 |
อินเดีย 5 เมืองสวย 8 มรดกโลก เส้นทางประวัติศาสตร์และอารยธรรมอินเดีย |
เที่ยว เมืองปูเน่ ไหว้ องค์ทัคฑูเสฐ (Dugdusheth) พระพิฆเนศปางที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
ชม พระราชวังชานิวาร์ วาดา (Shaniwar Wada) พระราชวังเก่าของราชวงศ์มราฐา (Maratha) จักรวรรดิผู้พิชิตราชวงศ์โมกุล
ชม หมู่ถ้ำอชันตา มีอายุกว่า 2,000 ปี เป็นพุทธสถานที่สร้างจากการสกัดหน้าผาหินเข้าไปในภูเขา ในพุทธศตวรรษที่ 7-13
ชม หมู่ถ้ำเอลโลร่า ซึ่งประกอบไปด้วยงานศิลป์ของ 3 ศาสนาที่อยู่รวมกันของศาสนาพุทธ เชน และฮินดู
เที่ยว เมืองเดลี ชมมรดกโลกของราชวงศ์โมกุล จักรวรรดิที่ร่ำรวยและมั่งคั่งที่สุด ปกครองอินเดียกว่า 300 ปี
ชม สุสานหลวงจักรพรรดิหุมายุน ชม พระราชวังป้อมแดง และ กุตุบมีนาร์ แห่งราชวงศ์โมกุล
เที่ยว เมืองอัครา ศูนย์กลางปกครองของราชวงศ์โมกุล ชม ทัชมาฮาล และ พระราชวังอัคราฟอร์ท ที่ยิ่งใหญ่
เที่ยว เมืองชัยปุระ (Pink City) เมืองหลวงของรัฐราชาสถาน เมืองแห่งความรุ่งเรืองของชนชาวราชบุตร (Rajput)
อาหารดี - โรงแรมระดับ 4-5 ดาว บินตรงเข้าเมืองปูเน่ และ บินกลับจากเมืองชัยปุระ (ไม่เหนื่อยกับการเดินทาง) |

รายละเอียดโปรแกรม |

คลิ๊ก ใบททท. 11/05028 |

รางวัลกินรีทอง |

รางวัลบริษัททัวร์มาตรฐาน |

ถ้ำอชันตา เมืองออรังกบาด |

ถ้ำอชันตา เมืองออรังกบาด |

ถ้ำอชันตา เมืองออรังกบาด |

ถ้ำเอลโลรา เมืองออรังกบาด |

ถ้ำเอลโลรา (Ellora Caves) |

ถ้ำเอลโลรา (Ellora Caves) |

ทัชมาฮาล อินเดีย |

รูปทัชมาฮาล |

อัคราฟอร์ท |

พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท |

พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท |

พระราชวังสายลม เมืองชัยปุระ |
|
Days |
โปรแกรมทัวร์ |
อาหาร |
Hotel |
1 |
สนามบินสุวรรณภูมิ ปูเน่ : IX 291 (13.50-16.55) |
-/-/D |
ปูเน่ 4 ดาว |
2 |
ไหว้พระพิฆเนศ องค์ทัคฑูเสฐ - พระราชวังชานิวาร์ วาดา เมืองออรังกาบัด |
B/L/D |
ออรังกาบัด 4 ดาว |
3 |
เมืองออรังกาบัด หมู่ถ้ำอชันตา - บีบีกา มาคบารา |
B/L/D |
ออรังกาบัด 4 ดาว |
4 |
หมู่ถ้ำเอลโลร่า - ป้อมเดาลาตาบัด - เดลี : 6E 5117 (19.40-21.30) |
B/L/D |
เดลี 4 ดาว |
5 |
เดลี - สุสานหลวงจักรพรรดิหุมายุน พระราชวังป้อมแดง - กุตุบมีนาร์ - อัครา |
B/L/D |
อัครา 5 ดาว |
6 |
ทัชมาฮาล พระราชวังอัคราฟอร์ท ชัยปุระ |
B/L/D |
ชัยปุระ 4 ดาว |
7 |
บ่อน้ำขั้นบันได - แอมเบอร์ฟอร์ท ประตูปาตริกา พระราชวังสายลม สนามบินชัยปุระ : FD 131 (23.10-04.30) |
B/L/D |
บนเครื่อง |
8 |
สนามบินดอนเมือง (04.30) |
- |
|
|
วันเดินทางและค่าบริการ |
วันเดินทาง |
ผู้ใหญ่ |
พักเดี่ยว เพิ่ม |
หมายเหตุ |
| 11 17 พฤศจิกายน 2569 |
48,990.- |
9,500.- |
กรุ๊ป 10 ท่าน |
| 2 9 ธันวาคม 2569 |
49,990.- |
9,500.- |
กรุ๊ป 10 ท่าน |
| 10 17 กุมภาพันธ์ 2570 |
51,990.- |
9,500.- |
กรุ๊ป 10 ท่าน |
ติดต่อทางไลน์บริษัท @oceansmiletour หรือเบอร์ 0936468915 หรือ ไอดีไลน์ oceansmile (โจ้) |
กรุ๊ปเหมาหมู่คณะ 10 ท่าน เดินทางได้ทุกวันจันทร์ และ วันพุธ |
|
วันแรก : สนามบินสุวรรณภูมิ ปูเน่ : IX 291 (13.50-16.55) |
11.00 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 7 หรือ 8 แถว P สายการบิน Air India Express เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง (กระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 20 กก.)
13.50 น. ออกเดินทางสู่ เมืองปูเน่ โดยสายการบิน Air India Express - IX 291
16.55 น. ถึง Pune International Airport (PNQ) เมืองปูเน่ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของรัฐมหาราชตรา (Maharashtra) สภาพภูมิทัศน์ตั้งอยู่บนเนินเขา จึงทำให้เมือง Pune มีอากาศเย็นสบาย เป็นเมืองศูนย์กลางทางการศึกษาเนื่องจากเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ออกซฟอร์ดแห่งอินเดีย (เวลาที่ประเทศอินเดียช้ากว่าไทย 1.30 ชั่วโมง) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง นำท่านเดินทางเข้าที่พัก บริการอาหารเย็นที่โรงแรม (1) หลังอาหารพักผ่อนกันตามสบาย (พัก Royal Orchid Central Pune หรือระดับ 4 ดาว) |
วันสอง : ปูเน่ ไหว้พระพิฆเนศ องค์ทัคฑูเสฐ - พระราชวังชานิวาร์ วาดา เมืองออรังกาบัด |
07.00 น. บริการอาหารเช้าที่โรงแรม (2) หลังอาหารนำท่านสักการะ องค์ดั๊กดูเศรษฐ์ (Dugdusheth) พระพิฆเนศประจำเมืองปูเน่ องค์พระพิฆเนศมีการประดับประดาด้วยเครื่องประดับที่ทำจากทองคำและเพชรนิลจินดาทั่วทั้งองค์ จนได้รับการกล่าวถึงว่าเป็น พระพิฆเนศปางที่ร่ำรวยที่สุดในโลก จากนั้นนำท่านเที่ยวชม พระราชวังชานิวาร์ วาดา (Shaniwar Wada) พระราชวังเก่าของชาวมราฐา (Maratha) พระราชวังแห่งนี้เคยเจริญรุ่งเรืองและศูนย์กลางการปกครองของจักรวรรดิ ต่อมาในสมัยอังกฤษเข้ามาปกครองอินเดีย ทำให้พระราชวังแห่งนี้ถูกชาวอังกฤษปล้นสะดม ขโมยทรัพย์สมบัติทั้งหมดและเผาพระราชวังไม้แห่งนี้ กล่าวกันว่าไฟไหม้ต่อเนื่องนานกว่าหนึ่งเดือน (ภาพยนตร์อินเดียเรื่อง Bajirao Mastane พูดถึงการสู้รบของชาวมราฐากับอังกฤษและพระราชวังแห่งนี้) นำท่านชม ประตูป้อมโบราณ และซากพระราชวังที่หลงเหลืออยู่
12.00 น. บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร (3) หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองออรังกาบัด (Aurangabad) ชื่อใหม่ เมืองฉัตรปาตี ซัมบาจี นาการ์ (Chhatrapati Sambhajinagar) เป็นเมืองประวัติศาสตร์สำคัญ ขึ้นชื่อเรื่องมรดกโลก โดยเฉพาะถ้ำอชันตา (Ajanta Caves) และถ้ำเอลโลรา (Ellora Caves) ระยะทาง 230 ก.ม. ผ่าน เมืองอาเหม็ดนาการ์ ชื่อใหม่ เมืองเอฮิลยานาการ์ (Ahilyanagar) เมืองประวัติศาสตร์สำคัญของจักรพรรดิออรังเซบ (Aurangzeb) จักรพรรดิองค์ที่ 6 แห่งราชวงศ์โมกุล โอรสของกษัตริย์ซาจาร์ฮาลกับพระนางมุมตัสมาฮาล
19.00 น. บริการอาหารค่ำที่โรงแรม (4) หลังอาหารพักผ่อน (พัก The Fern Residency, Aurangabad หรือระดับ 4 ดาว)
|
วันที่สาม : เมืองออรังกาบัด หมู่ถ้ำอชันตา - บีบีกา มาคบารา |
07.00 น. บริการอาหารเช้าที่โรงแรม (5) หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ หมู่ถ้ำอชันตา (ระยะทาง 93 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง 2.30 ชั่วโมง ถ้ำปิดทุกวันจันทร์) นำท่านเที่ยวชม ถ้ำอชันตา ประติมากรรมทางพุทธศาสนาที่งดงามและเก่าแก่ที่สุดในโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.1983 ชมความงดงามและอลังการของสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นจากความศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยขุดเจาะภูเขาเป็นสังฆรามขนาดใหญ่แบบศิลปะคุปตะและหลังคุปตะอันวิจิตร ถ้ำอชันตาประกอบไปด้วยถ้ำ 30 ถ้ำ มีอายุกว่า 2,000 ปี เป็นพุทธสถานที่สร้างจากการสกัดหน้าผาหินเข้าไปในภูเขาเหนือแม่น้ำวโฆระ แต่เดิมเป็นศูนย์กลางสำนักปฏิบัติของเหล่าพระสงฆ์ในพุทธศาสนาราวพุทธศตวรรษที่ 7-13 ก่อนถูกทอดทิ้งให้รกร้างกลางป่าจึงรอดพ้นจากการทำลายล้างจากกองทัพผู้รุกราน จนมาถูกค้นพบอีกครั้งโดยบังเอิญจากนายทหารอังกฤษในศตวรรษที่ 19 ภายในถ้ำท่านจะได้ชมงานแกะสลักเสาอันงดงามและวิจิตรบรรจง รวมถึงพระพุทธรูปและเจดีย์ศิลาที่สกัดและตกแต่งขึ้นจากหินเนื้อเดียวกันกับพื้นผนังถ้ำยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุกว่า 1,200 ปี มีความงดงามสมบูรณ์ด้วยเทคนิคการเขียนภาพสามมิติ ภาพสีเฟรสโก้อันน่าอัศจรรย์ ถ้ำอชันตาเป็นถ้ำที่ผสมผสานระหว่างศิลปะแบบพุทธและฮินดู
11.30 น. บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคารหน้าถ้ำอชันตา (6) หลังอาหารนำท่านเที่ยวชมสถาปัตยกรรมของถ้ำอชันตามีถึง 30 ถ้ำ แต่ละถ้ำมีความแตกต่างกัน เช่น ถ้ำที่ 1 เป็นถ้ำเกี่ยวกับชาดกและพุทธประวัติ ถ้ำเบอร์ 2 เป็นถ้ำของฝ่ายมหายานมีชื่อเสียงด้านภาพวาด ส่วนใหญ่เป็นภาพดอกบัว ถ้ำเบอร์ 4 มีความกว้างใหญ่ที่สุดในบรรดาถ้ำทั้งหมด ด้านหน้ามีรูปแกะสลักพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร อีกทั้งพระพุทธรูปปางประทับยืน ถ้ำเบอร์ 6 มีพระพุทธรูปปางแสดงปฐมเทศนาที่มีพระสรีระแตกต่างจากถ้ำอื่น มีเวลาเที่ยวชมจนถึงถ้ำสุดท้าย เดินทางกลับเมืองออรังกาบัด จากนั้นนำท่านเที่ยวชม บีบีกา มาคบารา (ทัชมาฮาลน้อย) เป็นสถานที่ฝังพระศพของจักรพรรดินี ราบิยะ อุด-ดูรานี (Rabia ud-Durani) ซึ่งสร้างขึ้นด้วยหินอ่อนในแบบสถาปัตยกรรมโมกุล โดยเจ้าชายอะซาม ชาห์ (Azam Shah) พระราชโอรสของจักรพรรดิออรังเซ็บ ในระหว่างปี 1651 ถึง 1661 เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระมารดาของตน สุสานแห่งนี้สร้างเลียนแบบทัชมาฮาลแต่มีขนาดเล็กกว่า
19.00 น. บริการอาหารค่ำที่โรงแรม (7) หลังอาหารพักผ่อน (พัก The Fern Residency, Aurangabad หรือระดับ 4 ดาว) |
วันที่สี่ : หมู่ถ้ำเอลโลร่า ป้อมเดาลาตาบัด เดลี - 6E 5117 (19.40-21.30) |
07.00 น. บริการอาหารเช้าที่โรงแรม (8) หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ หมู่ถ้ำเอลโลร่า (ระยะทาง 30 กม. ถ้ำปิดทุกวันอังคาร) นำท่านเที่ยวชม หมู่ถ้ำเอลโลร่า ซึ่งประกอบไปด้วยงานศิลป์ของสามศาสนาที่อยู่รวมกัน ชมความงามที่ยิ่งใหญ่ของถ้ำ 34 ถ้ำ ถ้ำหมายเลข 112 เป็นวัดถ้ำในพุทธศาสนา ถ้ำหมายเลข 14-16 เป็นเทวาลัยถ้ำในศาสนาฮินดู ถ้ำ 30-32 เป็นวิหารถ้ำในศาสนาเชน ถ้ำเอลโลร่าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1983
13.00 น. บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร (9) หลังอาหารนำท่านผ่านชม ป้อมเดาลาตาบัด (ถ่ายรูปด้านนอก) เดาลาตาบัด แปลว่า เมืองแห่งความมั่งคั่ง เป็นป้อมในศตวรรษที่ 14 ป้อมปราการโบราณถูกโอบล้อมด้วยภูเขาดัลคีรี เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคาราวาน ตำนานเล่าว่าเมืองนี้สร้างขึ้นโดยดันการ์ เมื่อ ค.ศ.1203 หลังจากถูกสุลต่านเดลีชาวมุสลิมอลาอุดดินคิลจิยึดได้ใน ค.ศ.1294 เดวากิรีกลายเป็นเมืองสำคัญในสมัยของสุลต่านมูฮัมมัดดินตุ๊คลัคในปีค.ศ.1327 พระองค์ทรงตั้งเป็นเมืองหลวง
17.00 น. บริการอาหารเย็นที่ภัตตาคาร (10) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินออรังกาบัด
19.40 น. ออกเดินทางกลับสู่ เมืองเดลี โดยสายการบิน IndiGo - 6E 5117
21.30 น. ถึง Indira Gandhi International Airport (DEL) นำท่านเดินทางเข้าที่พัก (พัก Pride Plaza Hotel / Lemon Tree, New Delhi ระดับ 4 ดาว)
|
วันที่ห้า : เดลี - สุสานหลวงจักรพรรดิหุมายุน พระราชวังป้อมแดง - กุตุบมีนาร์ - อัครา |
07.00 น. บริการอาหารเช้าที่โรงแรม (5) หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ หมู่ถ้ำอชันตา (ระยะทาง 93 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง 2.30 ชั่วโมง ถ้ำปิดทุกวันจันทร์) นำท่านเที่ยวชม ถ้ำอชันตา ประติมากรรมทางพุทธศาสนาที่งดงามและเก่าแก่ที่สุดในโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.1983 ชมความงดงามและอลังการของสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นจากความศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยขุดเจาะภูเขาเป็นสังฆรามขนาดใหญ่แบบศิลปะคุปตะและหลังคุปตะอันวิจิตร ถ้ำอชันตาประกอบไปด้วยถ้ำ 30 ถ้ำ มีอายุกว่า 2,000 ปี เป็นพุทธสถานที่สร้างจากการสกัดหน้าผาหินเข้าไปในภูเขาเหนือแม่น้ำวโฆระ แต่เดิมเป็นศูนย์กลางสำนักปฏิบัติของเหล่าพระสงฆ์ในพุทธศาสนาราวพุทธศตวรรษที่ 7-13 ก่อนถูกทอดทิ้งให้รกร้างกลางป่าจึงรอดพ้นจากการทำลายล้างจากกองทัพผู้รุกราน จนมาถูกค้นพบอีกครั้งโดยบังเอิญจากนายทหารอังกฤษในศตวรรษที่ 19 ภายในถ้ำท่านจะได้ชมงานแกะสลักเสาอันงดงามและวิจิตรบรรจง รวมถึงพระพุทธรูปและเจดีย์ศิลาที่สกัดและตกแต่งขึ้นจากหินเนื้อเดียวกันกับพื้นผนังถ้ำยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุกว่า 1,200 ปี มีความงดงามสมบูรณ์ด้วยเทคนิคการเขียนภาพสามมิติ ภาพสีเฟรสโก้อันน่าอัศจรรย์ ถ้ำอชันตาเป็นถ้ำที่ผสมผสานระหว่างศิลปะแบบพุทธและฮินดู
11.30 น. บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคารหน้าถ้ำอชันตา (6) หลังอาหารนำท่านเที่ยวชมสถาปัตยกรรมของถ้ำอชันตามีถึง 30 ถ้ำ แต่ละถ้ำมีความแตกต่างกัน เช่น ถ้ำที่ 1 เป็นถ้ำเกี่ยวกับชาดกและพุทธประวัติ ถ้ำเบอร์ 2 เป็นถ้ำของฝ่ายมหายานมีชื่อเสียงด้านภาพวาด ส่วนใหญ่เป็นภาพดอกบัว ถ้ำเบอร์ 4 มีความกว้างใหญ่ที่สุดในบรรดาถ้ำทั้งหมด ด้านหน้ามีรูปแกะสลักพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร อีกทั้งพระพุทธรูปปางประทับยืน ถ้ำเบอร์ 6 มีพระพุทธรูปปางแสดงปฐมเทศนาที่มีพระสรีระแตกต่างจากถ้ำอื่น มีเวลาเที่ยวชมจนถึงถ้ำสุดท้าย เดินทางกลับเมืองออรังกาบัด จากนั้นนำท่านเที่ยวชม บีบีกา มาคบารา (ทัชมาฮาลน้อย) เป็นสถานที่ฝังพระศพของจักรพรรดินี ราบิยะ อุด-ดูรานี (Rabia ud-Durani) ซึ่งสร้างขึ้นด้วยหินอ่อนในแบบสถาปัตยกรรมโมกุล โดยเจ้าชายอะซาม ชาห์ (Azam Shah) พระราชโอรสของจักรพรรดิออรังเซ็บ ในระหว่างปี 1651 ถึง 1661 เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระมารดาของตน สุสานแห่งนี้สร้างเลียนแบบทัชมาฮาลแต่มีขนาดเล็กกว่า
19.00 น. บริการอาหารค่ำที่โรงแรม (7) หลังอาหารพักผ่อน (พัก The Fern Residency, Aurangabad หรือระดับ 4 ดาว) |
วันที่หก : ทัชมาฮาล พระราชวังอัคราฟอร์ท ชัยปุระ |
06.30 น. บริการอาหารเช้าที่โรงแรม (14) หลังอาหารนำท่านชม ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ตั้งอยู่ริมน้ำยมุนา สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวและหินทรายสีแดง ประดับประดาด้วยรัตนชาติหลากหลายชนิด ใช้เวลาในการสร้างถึง 22 ปี เพื่อแสดงถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ซาจาร์ฮาล ต่อพระมเหสี มุมตัสมาฮาล ที่สวรรคตเนื่องจากการให้กำเนิดบุตรคนที่ 14 ภายในทัชมาฮาล เป็นที่บรรจุร่างของพระนางมุมตัสและกษัตริย์ซาจาร์ฮาลที่สวยงามโดดเด่น (ทัชมาฮาล ปิดทุกวันศุกร์) จากนั้นนำท่านชม อัคราฟอร์ท มรดกโลก พระราชวังที่ยิ่งใหญ่สร้างขึ้นโดยใช้เวลาที่ยาวนานถึงสามยุคของกษัตริย์แห่งราชวงศ์โมกุล มีลักษณะเป็นกำแพงสองชั้นและป้อมอาคารทางเข้าสี่ทิศ ภายในประกอบด้วยพระราชวัง มัสยิด สวนดอกไม้ อาคารหินทรายสีแดงสร้างโดยกษัตริย์อัคบาร์ ที่นี่ยังเป็นที่คุมขังกษัตริย์ซาจาร์ฮาล โดยบุตรชายของพระองค์เอง พระองค์ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยการมองผ่านแม่น้ำยุมนาไปยังทัชมาฮาลที่ซึ่งมเหสีสุดที่รักของพระองค์ประทับอยู่อย่างนิรันดร์ ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 1983
12.30 น. บริการอาหารกลางวันที่โรงแรม (15) หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองชัยปุระ (นครแห่งชัยชนะ) คนอินเดียเรียกเมืองนี้ว่า จัยปูร์ หรือ จัยเปอร์ ท่านมหาราชาไสวชัยสิงห์ ที่ 2 (Sawei Jai Singh II) เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1727 จัยปูร์เป็นเมืองหลวงของรัฐราชสถานและได้ชื่อว่า นครสีชมพู (Pink city) เพราะในสมัยที่มหาราชารามสิงห์ เป็นกษัตริย์ปกครองเมืองจัยปูร์ ซึ่งเวลานั้นอินเดียเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ในปีค.ศ.1853 เจ้าชายมกุฎราชกุมารของอังกฤษเสด็จประพาสเมืองจัยปูร์ มหาราชารามสิงห์ สั่งให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองทาสีบ้านเรือนด้วยสีชมพูอมส้มทั้งเมืองเพื่อถวายการต้อนรับ เมืองจัยปูร์จึงได้ชื่อว่านครสีชมพูตั้งแต่นั้น
19.00 น. บริการอาหารค่ำที่โรงแรม (16) หลังอาหารพักผ่อน (พัก Sunday Hotel Jaipur หรือระดับ 4 ดาว) |
วันที่เจ็ด : บ่อน้ำขั้นบันได - แอมเบอร์ฟอร์ท ประตูปาตริกา พระราชวังสายลม สนามบินชัยปุระ |
07.00 น. บริการอาหารเช้าที่โรงแรม (17) หลังอาหารนำท่านชม พานนา มีนา กาคุนด์ สเต็ปเวล (Panna Meena Ka Kund Step Wells) บ่อน้ำโบราณแบบขั้นบันได บ่อน้ำโบราณแห่งนี้เป็นหลักฐานที่แสดงถึงภูมิปัญญาของคนอินเดียโบราณ ในการทำบันไดแคบๆ เป็นแนวทแยงซ้าย-ขวา จากปากบ่อลงไปด้านล่างของบ่อ นับเป็นสถาปัตยกรรมสวยงาม จากนั้นนำท่าน นั่งรถจิ๊บ เดินทางไปชม พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท (Amber fort) ซึ่งเดิมเคยเป็นพระราชวังของเมืองจัยปูร์ สร้างอยู่บนเนินเขาสูงตรงตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นป้อมปราการเก่า สร้างขึ้นโดยมหาราชาแมนสิงห์ ในปี ค.ศ. 1592 และเสร็จสิ้นลงในสมัยของมหาราชาใจสิงห์ ป้อมแห่งนี้เป็นต้นแบบที่ดีของสถาปัตยกรรมแบบราชปุต Rajput เป็นป้อมปราการเด่นตระหง่านอยู่บนเนินเขา โดยมีทะเลสาบ Maota อยู่เบื้องล่าง แวดล้อมด้วยชุมชนของเขตเมืองเก่า (มรดกโลก)
12.00 น. บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร (18) หลังอาหารนำท่านชม ประตูปาตริกา (Patrika Gate) หรือ ประตูเมืองลำดับที่ 9 ประตูแห่งนี้สร้างตรงตามประเพณีโบราณของเมือง ทำให้ประตูปาตริกา มี 9 โดม แต่ละซุ้มมีความกว้าง 9 ฟุต ประตูกว้าง 81 ฟุต ยาว 27 ฟุต สูง 108 ฟุต ล้วนมีเลข 9 เป็นฐานทั้งสิ้น และแต่ละซุ้มมีภาพวาดสีสันสวยงาม จากนั้นชม ซิตี้พาเลช (City Place) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ถึง 1 ใน 7 ของใจกลางเมือง สร้างตั้งแต่สมัยมหาราชาชัยสิงห์ และต่อเติมกันเรื่อยมาเป็นสถาปัตยกรรมแบบราชสถานที่แสดงถึงลักษณะของศิลปะแบบโมกุล ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงของใช้ส่วนพระองค์ของมหาราชาแห่งเมืองจัยปูร์ และนำท่านเที่ยวชม ฮาวามาฮาล (Hawa Mahal) หรือ พระราชวังแห่งสายลม ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1799 โดยมหาราชาไสวชัยสิงห์ เป็นอาคาร 5 ชั้นสร้างด้วยหินทรายออกแดงคล้ายสีปูนแห้ง สถาปัตยกรรมสไตล์เปอร์เซียกับโมกุล มีหน้าต่างถึง 953 ช่อง เป็นทั้งช่องลมผ่าน คำว่า ฮาวา ซึ่งแปลว่าสายลม ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งจัยปูร์ นำท่านชม จุดชมวิว Wind View Caf? จุดเช็คอินในการถ่ายรูปพระราชวังสายลมที่สวยงาม
19.00 น. บริการอาหารค่ำที่โรงแรม (19) หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติชัยปุระ
23.10 น. ออกเดินทางกลับสู่ สนามบินดอนเมือง โดยสายการบินไทยแอร์เอเชีย FD131 |
วันที่แปด : สนามบินดอนเมือง |
04.30 น. ถึง สนามบินดอนเมือง โดยสวัสดิภาพ |