|
|
สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครนายก |
ข้อมูลท่องเที่ยว
อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก |
อำเภอเมือง
ศาลหลักเมือง
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำนครนายก เสาหลักเมืองเดิมเป็นเสาไม้ยาวประมาณ
๑ เมตรเศษ ปลายเสาแกะสลักเป็นรูปดอกบัวตั้งอยู่บริเวณกำแพงเมืองเก่าต่อมาประมาณ
พ.ศ. ๒๔๕๓ ทางราชการเห็นว่าศาลหลักเมืองเดิมชำรุดมากจึงได้ย้ายหลักเมืองไปประดิษฐานที่ตึกแดงในโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด
คือ โรงเรียนศรีนครนายก ภายหลังได้ย้ายมาสร้างใหม่ริมแม่น้ำนครนายกภายในสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่
๙ โดยสร้างเป็นศาลาจตุรมุข เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองจนถึงทุกวันนี้
โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
(โรงเรียนนายร้อย จปร.) ตั้งอยู่ที่ตำบลพรหมณี ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ
๑๔ กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพฯ ตามเส้นทางองครักษ์ประมาณ
๗๕ กิโลเมตร บริเวณโรงเรียนติดกับเขาชะโงก มีพื้นที่ ประมาณ
๑๙,๒๙๐ ไร่ เป็นสถานที่ให้การศึกษาแก่ผู้ที่จะรับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตรแห่งกองทัพไทย
ภายในมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง และมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินและสนุกสนานเหมาะแก่การมาเที่ยวกันแบบครอบครัว
นักท่องเที่ยวควรติดต่อศูนย์บริการท่องเที่ยว โรงเรียนนายร้อย
จปร. ก่อนเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับกิจกรรมท่องเที่ยวภายในบริเวณโรงเรียน
สถานที่น่าสนใจภายใน โรงเรียนนายร้อย จปร. ได้แก่
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ประดิษฐานอยู่หน้ากองบัญชาการ รร.นายร้อย จปร. ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นผู้พระราชทานกำเนิด
โรงเรียนนายร้อย จปร. พระบรมรูปอยู่ในฉลองพระองค์เครื่องแบบจอมทัพไทยแห่งกองทัพบกเต็มยศประทับเหนือพระราชอาสน์
ศาลาวงกลม หรือศาลาลม
จอมพลสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ
ทรงดำริให้จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของนักเรียนนายร้อย
ภายในศาลาวงกลมประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ ๕
อาคารพิพิธภัณฑ์โรงเรียนนายร้อย
จปร. ๑๐๐ ปี เป็นที่แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับกองทัพไทย
จัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เคยใช้ทำสงครามในอดีต เครื่องแบบนายทหารของกองทัพ
ห้องชมสไลด์มัลติวิชั่นบรรยายเรื่องราวและประวัติความเป็นมาของโรงเรียน
และยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปหุ่นขี้ผึ้งรัชกาลที่ ๕ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา
๐๘.๓๐-๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชมคนละ ๑๐ บาท
ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน
เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีประชาชนเคารพนับถือมาก
ตามประวัติท่านเป็นนายด่านเมืองนครนายกสมัยอยุธยา เมื่อปี
พ.ศ.๒๑๓๐ ในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขณะที่ไทยติดพันศึกกับพม่า
เขมรได้เข้ามารุกรานและกวาดต้อนผู้คนแถบปราจีนบุรีเพื่อนำกลับไปเขมร
และได้ยึดเมืองปราจีนบุรีและเมืองนครนายก ขุนด่านได้รวบรวมชาวเมืองถอยไปตั้งหลักที่เขาชะโงกแล้วยกกำลังเข้าขับไล่เขมรออกจากนครนายกจนเขมรแตกพ่ายไป
ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของท่านอีกว่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่
๒ ญี่ปุ่นนำกำลังพลไปตั้งที่เขาชะโงก และได้รื้อศาลเจ้าพ่อขุนด่านท่านจึงแสดงอภินิหารทำให้ทหารญี่ปุ่นล้มตายเป็นจำนวนมาก
พระพุทธฉาย
เป็นภาพเขียนสีติดอยู่กับชะโงกผาบนภูเขาเตี้ย
ๆ ถัดจากเขาชะโงกมีวิหารครอบไว้ พระพุทธฉายนี้ ประวัติเดิมเป็นอย่างไรไม่ปรากฏแต่เล่ากันว่าสภาพเดิมเป็นภาพพระพุทธรูปปางต่าง
ๆ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๕ กรมแผนที่ทหารบกเข้าไปตั้งโรงงานหินอ่อนที่เชิงเขานี้
และได้เขียนตามรอยพระพุทธรูปเดิมให้ชัดเจนขึ้น ชาวบ้านนับถือกันว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่ง
ทุกกลางเดือน ๓ จะมีงานนมัสการเป็นประจำทุกปี
ถ้าเราเดินไปทางด้านหลังวัดพระฉายจะพบ น้ำตกพระฉาย เป็นน้ำตกเล็ก
ๆ ตกลงมาเป็นสายจากผาสูงประมาณ ๓๐ เมตร มายังแอ่งน้ำเบื้องล่างซึ่งสามารถเล่นน้ำได้
และจะมีน้ำมากในช่วงฤดูฝน
นอกจากการเที่ยวชมสถานที่น่าสนใจดังกล่าว
นักท่องเที่ยวสามารถขับรถหรือขี่จักรยานเที่ยวชมบริเวณได้
โดยบริเวณศูนย์บริการท่องเที่ยวมีจักรยานให้เช่า และยังมีสถานที่พัก
ห้องประชุมสัมมนา ค่ายเยาวชน กิจกรรมกีฬาที่เปิดให้บุคคลภายนอกใช้บริการได้
เช่น สนามยิงปืน สนามกอล์ฟ สนุกเกอร์ คาราโอเกะ และสำหรับผู้ที่ต้องการจัดกิจกรรมกลุ่ม
เช่น เดินป่า พักแรมที่เขาชะโงก กิจกรรมไต่หน้าผาจำลองและหน้าผาจริง
ต้องติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย ๗ วัน สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์บริการท่องเที่ยวโทร.
๐ ๓๗๓๙ ๓๐๑๐-๕ ต่อ ๖๒๙๖๑-๓
หลวงพ่อเศียรนคร
ประดิษฐานอยู่ ณ วัดบุญนาครักขิตาราม
(วัดต่ำ) ตำบลนครนายก เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดนครนายกให้ความเคารพศรัทธา
สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยพระร่วง ขุดพบเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕
บริเวณโรงกลั่นสุราจังหวัดนครนายก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้วัดนางหงษ์
ตำบลท่าช้าง โดยขุดพบแต่เศียรไม่มีองค์ และได้นำไปไว้ที่โรงเรียนนายกพิทยา
(ปัจจุบันยุบไปแล้ว) ต่อมานำไปประดิษฐานที่วัดบุญนาครักขิตาราม
ในปี พ.ศ. ๒๕๑๑ มีผู้ศรัทธาสร้างองค์พระและโบสถ์ถวาย และถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า
หลวงพ่อเศียรนคร ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
วัดใหญ่ทักขิณาราม
ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านใหญ่ ริมแม่น้ำนครนายก
จากตัวเมืองเดินทางตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๔๙ แล้วเลี้ยวขวาเข้าบ้านใหญ่
วัดใหญ่เป็นวัดเก่าแก่กล่าวกันว่าชาวเวียงจันทน์ได้อพยพมาเมื่อครั้งเกิดสงครามลาวกับฝรั่งเศส
ชาวเวียงจันทน์แพ้สงครามจึงอพยพลงมาทางใต้ และมีกลุ่มหนึ่งมาตั้งหลักแหล่งอยู่ในเขตอำเภอเมืองนครนายก
เรียกว่า บ้านใหญ่ลาว และได้สร้างวัดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๓๒๓
เรียกว่า วัดใหญ่ลาว ในปี ๒๔๘๔ ได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดใหญ่ทักขิณาราม
สิ่งที่สำคัญในวัดคือ พระอุโบสถซึ่งมีขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว
๑๐.๑๕ เมตร สูง ๑๐ เมตร มีกำแพงแก้วล้อมรอบ สร้างโดยช่างชาวเวียงจันทน์
ลักษณะพระอุโบสถเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ก่ออิฐถือปูน บานประตูเป็นไม้แกะสลักกรอบด้านขวามือเป็นรูปยักษ์ถือกระบองชูขึ้น
และเท้าบั้นเอว หน้าบันเป็นไม้แกะสลักรูปเทพพนม กำแพงแก้วมีซุ้มประตูโค้งเลียนแบบศิลปะตะวันออก
มีทหารสวมหมวกแต่งกายแบบยุโรปถือกระบองเป็นทวารบาลด้านละ ๒
คน นอกกำแพงแก้วด้านทิศตะวันตกมีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองแบบทรงเครื่องดูสวยงาม
วัดพราหมณีและอนุสรณ์สถานกองพลทหารญี่ปุ่นที่
๓๗ ตั้งอยู่ตำบลสาริกา ประมาณกิโลเมตรที่
๕ ทางไปน้ำตกสาริกา-นางรอง สมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา พ.ศ.
๒๔๘๒-๒๔๘๘ กองพลทหารญี่ปุ่นที่ ๓๗ เคยมาตั้งทัพอยู่ที่วัดนี้
สมาคมทหารสหายสงครามกองพลญี่ปุ่นที่ ๓๗ จึงสร้างอนุสรณ์สถานขึ้นเมื่อปี
พ.ศ. ๒๕๓๕ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงดวงวิญญาณของบรรดาทหารสังกัดกองพลญี่ปุ่นที่
๓๗ จำนวน ๗,๙๒๐ นาย ซึ่งเสียชีวิตในระหว่างสงคราม โดยนำอัฐิที่ฝังอยู่ในบริเวณวัดมาบรรจุในแท่นที่จัดสร้างขึ้น
นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดพราหมณียังมีสวนสัตว์จำลองโดยมีรูปปูนปั้นสัตว์ป่ามากมาย
เช่น ช้าง โค กระบือ กระทิง เก้ง กวาง และพระพุทธรูปเก่าแก่ทรงเครื่องดอกพิกุล
พระโอษฐ์แดง เล่ากันว่าชาวลาวอพยพได้อัญเชิญมาเมื่อสมัยเวียงจันทน์แตก
เรียกกันว่า พระพุทธรูปปากแดง ปกติโบสถ์ไม่เปิดถ้าประสงค์จะเข้าชมติดต่อขออนุญาตได้ที่เจ้าอาวาส
รอยพระพุทธบาทจำลองเขานางบวช
อยู่ในมณฑปบนยอดเขานางบวช ตำบลสาริกา ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ
๙ กิโลเมตร เขานางบวชสูงประมาณ ๑๐๐ เมตร ทางขึ้นมีบันไดคอนกรีตจากเชิงเขาถึงมณฑป
๒๒๗ ขั้น รอยพระพุทธบาทนี้สร้างไว้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๐๑ ในวันแรม
๘ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีระกา และจะมีงานนมัสการรอยพระพุทธบาทในกลางเดือน
๕ ของทุกปี
เมืองโบราณดงละคร
ตั้งอยู่ที่ตำบลดงละคร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๙ กิโลเมตร
ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๗๖ เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ ๖.๓ กิโลเมตร
ผ่านวัดเจดีย์ทอง และเลี้ยวไปทางเดียวกับวัดดงละคร แต่เดิมเรียกกันว่า
เมืองลับแล เป็นสถานที่ตั้งเมืองโบราณสมัยทวารวดีและขอม
เนินดินดงละครหรือดงใหญ่มีเนื้อที่ประมาณ ๖ ตารางกิโลเมตร
ภายในมีเมืองโบราณหรือดงเล็ก ลักษณะเป็นรูปไข่อยู่ค่อนไปทางทิศตะวันตกของเนินดิน
มีคันดินเป็นกำแพง ๒ ชั้นชาวบ้านเรียกกันว่า สันคูเมือง
และมีคูน้ำล้อมรอบ ลักษณะเดียวกับเมืองโบราณทั่วไปในสมัยทวารวดี
ภายในเมืองน่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นปกครอง ส่วนประชาชนทั่วไปน่าจะกระจายอยู่ในบริเวณที่ลุ่มรอบเมือง
ความรุ่งเรืองที่เด่นชัดแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกเริ่มพุทธศตวรรษที่
๑๔-๑๖ เป็นวัฒนธรรมแบบทวารวดี ช่วงที่สองราวพุทธศตวรรษที่
๑๗-๑๙ เป็นวัฒนธรรมขอม และวัฒนธรรมก่อนอยุธยา พุทธศตวรรษที่
๑๙ ชาวบ้านดงละครคงจะอพยพไปตั้งถิ่นฐานตามลำน้ำสายหลักในจังหวัดนครนายก
สันนิษฐานว่าน่าจะมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับเมืองศรีมโหสถที่จังหวัดปราจีนบุรี
เพราะเมืองทั้งสองอยู่ห่างกันเพียง ๕๕ กิโลเมตร โบราณวัตถุที่ค้นพบบริเวณโบราณสถาน
ได้แก่ เศษภาชนะดินเผา ภาชนะเคลือบสีฟ้า ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน
เบี้ยดินเผา แผ่นตะกั่ว ตุ้มหูสำริด แผ่นทองคำ เศียรพระพุทธรูปกะไหล่ทอง
สถูปศิลาแลง แหวนสำริด กำไลสำริด เป็นต้น
สำหรับตำนานเมืองนั้นเล่ากันว่า
เมืองนี้เคยเป็นเมืองของราชินีขอมซึ่งเป็นที่รโหฐานผู้อื่นไม่สามารถเข้าออกได้ง่ายนัก
ประกอบกับลักษณะของบริเวณเมืองมีต้นไม้สูงขึ้นอยู่ทั่วไปใครเข้าไปแล้วอาจหาทางออกไม่ได้
จะต้องวนเวียนอยู่ในดงนั้นเอง และวันโกนวันพระจะได้ยินเสียง
กระจับปี่ ซอ ปี่พาทย์ มโหรีขับกล่อมคล้าย ๆ กับมีการเล่นละครในวัง
ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า ดงละคร หรืออีกนัยหนึ่งคำว่า ดงละคร
นั้นอาจเพี้ยนมาจากดงนคร กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ
เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๘
อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ
อยู่ที่ตำบลเขาพระ แยกซ้ายมือจากถนนที่ไปน้ำตกสาริกา-นางรองตรงหลักกิโลเมตรที่
๑ ไปตามถนนเขาทุเรียนระยะทางประมาณ ๑๑ กิโลเมตร (ทางไปบ้านวังรี)
เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่มีทิวทัศน์สวยงามตามธรรมชาติมีน้ำตลอดปี
มีถนนลาดยางรอบอ่าง เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน
และใช้เป็นศูนย์กีฬาทางน้ำของจังหวัดนครนายก เนื่องจากมีศักยภาพในการเล่นเรือกรรเชียง
เรือแคนูน้ำเรียบ เรือใบ และวินด์เซิฟในบางฤดู
อ่างเก็บน้ำทรายทอง
อยู่ที่ตำบลเขาพระ แยกซ้ายมือจากถนนที่ไปน้ำตกสาริกา-นางรอง
ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๑ ไปตามถนนเขาทุเรียนระยะทางประมาณ ๑๕
กิโลเมตร (ทางเดียวกับอ่างเก็บน้ำห้วยปรือ) เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก
ภูมิประเทศโดยรอบเป็นภูเขาคงความสวยงามตามธรรมชาติ เหนืออ่างเก็บน้ำขึ้นไปประมาณ
๒ กิโลเมตร มี น้ำตกทรายทอง เป็นน้ำตกขนาดเล็กมีน้ำเกือบตลอดปี
การเดินทางไปยังน้ำตกทรายทองต้องเดินเท้าเข้าไปโดยเริ่มจากตัวเขื่อนอ่างเก็บน้ำใช้เวลาเดินทางประมาณ
๓๐ นาที
น้ำตกลานรักหรือน้ำตกตาดหินกอง
ตั้งอยู่ในตำบลสาริกา ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปน้ำตกสาริกาและน้ำตกนางรอง
โดยเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกประชาเกษมประมาณหลักกิโลเมตรที่ ๘ เข้าไปประมาณ
๕ กิโลเมตรก็จะถึงบริเวณตัวน้ำตกซึ่งเกิดจากสายธารเล็ก ๆ ไหลผ่านลานหินในช่วงสุดท้ายและไหลพุ่งเป็นทางยาวผ่านที่กว้างเลียบตรงเชิงเขาเตี้ย
ๆ สวยงาม และแปลกตาไปจากน้ำตกแห่งอื่น น้ำตกลานรักมีน้ำเฉพาะในฤดูฝน
ในฤดูแล้งน้ำจะแห้ง และในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนจะมีน้ำมากที่สุดเหมาะที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว
น้ำตกสาริกา
เป็นน้ำตกในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ตั้งอยู่ที่ตำบลสาริกา เดินทางจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข
๓๐๔๙ เป็นระยะทาง ๑๒ กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข
๓๐๕๐ อีก ๓ กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย น้ำตกสาริกาเป็นน้ำตกขนาดใหญ่สายน้ำไหลตกจากหน้าผาเป็นทอด
ๆ ถึง ๙ ชั้น ผาที่สูงที่สุดประมาณ ๒๐๐ เมตร แต่ละชั้นมีอ่างรับน้ำและมีน้ำมากในฤดูฝน
ส่วนฤดูแล้งน้ำแห้ง บริเวณด้านล่างของน้ำตกมีบริการห้องอาบน้ำ
ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ค่าเข้าชมน้ำตกผู้ใหญ่คนละ ๒๐
บาท เด็ก ๑๐ บาท
ในบริเวณใกล้เคียงกันมี ถ้ำสาริกา อาจารย์มั่น ภูริฑตฺโต
เคยมาบำเพ็ญศาสนธรรมที่นี่ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๖๐-๒๔๖๓ สภาพเป็นเนินเขา
ภายในบริเวณประกอบด้วยกุฏิของสงฆ์ เรือนบูชาหลวงปู่มั่น และโบสถ์
ซึ่งอยู่สุดทางเดินเท้าขึ้นเขา
วังตะไคร้ ตั้งอยู่ที่ตำบลหินตั้ง
ใกล้กับน้ำตกนางรองอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๖ กิโลเมตร
ตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๔๙ วังตะไคร้เป็นของกรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิจ
และหม่อมราชวงศ์หญิงพันธุ์ทิพย์บริพัตร เป็นอุทยานที่ได้รับการตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ในเนื้อที่
๑,๕๐๐ ไร่ มีถนนให้นำรถยนต์เข้าชมในบริเวณได้ เปิดรับนักท่องเที่ยวทั่วไปทั้งประเภทเช้าไปเย็นกลับ
และประเภทค้างแรม โดยคิดค่าผ่านประตูดังนี้ นักท่องเที่ยวเดินเท้าคนละ
๑๐ บาท รถยนต์ รถกระบะ รถตู้ รถสองแถวคันละ ๑๐๐ บาท (ผู้โดยสารไม่เกิน
๔ คน) มากกว่า ๔ คน คิดเพิ่มตามจำนวนคน ๆ ละ ๑๐ บาท รถบัสคนละ
๑๐ บาท
น้ำตกนางรอง
ตั้งอยู่ที่ตำบลหินตั้ง ห่างจากตัวเมืองประมาณ
๒๐ กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๔๙ น้ำตกนางรองอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
เป็นน้ำตกขนาดกลางที่ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ ไม่สูงนัก มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ
ในช่วงฤดูฝนกระแสน้ำจากน้ำตกนางรองจะไหลเชี่ยวมากควรระมัดระวังในการลงเล่นน้ำ
การจัดบริเวณภายในเป็นระเบียบสะอาดตา และมีบ้านพักบริการ การเข้าชมน้ำตกนางรองนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าบำรุงสถานที่ดังนี้
รถยนต์โดยสาร (รวมบุคคล) ๑๕๐ บาท รถยนต์เล็ก (รวมบุคคล) ๕๐
บาท รถตู้ (รวมบุคคล) ๑๐๐ บาท รถจักรยานยนต์ ๑๐ บาท บุคคลคนละ
๕ บาท |
|
นครนายก จังหวัดนครนายก โรงแรมนครนายก
| เมืองในฝันที่ใกล้กรุง
ภูเขางาม น้ำตกสวย รวยธรรมชาติ ปราศจากมลพิษ
|
ข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดนครนายก
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ทัวร์โปรโมชั่น
| โปรแกรมทัวร์แนะนำ |
 |
URC864-UQ : Grand ซินเจียงกลาง อี้หนิง ทุ่งหญ้านาราถี อุทยานดอกไม้เทียนซาน ทะเลสาบไซลีมู่ ทุ่งหญ้าคาลาจุ้น แกรนด์แคนยอนคั่วเคซู ตลาดต้าปาจา อูรูมูฉี
วันเดินทาง 7 - 14 เมษายน, 21 - 28 เมษายน, 5 - 12 พฤษภาคม, 2 - 9 มิถุนายน, 30 มิ.ย. - 7 ก.ค., 14 21 กรกฎาคม 2569
ชมดอกไม้ป่าบานปีละครั้งที่ ทุ่งหญ้านาราถี ทุ่งหญ้าที่สวยงามในประเทศจีน
ชม อุทยานดอกไม้เทียนซาน เป็นอุทยานดอกไม้เมืองหนาว ชม ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ สีม่วงกว้างใหญ่
ชม ทะเลสาบไซลี่มู่ ที่ทอดตัวอยู่ในวงล้อมของเทือกเขาเทียนซาน อยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าและภูเขาหิมะ |
 |
CGO651-DD : ซีอาน เทศกาลดอกโบตั๋นบาน ลั่วหยาง สุสานทหารจิ๋นซี PopMart ถ้ำน้ำแข็งหมื่นปี อุทยานหยุนไถ่ซาน ถ้ำหลงเหมิน เจดีย์ห่านป่าใหญ่ โชว์เส้นทางสายไหม
วันเดินทาง 10 - 16 เมษายน 2569
ชม ดอกโบตั๋นบาน เทศกาลดอกโบตั๋นบานเมืองลั่วหยางที่สวยงามที่สุดในประเทศจีน
ชม สุสานทหารดินเผาจิ๋นซี อันยิ่งใหญ่ และชม ถ้ำผาหลงเหมิน ผาหินแกะสลักมรดกโลก
ชม ถ้ำน้ำแข็งหมื่นปี ชมความงามของหินงอกหินย้อยคล้ายคริสตัลและหิมะ
ชม อุทยานหยุนไถซาน อุทยานสวรรค์ที่สวยงามที่สุด ของมณฑลเหอหนาน |
 |
CSX651-SL : ฉางซา จางเจียเจี้ย ภูเขาอวตาร ประตูสวรรค์ เมืองโบราณฟ่งหวง เมืองโบราณฝูหรงเจิ้น เขาเทียนเหมินซาน สะพานแก้ว วัดไคฝู โชว์จิ้งจอกขาว
วันเดินทาง 6 - 11 มีนาคม, 17 - 22 มีนาคม, 20 - 25 มีนาคม, 24 - 29 เมษายน, 8 - 13 พฤษภาคม 2569
เที่ยวครบ 4 ไฮไลท์ ถ้ำประตูสวรรค์ ภูเขาอวตาร สะพานแก้วและวัดไคฝู
นอนที่เมืองโบราณฝูหรงเจิ้น และในเมืองโบราณฟงหวง ถ่ายรูปสวยๆแสงสีแสงไฟยามค่ำคืน |
 |
CSX659-SL : ฉางซา หุบเขาเทวดาวั้งเซียนกู่ หมู่บ้านโบราณหวงหลิง ล่องเรือชมแสงสีอู้วนี่โจว หมู่บ้านจำลองลูเซิร์น เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น ภูเขาหลิงซาน พระนอนอี้หยาง (พักในหุบเขาเทวดา)
วันเดินทาง 6 - 11 มีนาคม, 17 - 22 มีนาคม, 20 - 25 มีนาคม, 24 - 29 เมษายน, 8 - 13 พฤษภาคม 2569
เที่ยว หมู่บ้านโบราณหวงหลิง นับเป็นหมู่บ้านสวยที่สุดในเมืองอู้หยวน มณฑลเจียงซี
พักใน หุบเขาเทวดาวั้งเซียนกู่ ถ่ายรูปสวยๆแสงสีแสงไฟยามค่ำคืน
นำท่าน ล่องเรือ ชมแสงสียามค่ำคืนอู้วี่โจว พร้อมชมแลนด์มาร์คแห่งใหม่ |
 |
XIN871-CZ : เจาะลึกซินเจียงกลาง อูรูมูฉี - อี้หนิง ทุ่งหญ้านาราถี ทะเลสาบไซลี่มู เมืองเท่อเค่อซือ ทุ่งหญ้าคาลาจุ้น แกรนด์แคนยอนคั่วเคซู ทุ่งดอกลาเวนเดอร์
วันเดินทาง 20 27 มิถุนายน, 25 กรกฎาคม 1 สิงหาคม, 8 15 สิงหาคม 2569
ชมดอกไม้ป่าบานปีละครั้งที่ ทุ่งหญ้านาราถี ทุ่งหญ้าที่สวยงามในประเทศจีน
ชม ทะเลสาบไซลี่มู่ ที่ทอดตัวอยู่ในวงล้อมของเทือกเขาเทียนซาน อยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าและภูเขาหิมะ
ชม ทุ่งหญ้าคาลาจุ้น และ แกรนด์แคนยอนคั่วเคซู ที่มีภูมิทัศน์อันสวยงามท่ามกลางทุ่งหญ้าและภูเขาหิมะ
ชม อุทยานทะเลดอกไม้เทียนซาน ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ทุ่งดอกไม้เมืองหนาวที่ใหญ่ที่สุดในซินเจียง |
 |
ALA18-MU : ซินเจียง อูรูมูฉี อี้หนิง - อัลมาตี้ คาซัคสถาน เที่ยว 2 ประเทศ แกรนด์แคนยอนขุย ทะเลสาบไซลี่มู่ ทุ่งหญ้าคาลาจุ้น อุทยานดอกไม้เทียนซาน ชารีนแคนยอน ทะเลสาบโคลไซ Shymbulak Ski วิหารเซนคอฟ ยอดเขาค็อกโทเบ
วันเดินทาง 9 18 พฤษภาคม, 30 พฤษภาคม 8 มิถุนายน, 12 - 21 กันยายน 2569
เที่ยว 2 ประเทศ ซินเจียง - อัลมาตี้ บนเส้นทาง One Belt One Road ยุคใหม่
ชม ทะเลสาบไซลี่มู่ ที่ทอดตัวอยู่ในวงล้อมของเทือกเขาเทียนซาน
ชม อุทยานทะเลดอกไม้เทียนซาน ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ทุ่งดอกไม้เมืองหนาว
ชม เมืองอัลมาตี้ เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศคาซัคสถาน |
 |
URC863-UQ : Grand ซินเจียงเหนือ อูรูมูฉี คานาสือ หมู่บ้านเหอมู่ หุบเขาอัลไต หมู่บ้านไป๋ฮาปา ทะเลสาบอูหลุนกู ภูเขาหิมะเทียนซาน ล่องเรือ ตลาดต้าปาจา
วันเดินทาง 19 - 26 พฤษภาคม, 16 23 มิถุนายน, 8-15 ก.ย., 22 29 กันยายน, 6 - 13 ต.ค., 20 - 27 ตุลาคม 2569
ชม อุทยานคานาสือ อุทยานที่สวยที่สุดในหุบเขาอัลไต (เข้าคานาสือ 2 วัน เน้นถ่ายรูปสวยๆ)
ชม หมู่บ้านเหอมู่ หมู่บ้านที่วิวทิวทัศน์สวยในหุบเขาอัลไต และ หมู่บ้านไป่ฮาปา หมู่บ้านที่สวยที่สุด
ชม ภูเขาหิมะเขาเทียนซาน (มรดกโลก) ล่องเรือทะเลสาบเทียนฉือ ชมวิวภูเขาหิมะสวยๆ |
สอบถามทัวร์เพิ่มเติม
ID Line Office : @oceansmiletour
คุณเล็ก โทร.082-3656241 ID Line : lekocean2
คุณโจ้ โทร.093-6468915 ID Line : oceansmile
รับทำกรุ๊ปเหมา เที่ยวส่วนตัว ดูงาน
ประเทศจีน (ทุกเมือง) อินเดีย (ทุกเมือง)
เนปาล ภูฏาน บาหลี ศรีลังกา ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า |
|
| |
|