(อิสตันบูล 2 คืน, ชานัคคาเล่
1 คืน, คูซาดาซี 1 คืน, ปามุคคาเล่ 1 คืน, คัปปาโดเจีย
1 คืน, คอนย่า 1 คืน, อังคาร่า 1 คืน) |
โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์
ขอเสนอโปรแกรมนำเที่ยวประเทศตุรกี
สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ที่ประเทศสองทวีป คือทั้งทวีปเอเชียและยุโรป
ดินแดนแห่งอาณาจักรออตโตมันอันยิ่งใหญ่ มหานครโบราณกรุงคอนสแตนติโนเปิล
ชมสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมีปรากฏอยู่ให้เห็นทั่วทุกหนแห่ง
โดยทีมงานมัคคุเทศก์ที่ชำนาญงาน ที่พักระดับมาตรฐานและบริการอาหารในภัตตาคารเลิศรส |
หมายเหตุ
: สำหรับเพื่อนๆจองทริปทัวร์
ทางเราจะแจ้งเบอร์ไกด์ จุดนัดหมายและการเตรียมตัวเดินทาง
ก่อนเดินทาง 5 วันครับ ท่านสามารถมาตรวจสอบรายละเอียดการเดินทางในเวบได้และก่อนเดินทาง
5 วัน ทางบริษัทฯจะโทรแจ้งเพื่อนสมาชิกอีกครั้งครับ |
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร.0-2969
3664, 0-2949 5134-39
คุณเล็ก โทร.089 457 9494 / E-mail : oceansmile1@gmail.com
คุณนัท โทร.081 905 9028 / E-mail : donutmeru@gmail.com
คุณโอม โทร.087-914 8112 / E-mail : ohmguide@live.com |
เตรียมตัวเดินทางครับ |
:
จุดนัดหมาย สนามบินสุวรรณภูมิ
ชั้น 4 ประตู 8
เคาน์เตอร์เช็คอินแถว Q สายการบิน กาต้าร์ แอร์เวย์
(QR) เวลา 06.30 น. |
:
อุณหภูมิ |
อากาศหนาว
เตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วยครับ |
:
เวลา |
เวลาตุรกีช้ากว่าไทย
4 -5 ชั่วโมง คือฤดูร้อน ช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง
ส่วนฤดูหนาวช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง |
:
ภาษา |
ภาษาอังกฤษ
และภาษาท้องถิ่น |
:
ไฟฟ้า |
220
โวลต์ สามารถเสียบชาร์จอุปกรณ์มือถือ หรือกล้องถ่ายรูปได้ตามปกติ |
:
ระบบเงินตรา |
สกุลเงินตุรกี
คือ ลีร่าตุรกี มีอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 1 ดอลล่า
/ 1.9 ลีร่า (ไปแลกที่สนามบินตุรกีได้ครับ)
การใช้จ่ายในตุรกี สามารถใช้ได้ทั้งเงินลีร่าเงินดอลล่าร์
และเงิน ยูโร ครับ |
:
หมายเหตุ |
น้ำหนักกระเป๋าเดินทาง
ไม่เกิน 20 กิโลกรัมครับ |
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเที่ยวตุรกี
ประเทศตุรกีมี 4 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ
(เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม) ฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน-เดือนกันยายน)
ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนตุลาคม- เดือนพฤศจิกายน)
และ ฤดูหนาว (เดือนธันวาคม เดือนมีนาคม)
สำหรับช่วงที่น่าเที่ยวที่สุดในตุรกีคือ ช่วงฤดูใบไม้ผลิและต้นฤดูร้อน
(เดือนเมษายน-เดือนมิถุนายน) และช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง
(ช่วงเดือนตุลาคม) เนื่องจากเป็นช่วงที่มีอากาศเย็นสบาย
ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป |
|
|
โปรแกรมการเดินทาง |
ทริป : วันที่
7 - 16 เมษายน 2555 |
วันที่
7 เมษายน 55 : สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงอิสตันบูล |
06.30
น. |
พบกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ
ชั้น 4 ประตู 8 เคาน์เตอร์เช็คอินแถว Q สายการบิน
กาต้าร์ แอร์เวย์ (QR) เจ้าหน้าที่ บริษัทฯ ให้การต้อนรับ
และอำนวยความสะดวกสัมภาระและเอกสารการเดินทาง |
09.15
น. |
ออกเดินทางสู่
กรุงอิสตันบูล
โดย สายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่
QR613 |
| 11.55
น. |
เดินทางถึง
สนามบินกรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์
(แวะเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อไปกรุงอิสตันบูล) |
| 14.15
น. |
|
| 18.30
น. |
เดินทางถึง
สนามบินกรุงอิสตันบูล
(เวลาตุรกีช้ากว่าไทย 4 -5 ชั่วโมง คือฤดูร้อน ช้ากว่าไทย
4 ชั่วโมง ส่วนฤดูหนาวช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง) หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่ศุลกากรแล้ว
นำท่านออกเดินทางโดยรถบัสปรับอากาศเดินทางสู่ ภัตตาคารท้องถิ่น
เพื่อรับประทานอาหารค่ำ หลังอาหารนำท่านเข้าที่พัก
(พักโรงแรม Grand Halic Hotel หรือ ระดับ 4 ดาว) |
วันที่
8 เมษายน 55 : พระราชวังโดลมาบาชเช่ พระราชวังทอปกาปึ
สุเหร่าสีฟ้า - โบสถ์เซนต์โซเฟีย |
เช้า |
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
หลังอาหารนำท่านเข้าชม พระราชวังโดลมาบาชเช่
Dolmabahce Palace อันเป็นพระราชวัง ที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม
ภายในประกอบด้วยห้องต่าง ๆ และฮาเร็ม ตกแต่งด้วยโคมระย้า
บันไดลูกกรงแก้วเจียระไน และโคมไฟมหึมา หนัก 4.5 ตัน
ภายนอกประกอบด้วยสวนดอกไม้ ตัวพระราชวังตั้งอยู่เหนืออ่าวเล็กๆ
ที่ช่องแคบบอสฟอรัส จากนั้นนำท่านเข้าชม พระราชวังทอปกาปึ
Topkapi Palace อดีตเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งราชวงศ์ออตโตมัน
ปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า
อาทิเช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน
หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่าน |
เที่ยง |
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคารอาหารจีน
หลังอาหารนำท่านชม สนามแข่งม้าโบราณชาวโรมัน
ฮิปโปโดม Hippodome หรือจัตุรัสสุลต่านอาห์เมต
ปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิด สุลต่านอะห์เมต
ซึ่งในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางแห่งชีวิตของชาวไบแซนติอุมมากว่า
1,000 ปี และของจักรวรรดิออตโตมันกว่า 400 ปี จากนั้นนำท่านเข้าชม
สุเหร่าสีน้ำเงิน Blue Mosque
สร้างขึ้นในสมัยสุลต่านอะห์เมตที่ 1 ซึ่งมีพระประสงค์ที่จะสร้างมัสยิดของจักรวรรดิออตโตมันที่มีความงดงามและยิ่งใหญ่กว่าโบสถ์เซ็นต์โซเฟียของจักรวรรดิไบแซนไทน์ให้ได้
แต่อย่างไรก็ตามโบสถ์เซ็นต์โซเฟียก็ยังคงเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกีจวบจนปัจจุบัน
และนำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์โซเฟีย
St. Sophia ซึ่งเป็นศิลปะแบบไบเซนไทม์ ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ
สร้างขึ้นสมัยจักรพรรดิคอนสแตนติน ของจักรวรรดิไบแซนไทน์
ซึ่งเดิมใช้เป็นโบสถ์คริสต์ แต่หลังจากจักรวรรดิออตโตมันเข้ามาปกครองจึงได้เปลี่ยนโบสถ์ดังกล่าวมาเป็นมัสยิด
แต่ได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในสมัย คามาล
อะตาเติร์ก |
ค่ำ |
บริการอาหารค่ำที่ภัตตาคารอาหารไทย
Pera Thai Restaurant หลังอาหารนำท่านเข้าที่พัก (พักโรงแรม
พัก Grand Halic Hotel หรือ ระดับ 4 ดาว) |
วันที่
9 เมษายน 55 : ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส ช้อปปิ้งตลาดแกรนด์บาซาร์
- เมืองชานัคคาเล่ |
เช้า |
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
หลังอาหารนำท่าน ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส
Bosphorus Cruise เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของสองแคบ
2 ทวีป ซึ่งเป็นช่องแคบที่แยกระหว่างเอเชียกับยุโรปออกจากกัน
ชมสุเหร่าริมน้ำ มหาวิทยาลัย หรือบ้านเรือนสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐี
สวยงามตระการตาจากนั้นนำท่านสู่ แกรนด์บาร์ซาร์
Grand Bazaar มีร้านค้ามากถึง 4,000 กว่าร้าน
ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่มีชื่อเสียงของตุรกีอย่างจุใจ
เช่น แฟชั่นเครื่องหนังคุณภาพเยี่ยม ราคาย่อมเยา และสินค้าพื้นเมืองต่าง
ๆ ตลอดจนของที่ระลึกมีให้เลือกอย่างจุใจ |
เที่ยง |
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
(เมนูปลา) หลังอาหารนำท่านเดินทางเลียบชายฝั่งสู่
เมืองอีเซียบัท Eceabat
เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่บริเวณท่าเรือที่จะข้ามฟากสู่
เมืองชานัคคาเล่ นำท่านข้ามฟากสู่ เมืองชานัคคาเล่
Canakkale ตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่าที่ตัดกับทะเลอีเจียน
เพื่อมุ่งหน้าสู่ กรุงทรอย
|
ค่ำ |
บริการอาหารค่ำแบบบุเฟต์
ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม หลังอาหารพักผ่อนกันตามสบาย
(พักโรงแรม Iris Hotel หรือระดับ 4 ดาว) |
วันที่
10 เมษายน 55 : ม้าไม้กรุงทรอย เมืองเปอร์แกมัม
วิหารอะโครโปลิส เมืองคูซาดาซี |
เช้า |
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
หลังอาหารนำท่านชม ม้าไม้แห่งกรุงทรอย
อันโด่งดัง เป็นหนึ่งในอาวุธยุทโธปกรณ์อันชาญฉลาดในสมัยนั้นและเป็นสาเหตุให้กรุงทรอยถึงคราล่มสลาย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเปอร์แกมัม
Pergamum |
เที่ยง |
บริการอาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์
ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านชมความสวยงามของ วิหารอะโครโปลิส
Acropolis ซึ่งถูกกล่าวขวัญถึงประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายมี
โรงละครที่ชันที่สุดในโลกซึ่งจุผู้ชมได้ถึง 10,000
คน สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซี
Kusadasi (ระยะทางประมาณ 185 กิโลเมตร) ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลอีเจียน
ได้รับสมญานามว่า เกาะนก |
ค่ำ |
บริการอาหารค่ำแบบบุเฟต์
ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม หลังอาหารพักผ่อนกันตามสบาย
(พักโรงแรม Iris Hotel หรือระดับ 4 ดาว) |
วันที่
11 เมษายน 55 : เมืองคูซาดาซี เมืองเอฟิซุส - เมืองปามุคคาเล่ |
เช้า |
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
หลังอาหารนำท่านชม เมืองเอฟิซุส
City Of Ephesus เดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย
2,000 ปีที่แล้ว มีโรงละครกลางแจ้งที่ผู้ชมได้กว่า
30,000 คน ยังคงใช้งานได้ถึงปัจจุบัน เช่น คอนเสิร์ตของฮูลิโอ
อิงเกลเซียส นำท่านชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ
Roman Bath ที่ยังเหลือร่องรอยห้องอาบน้ำให้เห็นอยู่,
ห้องสมุดโบราณ เก็บรักษาหนังสือไว้เป็นอย่างดี
เป็นศิลปะแบบเฮเลนนิสติค นำท่านเข้าชม House
Of Vergin Mary บ้านของพระแม่มารี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ |
เที่ยง |
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่
(ระยะทาง 387 ก.ม.) ถนนหนทางเดินทางสะดวกสบาย
ชมวิวทิวทัศน์ระหว่างทาง |
ค่ำ |
บริการอาหารค่ำแบบบุเฟต์
ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม หลังอาหารพักผ่อนกันตามสบาย
(พักโรงแรม Tripolis Hotel หรือระดับ 4 ดาว) |
วันที่
12 เมษายน 55 : เมืองปามุคคาเล่ เมืองคอนยา - พิพิธภัณฑ์เมฟลานา |
เช้า |
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
หลังอาหารนำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย
(ปามุคคาเล่) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน ที่ซึ่งในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนดังกล่าวสามารถรักษาโรคได้
นำท่านชม นครโบราณฮีเยราโพลิส
ซึ่งยังคงมีสถานที่สำคัญหลงเหลืออยู่คือ โรงละครแอมฟิเธียเตอร์
สามารถจุได้กว่า 10,000 คนในอดีตกาล นำท่านชม
วิหารอะพอลโล ซึ่งสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่
3 ซึ่งยังคงมีซากหลงเหลืออยู่บ้าง จากนั้นนำท่านชม
นีโครโพลิส หรือ สุสานโรมันแบบโบราณ
ทางเข้ามีการสร้างประตู โดมินีเชียนคาดว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่
3 |
เที่ยง |
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
หลังอาหารท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า
Konya เมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูค ปี ค.ศ.
1071-1308 ในสมัยสุลต่านอาเลดดิน เคย์โคบาท อาณาจักรแห่งนี้รุ่งเรืองมาก
ท่านจะได้ชมวิธีชีวิตตามชนบทและทัศนียภาพที่สวยงามของทุ่งหญ้าสลับกับภูเขา
นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์เมฟลานา
Mevlana Museum หรือสำนักลมวน ก่อตั้งขึ้นในปี
ค.ศ. 1231 โดย เมฟลานา เจลาเลดดิน รูบี เชื่อว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม |
ค่ำ |
บริการอาหารค่ำแบบบุเฟต์
ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม หลังอาหารพักผ่อนกันตามสบาย
(พักโรงแรม Rixos Hotel หรือระดับ 5 ดาว) |
วันที่
13 เมษายน 55 : เมืองคอนย่า - คัปปาโดเจีย - เมืองใต้ดิน
- พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง - โชว์ระบำหน้าท้อง |
เช้า |
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ คัปปาโดเจีย
Cappadocia ซึ่งองค์การยูเนสโก้ได้ประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลก
เป็นดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ เกิดจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่
เมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน ได้เป็นตัวแปรที่ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก
เนินเขา และเสารูปทรงต่าง ๆ ที่งดงาม และเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมระหว่างทางนำท่านชม
คาราวานสไลน์ Caravanserai ที่พักแรมระหว่างทางของชาวเติร์กในสมัยออตโตมัน |
เที่ยง |
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
หลังอาหารนำท่านชม นครใต้ดิน
Underground City Of Derinkuyu Or Kaymakli ซึ่งเป็นที่หลบซ่อนจากการรุกรานของข้าศึก
พร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศและสภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดินพร้อมสรรพ
บริเวณทางเดินมีร้านขายสินค้าให้ท่านได้ช้อปปิ้ง |
ค่ำ |
บริการอาหารค่ำแบบบุเฟต์
ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม ชมการแสดงพื้นเมือง ชมโชว์เมฟลาน่า
และระบำหน้าท้อง ประกอบดนตรีของสาวน้อยชาวตุรกี
(พักโรงแรม Crystal Kaymakli Hotel หรือระดับ 5 ดาว) |
วันที่
14 เมษายน 55 : เมืองคัปปาโดเจีย - กรุงอังคาร่า |
05.00
น. |
สำหรับท่านที่สนใจนั่งบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเจีย
จะมีเจ้าหน้าที่ของบอลลูนมารับท่านที่บริเวณ ล๊อบบี้
(ทัวร์นั่งบอลลูนี้ ไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ค่าขึ้นบอลลูนประมาณท่านละ
210 ดอลล่า ท่านจะได้รับประกาศนียบัตรนั่งบอลลูนที่มีชื่อเสียงระดับโลก
แจ้งกับไกด์ในวันเดินทางครับ) |
เช้า |
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม
Goreme เยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง
ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ.
9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนา
โดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์
จากนั้นนำท่านแวะชม โรงงานทอพรม
โรงงานเซรามิค และโรงงานเครื่องหนัง ชั้นนำของประเทศตุรกี |
เที่ยง |
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ กรุงอังคาร่า
Ankara เมืองหลวงของประเทศตุรกี หน่วยงานของราชการเกือบทั้งหมดจะอยู่ที่นี่
บางท่านอาจสับสนว่าอิสตันบูลเป็นเมืองหลวง แต่กรุงอังคาร่าคือเมืองหลวงของประเทศตุรกี |
ค่ำ |
บริการอาหารค่ำแบบบุเฟต์
ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม หลังอาหารพักผ่อนกันตามสบาย
(พักโรงแรม Sergah Hotel หรือระดับ 4 ดาว) |
วันที่
15 เมษายน 55 : กรุงอังคาร่า กรุงโดฮา - กรุงเทพฯ |
เช้า |
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
หลังอาหารนำท่านชม สุสานของมุสตาฟา
เคมาล อตาเติร์ก Mausoleum Of Mustafa Kemal Ataturk
บุคคลอันเป็นที่เคารพรักอย่างสูงสุดของชาวตุรกี
ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งชาวเติร์ก เป็นประธานาธิบดีคนแรกของตุรกีและเป็นผู้เปลี่ยนแปลงระบบการปกครองของตุรกีจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชจากสุลต่านมาเป็นระบบสาธารณรัฐ
อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ในวันที่ 11 พฤศจิกายน
ของทุกปีจะมีประชาชนจำนวนมากเข้าคิวยาวนับกิโลเมตร
เพื่อวางดอกไม้หน้าหลุมฝังศพของเขา |
เที่ยง |
บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน
กรุงอังคาร่า |
15.40
น. |
ออกเดินทางสู่
กรุงโดฮา โดยสายการบิน
Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR 463 |
19.20
น. |
เดินทางถึง
สนามบิน กรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์
(แวะเปลี่ยนเที่ยวบิน) |
21.00
น. |
ออกเดินทางสู่
กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน
Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR 612 |
วันที่
16 เมษายน 55 : กรุงเทพฯ |
07.45
น. |
ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ
โดยสวัสดิภาพ |