|
|
ข้อมูลท่องเที่ยว
จังหวัดสุรินทร์ |
ข้อมูลท่องเที่ยว อ.เมือง
: กิ่งอำเภอเขวาสินรินทร์ :
อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์
|
อำเภอเมือง
หลักเมืองสุรินทร์
เป็นสถานที่สำคัญและเป็นที่นับถือคู่บ้านคู่เมืองของชาวสุรินทร์
อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางทิศตะวันตกประมาณ 500 เมตร
เดิมเป็นเพียงศาลไม่มีเสาหลักเมือง มีมานานกว่าร้อยปี เมื่อปี
พ.ศ. 2511 กรมศิลปากรได้ออกแบบสร้างศาลหลักเมืองใหม่ เสาหลักเมืองเป็นไม้ชัยพฤกษ์มาจากนายประสิทธิ์
มณีกาญจน์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเสาไม้สูง 3 เมตร
วัดโดยรอบเสาได้ 1 เมตร ทำพิธียกเสาหลักเมืองและสมโภช เมื่อวันที่
15 มีนาคม 2517
อนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง
(ปุม) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2511 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานระลึกถึงผู้สร้างเมืองท่านแรก
ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ของเมืองสุรินทร์
อนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ทางเข้าเมืองสุรินทร์ทางด้านใต้
ตรงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 0 ที่ถนนสุรินทร์-ปราสาท เป็นบริเวณที่เคยเป็นกำแพงเมืองชั้นในของตัวเมืองสุรินทร์
อนุสาวรีย์เป็นรูปหล่อทองเหลืองรมดำ สูง 2.2 เมตร มือขวาถือของ้าว
อันเป็นการแสดงถึงความเก่งกล้าสามารถของท่านในการบังคับช้างศึกและเป็นเครื่องแสดงว่าสุรินทร์เป็นเมืองช้างมาแต่ดึกดำบรรพ์
รูปปั้นสะพายดาบคู่อยู่บนหลังอันหมายถึงความเป็นนักรบ ความกล้าหาญอันเป็นคุณสมบัติที่ตกทอดเป็นมรดกของคนสุรินทร์
อนุสาวรีย์แห่งนี้ได้ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2528
วัดบูรพาราม ตั้งอยู่ที่ถนนกรุงศรีใน
ตำบลในเมือง ใกล้กับศาลากลางจังหวัด เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาสูงสุดของจังหวัด
คือ หลวงพ่อพระชีว์ (หลวงพ่อประจี) เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย
หน้าตักกว้าง 4 ศอก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นมาพร้อมกับวัดบูรพาราม
นอกจากนี้ผู้มาเยือนยังได้แวะนมัสการรูปเหมือนหลวงปู่ดูลย์
อตุโลอีกด้วย วัดบูรพารามนี้เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี
หรือในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีอายุประมาณ 200 ปี เท่ากับอายุเมืองสุรินทร์
สร้างโดยพระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง (ปุม) และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ยกวัดบูรพารามขึ้นเป็นพระอารามหลวงตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์
2520
ห้วยเสนง เป็นอ่างเก็บน้ำของโครงการชลประทาน
อยู่ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ไปทางถนนสายสุรินทร์-ปราสาท (ทางหลวงหมายเลข
214) ประมาณ 5 กิโลเมตร บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 5-6 แยกซ้ายมือไปทางถนนริมคลองชลประทาน
ประมาณ 4 กิโลเมตร ห้วยเสนงนี้เป็นอ่างเก็บน้ำที่มีสันเขื่อนสูง
บนสันเขื่อนเป็นถนนลาดยาง เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองสุรินทร์
และภายในที่ทำการชลประทาน มีพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
วนอุทยานพนมสวาย
อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 22 กิโลเมตร ถนนราดยางสายสุรินทร์-ปราสาท
(ทางหลวงหมายเลข 214) ระยะทาง 14 กิโลเมตร และมีทางแยกขวาเข้าไปอีกประมาณ
6 กิโลเมตร อยู่ในท้องตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์
เป็นภูเขาเตี้ยๆ มียอดเขาอยู่ 3 ยอด ยอดที่ 1 มีชื่อว่ายอดเขาชาย
(พนมเปราะ) สูง 210 เมตร เป็นที่ตั้งของวัดพนมสวาย มีบันไดก่ออิฐถือปูนขึ้นถึงวัด
มีสระน้ำกว้างใหญ่และร่มรื่นด้วยต้นไม้ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสุรินทรมงคลปางประทานพร
ภปร. ยอดที่ 2 มีชื่อว่ายอดเขาหญิง (พนมสรัย) สูงระดับ 228
เมตร ทางวัดได้จัดสร้างพระพุทธรูปองค์ขนาดกลางประดิษฐานไว้
ยอดที่ 3 มีชื่อว่าเขาคอก (พนมกรอล) พุทธสมาคมจังหวัดสุรินทร์ได้จัดสร้างศาลาอัฏฐะมุข
เป็นอนุสรณ์ฉลองครบรอบ 200 ปี แห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เพื่อประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง
จากยอดเขาชายมาประดิษฐานไว้ในศาลา โดยเริ่มทำการก่อสร้างตั้งแต่วันที่
15 ธันวาคม 2524 และสำเร็จบริบูรณ์ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2525
ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงเป็นวนอุทยานแล้ว บรรพบุรุษชาวสุรินทร์ถือว่าเป็นสถานที่แสวงบุญ
โดยการเดินทางไปขึ้นยอดเขาในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งเป็นวันหยุดงานตามประเพณีของชาวจังหวัดสุรินทร์มาแต่โบราณกาล
ปราสาทเมืองที
ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดจอมสุทธาวาส หมู่ที่
1 ตำบลเมืองที ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 16
กิโลเมตร ตามเส้นทางสุรินทร์-ศรีขรภูมิ เส้นทางหลวงหมายเลข
226 จนถึงบ้านโคกลำดวน เลี้ยวซ้ายเข้าวัดจอมสุทธาวาส ปราสาทเมืองทีเป็นปราสาทแบบเขมรที่ได้รับการดัดแปลงในสมัยหลังเช่นเดียวกับปราสาทศรีขรภูมิ
ปราสาทก่อด้วยอิฐฉาบปูน มี 5 หลัง สร้างรวมกันเป็นหมู่บนฐานเดียวกัน
ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 3 หลังซึ่งมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง
หลังกลางมีขนาดใหญ่สุด มีบันไดทางขึ้นทั้งสี่ด้าน ตัวเรือนธาตุตันทึบไม่มีประตู
เนื่องจากการดัดแปลง ส่วนหลังคาทำเป็นชั้นมี 3 ชั้นเลียนแบบตัวเรือนธาตุ
ส่วนยอดบนหักหาย นับเป็นโบราณสถานเขมรอีกแบบหนึ่งที่นิยมสร้าง
คือ มีปราสาทหลังกลางเทียบเท่าเขาพระสุเมรุ และมีปรางค์มุมทั้งสี่ตามความเชื่อในลัทธิศาสนาพราหมณ์
แต่ไม่พบจารึกหรือลวดลายทางศิลปะที่สามารถบอกว่าสร้างขึ้นเมื่อใด
หมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านจันรม
ตั้งอยู่ที่ตำบลตาอ็อง ทางตะวันออกของตัวเมือง ตามทางสายสุรินทร์-สังขะ
(ทางหลวงหมายเลข 2077) ประมาณ กม.ที่ 12 ที่หมู่บ้านจันรมมีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมกันเองแล้วนำมาทอเป็นผ้าไหมที่มีลวดลายและสีแบบโบราณ
หมู่บ้านจักสานบ้านบุทม
ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองที อำเภอเมือง การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข
226 จากตัวเมืองไปทางอำเภอศรีขรภูมิประมาณ 12 กิโลเมตร ในช่วงนอกฤดูทำนาชาวบ้านจะมีอาชีพพิเศษด้วยการสานตะกร้าและภาชนะต่าง
ๆ ที่ทำจากหวายเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ และเป็นของที่ระลึกเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว
กิ่งอำเภอเขวาสินรินทร์
หมู่บ้านหัตถกรรมเขวาสินรินทร์
ตั้งอยู่ทางเหนือของตัวเมืองสุรินทร์ ตามทางหลวงหมายเลข
214 (ทางสายสุรินทร์-ร้อยเอ็ด) ไปประมาณ 14 กิโลเมตร แยกขวามือไปอีก
4 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการทอผ้าไหมพื้นเมืองและการผลิตลูกประคำเงิน
ที่เป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้าน เรียกกันว่า ลูกปะเกือม นำมาทำเป็นเครื่องประดับของสุภาพสตรีที่สวยงาม
มีร้านค้าจำหน่ายสินค้าในบริเวณหมู่บ้าน ราคาย่อมเยา
อำเภอปราสาท
ปราสาทบ้านไพล
ตั้งอยู่ที่บ้านปราสาท ตำบลเชื้อเพลิง ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ
22 กิโลเมตร (ก่อนถึงที่ว่าการอำเภอปราสาท 6 กิโลเมตร) มีทางแยกขวาไปตามถนนลาดยางอีก
3 กิโลเมตร ตัวปราสาทมีลักษณะเป็นปรางค์ 3 องค์ สร้างด้วยอิฐขัดตั้งเรียงเป็นแนวเดียวกัน
มีคูน้ำล้อมรอบ ยกเว้นทางเข้าด้านทิศตะวันออก แม้ว่าศิวลึงค์และทับหลังบางส่วนจะหายไป
แต่จากเศษทับหลังที่เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย
ทำให้ทราบว่าปราสาทหลังนี้คงสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 16
ปราสาทหินบ้านพลวง
ตั้งอยู่ที่บ้านพลวง ตำบลกังแอน ห่างจากที่ว่าการอำเภอปราสาท
4 กิโลเมตรตามถนนสายสุรินทร์-ปราสาท-ช่องจอม (ทางหลวงหมายเลข
214) มีทางแยกซ้ายมือที่กม. 34-35ไปอีกราว 1 กิโลเมตร ปราสาทหินบ้านพลวงเป็นปราสาทหินขนาดเล็กแต่ฝีมือการสลักหินประณีตงดงามมาก
ได้รับการขุดแต่งบูรณะเมื่อปี พ.ศ. 2515 โดยวิธีอนัสติโลซิส
คือการรื้อตัวปราสาทลง เสริมความมั่นคง และประกอบขึ้นใหม่ดังเดิม
ลักษณะของปราสาทหินองค์นี้เป็นปรางค์องค์เดียว ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูทางเข้าด้านหน้าเพียงด้านเดียวส่วนด้านอื่นอีกสามด้านทำเป็นประตูหลอก
องค์ปรางค์ก่อด้วยศิลาแลง หินทราย และมีอิฐเป็นวัสดุร่วมก่อสร้างในส่วนบนของปราสาท
โบราณสถานแห่งนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมจำหลักลายงดงามมาก
แต่องค์ปรางค์เหลือเพียงครึ่งเดียว ส่วนยอดหักหายไป มีคูน้ำเป็นรูปตัวยูล้อมรอบ
ถัดจากคูน้ำเป็นบาราย (สระน้ำขนาดใหญ่) ที่เห็นเป็นคันดิน
เดิมคงเป็นที่ตั้งของแหล่งชุมชนมาก่อน ลักษณะของทับหลังที่พบส่วนมาก
สลักเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณอยู่ภายในซุ้มเหนือหน้ากาล
มีซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกและทิศใต้ ส่วนทางด้านเหนือสลักเป็นรูปพระกฤษณะฆ่านาค
สันนิษฐานได้ว่า ปราสาทแห่งนี้คงสร้างขึ้นสำหรับพระอินทร์
นอกจากนี้ช่างมักสลักเป็นรูปสัตว์เรียงเป็นแนว เช่น ช้าง กระรอก
หมู ลิง และวัว อยู่บนทับหลังสำหรับด้านทิศตะวันออกสลักเป็นรูปพระกฤษณะ
ยกภูเขาโควรรธนะและเช่นเดียวกัน มีรูปสลักเป็นรูปสัตว์เล็ก
ๆ นอกกรอบหน้าบันอันน่าจะแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ เพราะมีแหล่งน้ำต่าง
ๆ อยู่มาก ที่ผนังด้านหน้ามีรูปทวารบาลยืนกุมกระบอง ลักษณะของปราสาทหินองค์นี้คล้ายกับปรางค์น้อยบนเขาพนมรุ้ง
ลวดลายเป็นลักษณะศิลปะขอมแบบบาปวน กำหนดอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่
16-17 จากลักษณะของฐานรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ มีพื้นที่ทางด้านข้างขององค์ปรางค์เหลืออยู่มาก
สันนิษฐานว่า แผนผังที่แท้จริงของปราสาทแห่งนี้น่าจะประกอบด้วยปรางค์สามองค์สร้างเรียงกัน
แต่อาจยังสร้างไม่เสร็จหรืออาจถูกรื้อออกไปอย่างใดอย่างหนึ่งก็เป็นได้
ปราสาทหินบ้านพลวงเปิดให้ชมทุกวัน ระหว่างเวลา 07.30-18.00
น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท |
|
สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่
ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม |
ข้อมูลท่องเที่ยว
สุรินทร์ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
สุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ โรงแรมสุรินทร์
เพิ่มเติมข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์
|
ทัวร์โปรโมชั่น
| โปรแกรมทัวร์แนะนำ |
 |
URC864-UQ : Grand ซินเจียงกลาง อี้หนิง ทุ่งหญ้านาราถี อุทยานดอกไม้เทียนซาน ทะเลสาบไซลีมู่ ทุ่งหญ้าคาลาจุ้น แกรนด์แคนยอนคั่วเคซู ตลาดต้าปาจา อูรูมูฉี
วันเดินทาง 7 - 14 เมษายน, 21 - 28 เมษายน, 5 - 12 พฤษภาคม, 2 - 9 มิถุนายน, 30 มิ.ย. - 7 ก.ค., 14 21 กรกฎาคม 2569
ชมดอกไม้ป่าบานปีละครั้งที่ ทุ่งหญ้านาราถี ทุ่งหญ้าที่สวยงามในประเทศจีน
ชม อุทยานดอกไม้เทียนซาน เป็นอุทยานดอกไม้เมืองหนาว ชม ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ สีม่วงกว้างใหญ่
ชม ทะเลสาบไซลี่มู่ ที่ทอดตัวอยู่ในวงล้อมของเทือกเขาเทียนซาน อยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าและภูเขาหิมะ |
 |
CGO651-DD : ซีอาน เทศกาลดอกโบตั๋นบาน ลั่วหยาง สุสานทหารจิ๋นซี PopMart ถ้ำน้ำแข็งหมื่นปี อุทยานหยุนไถ่ซาน ถ้ำหลงเหมิน เจดีย์ห่านป่าใหญ่ โชว์เส้นทางสายไหม
วันเดินทาง 10 - 16 เมษายน 2569
ชม ดอกโบตั๋นบาน เทศกาลดอกโบตั๋นบานเมืองลั่วหยางที่สวยงามที่สุดในประเทศจีน
ชม สุสานทหารดินเผาจิ๋นซี อันยิ่งใหญ่ และชม ถ้ำผาหลงเหมิน ผาหินแกะสลักมรดกโลก
ชม ถ้ำน้ำแข็งหมื่นปี ชมความงามของหินงอกหินย้อยคล้ายคริสตัลและหิมะ
ชม อุทยานหยุนไถซาน อุทยานสวรรค์ที่สวยงามที่สุด ของมณฑลเหอหนาน |
 |
CSX651-SL : ฉางซา จางเจียเจี้ย ภูเขาอวตาร ประตูสวรรค์ เมืองโบราณฟ่งหวง เมืองโบราณฝูหรงเจิ้น เขาเทียนเหมินซาน สะพานแก้ว วัดไคฝู โชว์จิ้งจอกขาว
วันเดินทาง 6 - 11 มีนาคม, 17 - 22 มีนาคม, 20 - 25 มีนาคม, 24 - 29 เมษายน, 8 - 13 พฤษภาคม 2569
เที่ยวครบ 4 ไฮไลท์ ถ้ำประตูสวรรค์ ภูเขาอวตาร สะพานแก้วและวัดไคฝู
นอนที่เมืองโบราณฝูหรงเจิ้น และในเมืองโบราณฟงหวง ถ่ายรูปสวยๆแสงสีแสงไฟยามค่ำคืน |
 |
CSX659-SL : ฉางซา หุบเขาเทวดาวั้งเซียนกู่ หมู่บ้านโบราณหวงหลิง ล่องเรือชมแสงสีอู้วนี่โจว หมู่บ้านจำลองลูเซิร์น เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น ภูเขาหลิงซาน พระนอนอี้หยาง (พักในหุบเขาเทวดา)
วันเดินทาง 6 - 11 มีนาคม, 17 - 22 มีนาคม, 20 - 25 มีนาคม, 24 - 29 เมษายน, 8 - 13 พฤษภาคม 2569
เที่ยว หมู่บ้านโบราณหวงหลิง นับเป็นหมู่บ้านสวยที่สุดในเมืองอู้หยวน มณฑลเจียงซี
พักใน หุบเขาเทวดาวั้งเซียนกู่ ถ่ายรูปสวยๆแสงสีแสงไฟยามค่ำคืน
นำท่าน ล่องเรือ ชมแสงสียามค่ำคืนอู้วี่โจว พร้อมชมแลนด์มาร์คแห่งใหม่ |
 |
XIN871-CZ : เจาะลึกซินเจียงกลาง อูรูมูฉี - อี้หนิง ทุ่งหญ้านาราถี ทะเลสาบไซลี่มู เมืองเท่อเค่อซือ ทุ่งหญ้าคาลาจุ้น แกรนด์แคนยอนคั่วเคซู ทุ่งดอกลาเวนเดอร์
วันเดินทาง 20 27 มิถุนายน, 25 กรกฎาคม 1 สิงหาคม, 8 15 สิงหาคม 2569
ชมดอกไม้ป่าบานปีละครั้งที่ ทุ่งหญ้านาราถี ทุ่งหญ้าที่สวยงามในประเทศจีน
ชม ทะเลสาบไซลี่มู่ ที่ทอดตัวอยู่ในวงล้อมของเทือกเขาเทียนซาน อยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าและภูเขาหิมะ
ชม ทุ่งหญ้าคาลาจุ้น และ แกรนด์แคนยอนคั่วเคซู ที่มีภูมิทัศน์อันสวยงามท่ามกลางทุ่งหญ้าและภูเขาหิมะ
ชม อุทยานทะเลดอกไม้เทียนซาน ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ทุ่งดอกไม้เมืองหนาวที่ใหญ่ที่สุดในซินเจียง |
 |
ALA18-MU : ซินเจียง อูรูมูฉี อี้หนิง - อัลมาตี้ คาซัคสถาน เที่ยว 2 ประเทศ แกรนด์แคนยอนขุย ทะเลสาบไซลี่มู่ ทุ่งหญ้าคาลาจุ้น อุทยานดอกไม้เทียนซาน ชารีนแคนยอน ทะเลสาบโคลไซ Shymbulak Ski วิหารเซนคอฟ ยอดเขาค็อกโทเบ
วันเดินทาง 9 18 พฤษภาคม, 30 พฤษภาคม 8 มิถุนายน, 12 - 21 กันยายน 2569
เที่ยว 2 ประเทศ ซินเจียง - อัลมาตี้ บนเส้นทาง One Belt One Road ยุคใหม่
ชม ทะเลสาบไซลี่มู่ ที่ทอดตัวอยู่ในวงล้อมของเทือกเขาเทียนซาน
ชม อุทยานทะเลดอกไม้เทียนซาน ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ทุ่งดอกไม้เมืองหนาว
ชม เมืองอัลมาตี้ เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศคาซัคสถาน |
 |
URC863-UQ : Grand ซินเจียงเหนือ อูรูมูฉี คานาสือ หมู่บ้านเหอมู่ หุบเขาอัลไต หมู่บ้านไป๋ฮาปา ทะเลสาบอูหลุนกู ภูเขาหิมะเทียนซาน ล่องเรือ ตลาดต้าปาจา
วันเดินทาง 19 - 26 พฤษภาคม, 16 23 มิถุนายน, 8-15 ก.ย., 22 29 กันยายน, 6 - 13 ต.ค., 20 - 27 ตุลาคม 2569
ชม อุทยานคานาสือ อุทยานที่สวยที่สุดในหุบเขาอัลไต (เข้าคานาสือ 2 วัน เน้นถ่ายรูปสวยๆ)
ชม หมู่บ้านเหอมู่ หมู่บ้านที่วิวทิวทัศน์สวยในหุบเขาอัลไต และ หมู่บ้านไป่ฮาปา หมู่บ้านที่สวยที่สุด
ชม ภูเขาหิมะเขาเทียนซาน (มรดกโลก) ล่องเรือทะเลสาบเทียนฉือ ชมวิวภูเขาหิมะสวยๆ |
สอบถามทัวร์เพิ่มเติม
ID Line Office : @oceansmiletour
คุณเล็ก โทร.082-3656241 ID Line : lekocean2
คุณโจ้ โทร.093-6468915 ID Line : oceansmile
รับทำกรุ๊ปเหมา เที่ยวส่วนตัว ดูงาน
ประเทศจีน (ทุกเมือง) อินเดีย (ทุกเมือง)
เนปาล ภูฏาน บาหลี ศรีลังกา ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า |
|
| |
|