วอซาเซท – ทินเฮียร์ (Tineghir) – ทอด้าจอร์จ (Todra Gorge)- เออร์ฟอย์ด (Erfoud)
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองเออร์ฟอย์ด เมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางกองคาราวานพี่อค้าที่เดินทางมาจากตะวันออกกลาง อย่างซาอุดิอารเบียและซูดาน บนเส้นทางผ่านข้ามเขตแห้งแล้งแต่มีโอเอซิสที่หุบเขาเดดสส์ (Dades) ซึ่งแนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลม ทำให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่างๆสวยงาม แวะชมผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกุหลาบที่ เมือง Boumaln City (เทศกาลกุหลาบประมาณเดือนพฤษภาคม)
แวะชม โอเอซิส Tinerhir ชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ท่ามกลางความแห้งแล้ง ยังมีความชุ่มชื้นของโอเอซิส ต้นปาล์ม เคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากวอซาเซท จากนั้นเดินทางสู่ ทอด้าจอร์จ ชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิส ลำน้ำเกลือที่ไหลผ่านช่องเขา กับหน้าผาสูงชันแปลกตา เป็นแหล่งปีนหน้าผาสำหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย
เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองเออร์ฟอย์ด ระหว่างทางจะผ่านโอเอซิส การทำระบบชลประทานใต้ดิน (ใครที่เคยเที่ยวเส้นทางสายไหมในจีนมาแล้วคงพอจะนึกออก) ก่อนเข้าที่พักแวะชม ฟอสซิลเวิร์ด จากนั้นนำท่านเปลี่ยนเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ เดินทางสู่ทะเลทรายซาฮาร่า เข้าสู่ที่พักโรงแรมกลางทะเลทรายซาฮาร่า AUBERGE DU SUD MERZOUGA
ค่ำ
บริการอาหารเย็นที่โรงแรม พักผ่อนนอนดูดาวตามอัธยาศัย พักผ่อนค้างคืนในทะเลทรายซาฮาร่า AUBERGE DU SUD MERZOUGA
วันที่เจ็ด : มอร์ซูก้า (Merzouga) - อิเฟรน (Ifrane) - เฟซ (Fes)
05.00 น.
ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น นำท่านขี่อูฐชมเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นที่เนินทรายในทะเลทรายซาฮาร่า ทะเลทรายซาฮาร่า (SAHARA DESERT) เป็นทะเลทรายที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในโลกคือ มีเนื้อที่ประมาณ 9.3 ล้านตารางกิโลเมตร (ใหญ่เท่าอเมริกาทั้งประเทศ) และตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ทะเลทรายซาฮาร่ามีสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของชีวิตมนุษย์ สัตว์ หรือพืช เพราะฝนตกน้อยมาก และพื้นที่ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์ หากมีสัตว์และพืชพันธุ์ใดที่สามารถเติบโตในทะเลทรายได้ ก็ต้องปรับตัวกันอย่างมาก เช่นเดียวกับมนุษย์ที่ต้องหาวิธีในการใช้ชีวิตให้อยู่รอดได้ ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้าในทะเลทรายซาฮาร่า จากสภาพการไร้ฝนและอุณหภูมิที่ร้อนจัดในทะเลทรายมีผลทำให้ความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศเหนือทะเลทราย เกือบเป็นศูนย์ตลอดปี ชมพระอาทิตย์ขึ้นจากบนเนินทราย ซึ่งเป็นภาพที่สวยงาม น่าประทับใจ ได้เวลานำท่านขี่อูฐกลับสู่โรงแรมที่พัก
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำคณะนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4x4 ออกจากทะเลทรายซาฮาร่า มุ่งหน้าสู่ เมืองเออร์ฟอย์ด (Erfoud) เพื่อเปลี่ยนเป็นรถโค้ชเดินทางสู่ เมืองเฟซ (Fes) เส้นทางผ่านเทือกเขาแอตลาส ชื่อที่คุ้นเคยกันมานาน สองข้างทางเปลี่ยนสภาพจากความแห้งแล้วเป็นป่าไม้ พุ่ม และสลับกับความแห้งแล้งของภูเขา ผ่าน Ziz Valley ก่อนข้าม Middle Atlas ผ่าน เมือง Midelt
เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางข้าม Middle Atlas ภูมิประเทศเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้ บางช่วงต้นไม้พุ่มเตี้ยแปลกตา สวนต้นซีดาร์ ผ่านเส้นทางความสูง 3,090 เมตร และต้นสนขนาดใหญ่ เข้าสู่ เมืองอิเฟรน (Ifrane) ห่างจากเฟซ ลงทางใต้ประมาณ 60 กม. ที่ความสูงประมาณ 1650 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ที่พักตากอากาศซึ่งในอดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างขึ้นบริเวณนี้ ในช่วง ค.ศ. 1930 บางครั้งเรียกเมืองแห่งนี้ว่า เจนีวาแห่งโมรอคโค บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้บานและทะเลสาบสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน
จากนั้นเดินทางต่อเพื่อเข้าสู่ เมืองเฟซ เมืองเฟซซึ่งยังคงมีบรรยากาศของเมืองโบราณที่ผู้คนยังใช้ลาเป็นพาหนะและบรรทุกของกันอยู่ สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าแก่ที่สุดในบรรดาเมืองอิมพิเรียลทั้งสี่
ค่ำ
บริการอาหารเย็นที่โรงแรม พักค้างคืนในเมืองเฟซ BARCELO HOTEL ระดับ 4 ดาว
วันที่แปด : เฟซ (Fes) - เมดิน่าแห่งเฟส
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านชม เมืองเฟซ (Fes) เมืองหลวงเก่าในศ.ต. ที่ 8 ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมรอคโค เริ่มด้วยจุดชมวิวบนป้อมปราการแห่งราชวงศ์ซาเดียน ต่อด้วยชม ประตูพระราชวังหลวงแห่งเฟซ (The Royal Palace) ที่มีทหารยามยืนเฝ้าหน้าประตูอย่างสง่างาม ประตูทางเข้าพระราชวังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยและสง่างาม เป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมรอคโค บริเวณใกล้เคียงพระราชวังเคยเป็นชุมชนชาวยิวที่ทำรายได้ให้แก่ราชวงศ์ เพราะชาวยิวฉลาดทำการค้าเก่ง แต่ปัจจุบันชาวยิวส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับไปอยู่ในดินแดนแห่งพันธสัญญา (ประเทศอิสราเอล) คงเหลือชาวยิวอยู่ไม่มากนัก ชม ชุมชนชาวยิว (The Synagouge) ที่มาอาศัยอยู่ตั้งแต่ในสมัยศ.ต.ที่ 7 ซึ่งกระจายอยู่ทุกเมืองในอดีต ชาวยิวเป็นชนชาติที่ขยัน ฉลาด ส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นพ่อค้า จึงทำให้สุลต่านและกษัตริย์ในอดีตนำชาวยิวมาเป็นบริวารอยู่โดยรอบวัง เพื่อการเก็บภาษีจากการค้าได้ง่ายขึ้น
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่เขาวงกตอันซับซ้อนแห่ง เมดินาเมืองเฟซ ผ่าน ประตู Bab Bou Jeloud ที่สร้างตั้งแต่ปี 1913 ที่ใช้โมเสดสีฟ้าตกแต่ง เดินผ่านเข้าไปในเขตเมดิน่าแล้วเหมือนข้ามกาลเวลาย้อนสู่อดีต นำท่านเดินผ่านตลาดสดขายข้างปลาอาหาร และผัก ผลไม้สดต่างๆนาๆ ชม เมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (Merdersa Bou Imania) ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่สวยงามประณีต ในเขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยกว่า 10,000 ซอย มีซอยแคบสุดคือ 50 ซ.ม. ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็กๆที่หน้าร้านจะมีหม้อ กะทะ อุปกรณ์เครื่องครัว วางแขวนห้อยเต็มไปหมด ย่านขายพรมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ และย่านเครื่องเทศ (Souk El Attarine) ท่านจะได้สัมผัสทั้งรูป รสและกลิ่นในย่านเครื่องเทศที่มีการจัดเรียงสินค้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ระหว่างที่เดินตามทางในเมดิน่าท่านจะได้พบกับน้ำพุธรรมชาติ (Nejjarine Fountain) เพื่อให้ชาวมุสลิมให้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าในบริเวณมัสยิด นอกจากนี้ที่ตามซอกมุมอาจเห็นภาพชายสูงอายุหนวดเครารุงรังนั่งแกะสลักไม้ชิ้นเล็กๆอยู่บริเวณตามทางเดินแคบๆในเขตเมืองเก่า บางทีเราก็ยังจะเห็นผู้หญิงที่นี่สวมเสื้อผ้าที่ปิดตั้งแต่หัวจนถึงเท้าจะเห็นได้ก็เฉพาะตาดำอันคมกริบเท่านั้น แวะชม สุสานของมูเล ไอดริสที่ 2 (Moulay Idriss Mausolem II) ที่ชาวโมรอคโคถือว่าเป็นแหล่งมาแสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์
เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคารในเมดิน่า หลังอาหารนำท่านเดินต่อในเมดิน่าแห่งเฟส ผ่านชม สุเหร่าใหญ่ไคเราวีน (Kairaouine Mosque) ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมรอคโคและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว (เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น) จากนั้นนำท่านเดินชมย่านเครื่องหนัง แวะชม บ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟส ถูกอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก้ ทั้งหมดนี้เป็นเสน่ห์ของการเดินเที่ยวชมเมืองที่ต้องเดินแหวกว่ายเข้าไปในกลุ่มคนชาวพื้นเมือง ช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่น เมืองเฟซจึงเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือนอย่างยิ่ง
ค่ำ
บริการอาหารเย็นที่โรงแรม พักค้างคืนในเมืองเฟซ BARCELO HOTEL ระดับ 4 ดาว
วันที่เก้า : เฟซ - เมืองโรมันโวลูบิลิส - เมคเนส (Meknes) –ราบัต (Rabat) – คาซาบลังก้า
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเมคเนส (Meknes) แวะชม เมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส (Roman city of Volubilis) ที่ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ. 1755 แต่ยังคงเห็นได้ถึงร่องรอยความยิ่งใหญ่ของเมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีต ผ่านชม เมืองมูเล ไอดริส (Moulay Idriss) เมืองโรมันโบราณเมืองหนึ่งที่เป็นเมืองศูนย์กลางศาสนาอันศักดิ์สิทธิของชาวมุสลิมในโมรอคโค ทุกๆปี ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน จะมีเหล่านักจาริกแสวงบุญมาเยือนเมืองแห่งนี้เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา เปรียบได้กับเมืองเมกกะของประเทศซาอุดิอารเบีย จากนั้นเดินทางต่อสู่ เมืองเมคเนส เป็นเมืองหลวงโบราณในสมัยสุลต่านมูเล อิสมาอิล (Mouley Ismail) แห่งราชวงศ์อะลาวิท (Alawite Dynasty) กษัตริย์จอมโหดผู้ชื่นชอบการทำสงครามใน ศ.ต. ที่ 17 ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมือง เมกเนสจึงเป็นเมืองศูนย์กลางการผลิตมะกอก ไวน์ และพืชพรรณต่างๆ ก่อนถึง ชมกำแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่าที่ยาวประมาณ 40 กม. ซึ่งมีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตู ชม ประตูบับมันซู (Bab Mansour Monumental Gate) ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุด ตกแต่งด้วยโมเสดและกระเบื้องสีเขียวบนผนังสีแสด
เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารเดินทางสู่ เมืองราบัต นำท่านชมเมืองราบัตเมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาตั้งแต่ปีค.ศ.1956 เมื่อโมรอคโคหลุดพ้นจากการเข้าแทรกแซงทางการเมืองของฝรั่งเศส และเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง และทำเนียบทูตานุทูตจากต่างแดน เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม นำชม ป้อมไอดูยะ ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้นที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ ด้านในเป็นเมดิน่า บ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้าที่สะอาดตาน่าเดินเล่น (ทายซิว่าทำไมเมดิน่าแห่งนี้ จึงใช้สีฟ้า ) จากนั้นชม สุเหร่าหลวง และ พระราชวังหลวง ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์ กษัตริย์แห่งโมรอคโคจะทรงม้าจากพระราชวังมายังสุเหร่า เพื่อประกอบศาสนกิจ ชม สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 พระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีทหารยามยืนเฝ้าสง่าทุกประตู และเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 แต่ไม่สำเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183 x 139 เมตร ได้เวลาพอสมควร เดินทางสู่ เมืองคาซาบลังก้า
เย็น
บริการอาหารเย็นที่โรงแรม หลังอาหารพักผ่อนกันตามอัธยาศัย ในเมืองคาซาบลังก้า GOLDEN TULIP HOTEL ระดับ 5 ดาว
วันที่สิบ : คาซาบลังก้า - กรุงอาบูดาบี้
เช้า
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านเที่ยวชม เมืองคาซาบลังก้า 'คาซาบลังก้า' หมายถึง บ้านสีขาว คำว่า 'คาซา' แปลว่า บ้าน และ 'บลังกา' แปลว่า สีขาว เป็นเมืองที่คนทั่วโลกรู้จัก และอาจรู้จักมากกว่า 'ราชอาณาจักรโมรอคโค' ด้วยซ้ำ เพราะนอกจากจะเป็นเมืองท่าและเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานระหว่างประเทศแล้ว ยังถูกใช้เป็นฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง Casablanca (โดยที่ไม่ได้ถ่ายทำในคาซาบลังก้าเลย) เป็นเรื่องราวความรักระหว่างนายทหารอเมริกันและหญิงคนรัก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้คาซาบลังก้าเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และปัจจุบันเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของโมรอคโคที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณเกือบ 5 ล้านคน นำท่านชม สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองเมกกะ สุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโคทุกแขนง ชมทิวทัศน์รอบๆ สุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งทะเล ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมรอคโคที่ชอบมาเดินเล่นหลังจากปฏิบัติศาสนกิจเสร็จแล้ว
เที่ยง
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านชม โบถส์คริสเตียน (The Church of our ladies of Lourdes) ภายในมีภาพกระจกสีสวยงามแสดงเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับศาสนา ต่อด้วย จัตุรัสสหประชาชาติ ซึ่งเป็นใจกลางเมืองย่านธุรกิจสำคัญ
อิสระให้ท่านเดินสำรวจสินค้าหรือเลือกซื้อสินค้าขึ้นชื่ออาทิ น้ำมันมะกอก อินทผาลัมในซุปเปอร์มาเก็ตก่อนกลับเมืองไทย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองราบัต
20.15 น.
ออกเดินทางกลับสู่ กรุงอาบูดาบี้ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY 616
วันที่สิบเอ็ด : สนามบินสุวรรณภูมิ
07.10 น.
เดินทางถึง สนามบินกรุงอาบูดาบี้ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเที่ยวบินเพื่อเดินทางต่อกลับกรุงเทพฯ
10.10 น.
ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY 404
19.50 น.
ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
• อัตราค่าบริการ
วันเดินทาง
ผู้ใหญ่
เด็ก (เสริมเตียง)
พักเดี่ยว
19 – 29 ตุลาคม 2559
ท่านละ 82,900.-บาท
ท่านละ 82,900.-บาท
เพิ่มท่านละ 11,000.-บาท
30 พฤศจิกายน - 10 ธันวาคม
ท่านละ 82,900.-บาท
ท่านละ 82,900.-บาท
เพิ่มท่านละ 11,000.-บาท
28 ธันวาคม - 7 มกราคม
ท่านละ 85,900.-บาท
ท่านละ 85,900.-บาท
เพิ่มท่านละ 11,000.-บาท
• ลูกค้าเก่า ลดท่านละ 400.-บาท
• ราคานี้รวมค่าทิปไกด์ท้องถิ่น ค่าคนขับรถ ค่าขี่อูฐ ค่ารถ 4x4 แล้วครับ
• สำหรับท่านที่ต่อเครื่องไปต่างจังหวัด ต้องเผื่อเวลาอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง เพราะต้องผ่านตม. รับกระเป๋าและเครื่องดีเลย์ด้วยครับ
• ค่าบริการนี้รวม
1.ค่าตั๋วเครื่องบินสายการบิน Etihad Airways ตามโปรแกรมทัวร์
2.ค่าโรงแรมที่พัก 8 คืน (พักห้องละ 2 ท่าน ระดับ 4-5 ดาว)
3.ค่าอาหารทุกมื้อพร้อมอาหารว่างและเครื่องดื่ม (ตามระบุในรายการ)
4.ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยว
5.ค่าประกันอุบัติเหตุ วงเงิน 1,000,000.-บาท (สำหรับอายุ 70 ปีขึ้นไป คุ้มครอง 50%)
6.ค่าภาษีสนามบินตามระบุ
7.ค่าวีซ่าและค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ
8.ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น + พนักงานขับรถ + ค่าขี่อูฐ
9.มัคคุเทศก์นำเที่ยวตลอดการเดินทาง
• ค่าบริการนี้ไม่รวม
1.ค่าน้ำหนักเกินพิกัดตามสายการบินกำหนด 20 กิโลกรัม
2.ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ตามอัธยาศัย
• สิ่งที่ควรนำติดตัว : กล้องถ่ายรูป, ของใช้ส่วนตัว, ยารักษาโรคประจำตัว, รองเท้าสวมใส่สบาย
• การสำรองที่นั่ง
1.วางมัดจำท่านละ 30,000.-บาทโดยผ่านบัญชี (ในวันที่ทำการจอง) พร้อมส่งชื่อ-นามสกุล ภาษาอังกฤษ ตรงกับหน้าพาสปอร์ต+ใบโอนเงินและระบุโปรแกรมทัวร์มาให้ด้วยนะครับ
2.ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทาง 25 วัน (พร้อมแฟกซ์ใบโอนเงินและระบุโปรแกรมทัวร์)
3.กรณียกเลิกการเดินทางภายใน 20 วัน บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องขอหัก 50 % ของค่าทัวร์
4.กรณียกเลิกกะทันหันก่อนการเดินทางไม่เกิน 15 วัน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินเต็มจำนวน 100%
• เอกสารทำวีซ่า
1.หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง)
2.หนังสือเดินทางควรมีหน้าว่างๆ สำหรับประทับตราวีซ่าและตราเข้า-ออก อย่างน้อย 2 หน้า
3.รูปถ่ายสีหน้าตรง พื้นหลังสีขาว ขนาด 2x2 นิ้ว จำนวน 3 รูป (ห้ามใส่เครื่องแบบราชการ) และต้องไม่ใช่สติ๊กเกอร์ หรือรูปพริ้นซ์จากคอมพิวเตอร์ (รูปใหม่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
4.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน+สำเนาทะเบียนบ้าน (ไม่ต้องขีดคร่อมหรือเขียนทับบนหน้าเอกสาร)
• หลักฐานการงาน
•
กรณีเป็นเจ้าของกิจการ ต้องแสดงสำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนของเจ้าของกิจการ เป็นกรรมการ หรือ หุ้นส่วน (ไม่ต้องใช้ตัวจริง) และจะต้องเซ็นชื่อรับรองสำเนา และประทับตราบริษัทเป็นสำคัญ
•
กรณีเป็นพนักงาน ต้องมีหนังสือรับรองการทำงานจากทางบริษัท หรือหน่วยงานที่สังกัด มีข้อความระบุตำแหน่ง เงินเดือน รายได้ วันเริ่มทำงาน และช่วงเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ลาหยุดงาน เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น และจะต้องประทับตราบริษัทรับรองเป็นสำคัญ
•
กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากทางโรงเรียน หรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ พร้อมตราประทับของทางโรงเรียน (เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น) และสำเนาบัตรนักเรียน หรือบัตรนักศึกษา พร้อมทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนา
•
หลักฐานการเงิน ใบรับรองสถานะทางการเงินในชื่อของผู้เดินทาง จากทางธนาคารเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมตราประทับจากทางธนาคาร (ไม่สามารถใช้สำเนาบัญชี เงินฝากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน)
5.กรุณาส่งเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันนะครับ
• พาสปอร์ต : ท่านจะได้รับพาสปอร์ตคืนในวันเดินทางครับ
• หมายเลขบัญชี
1.ธนาคารกรุงไทย สาขาย่อย ถนนนวมินทร์ 161 บัญชีออมทรัพย์
ชื่อ บริษัทโอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด เลขที่ 575 – 0 – 00818 – 5
2.ธนาคารยูโอบี สาขาอโศมนตรี บัญชีกระแสรายวัน
ชื่อ บริษัทโอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด เลขที่ 903 - 363 - 047 - 2
3.ธนาคารทหารไทย สาขารามอินทรา กม.8 บัญชีกระแสรายวัน
ชื่อ บริษัทโอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด เลขที่ 062 - 1 - 07414 - 5
4.ธนาคารกสิกรไทย สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ บัญชีออมทรัพย์
ชื่อ นายพรชนก ศักดิ์ธานี เลขที่ 720 - 2 - 18666 - 8
• หมายเหตุ : ทุกครั้งที่ท่านโอนเงิน กรุณาเขียนชื่อ เบอร์โทรศัพท์ โปรแกรมทัวร์ มาให้ด้วยนะครับ อย่าแฟกซ์สลิปมาอย่างเดียว เพราะเราไม่รู้ว่าเป็นของใครและจะส่งใบเสร็จให้ท่านไม่ได้ครับ
• กรุณาส่งหนังสือเดินทางพร้อมเอกสารมาที่...
นายพรชนก ศักดิ์ธานี
บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด 23/121 ซอยนวมินทร์161 ถนนนวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230
• เงื่อนไขอื่นๆ
•
ราคาทัวร์นี้ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และ ค่าบริการหัก ณ ที่จ่าย 3 %
•
บริษัทฯ รับเฉพาะผู้มีประสงค์เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น
•
หากท่านถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยหรือประเทศปลายทาง ปฎิเสธการเข้าหรือออกเมืองด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ทำให้ท่านไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ ถือเป็นเหตุซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนเงินค่าทัวร์บางส่วนหรือทั้งหมด
•
บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่าย ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย เช่น การยกเลิกเที่ยวบิน การล่าช้าของสายการบิน ภัยธรรมชาติ การจลาจลและทรัพย์สินที่สูญหายระหว่างเดินทาง ที่เกิดขึ้นเหนืออำนาจความควบคุมของบริษัทฯ
•
ในระหว่างเดินทาง หากท่านไม่ใช้บริการใดๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่สามารถเรียกร้องขอค่าบริการคืนได้
•
บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการนำเที่ยวตามความเหมาะสมและสถานการณ์ต่างๆ ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือและคำนึงถึงความปลอดภัย รวมถึงผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นสำคัญ
• รูปและข้อมูลท่องเที่ยวเส้นทางโมร็อกโก 
ทัวร์โมรอคโค
เมืองคาซาบลังกา
ทัวร์โมรอคโค
ชายทะเลคาซาบลังกา
ทัวร์โมรอคโค
สุเหร่ากษัตริย์ฮัสซันที่ 2
ทัวร์โมรอคโค
สุสานโมฮัมเหม็ดที่ 5
ทัวร์โมรอคโค
สุสานโมฮัมเหม็ดที่ 5
ทัวร์โมรอคโค
สุเหร่าฮัสซัน กรุงราบัต
ทัวร์โมรอคโค
ประตูเมืองโบราณโวลูบิลิส
ทัวร์โมรอคโค
เมืองโรมันโบราณโวลูบิลิส
ทัวร์โมรอคโค
ประตูเมืองเก่าเฟส
ทัวร์โมรอคโค
เมืองเก่าเฟส โมร็อกโก
ทัวร์โมรอคโค
เมืองเก่าเฟส โมร็อกโก
ทัวร์โมรอคโค
บ่อย้อมสีเครื่องหนัง
ทัวร์โมรอคโค
เมืองมาราเกช โมร็อกโก
ทัวร์โมรอคโค
สวนจาร์ดีน มาจอแรล
ทัวร์โมรอคโค
พระราชวังบาเฮีย
ทัวร์โมรอคโค
โชว์โมร็อกโก
ทัวร์โปรโมชั่น
โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์
• สอบถามรายการทัวร์ทางไลน์... @oceansmiletour หรือ โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39
• โปรแกรมทัวร์แนะนำ
ทัวร์จิ่วจ้ายโกว
ทัวร์จางเจียเจี้ย
ทัวร์ฮานอย ฮาลองเบย์ ซาปา
ทัวร์คุนหมิง แชงกรีล่า
ซาปา ดาลัด
ทัวร์ทิเบต
ทัวร์ลาวใต้
ทัวร์ศรีลังกา
ทัวร์ภูฏาน
ทัวร์คานาสือ
ทัวร์บาหลี บุโรพุทโธ
ทัวร์สิกขิม
ทัวร์นครวัด
• KHM-1 : นครวัด นครธม บันทายสรี พนมกุเลน ล่องเรือโตนเลสาบ
• วันที่ 13 - 15 เมษายน 2560
• วันที่ 8 - 10 กรกฏาคม 2560
ทัวร์เส้นทางสายไหม
ทัวร์โมรอคโค
ทัวร์แคชเมียร์ ทัชมาฮาล
• ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้ตกทัวร์...
•
ตรวจสอบการจัดตั้งบริษัทฯและใบอนุญาตนำเที่ยว ว่ามีการจัดตั้งบริษัทฯและจดทะเบียนกับกรมการท่องเที่ยวถูกต้องหรือไม่
•
ตรวจสอบสถานที่ตั้งบริษัท เจ้าหน้าที่ พนักงาน มีชื่อ-นามสกุล มีรูปหน้าตาเจ้าของบริษัท หุ้นส่วนและพนักงานที่ทำงานหรือไม่
•
ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ อาทิ ชื่อเสียงของบริษัทฯ จำนวนพนักงานของบริษัท ทุนจดทะเบียน
• ตรวจสอบรายละเอียดโปรแกรมทัวร์ว่ามีความเป็นไปได้แค่ไหน อาทิ ราคาทัวร์ สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมกี่ดาว ร้านอาหาร ร้านช้อปปิ้ง ร้านรัฐบาล รวมทั้งมีอะไรต้องจ่ายเพิ่มอีกบ้าง
• บริษัทฯ เคยได้รับรางวัลจากกรมการท่องเที่ยวหรือไม่ อาทิ รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) รางวัลกินรีของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รางวัลบริษัททัวร์ของกรมการท่องเที่ยว
ทัวร์โปรโมชั่น
 
บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39 แฟ็กซ์ 0-2944 0825
เลขที่ 23/121 ซอยนวมินทร์ 161 ถ.นวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 (ใบอนุญาตเลขที่ 11/5028)
เจาะลึก...ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติ กับโอเชี่ยนสไมล์ทัวร์