|
|
ข้อมูลท่องเที่ยว
จังหวัดสุรินทร์ |
ข้อมูลท่องเที่ยว
อำเภอลำดวน
: อำเภอสังขะ :
อำเภอจอมพระ : อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์
|
อำเภอลำดวน
ปราสาทตะเปียงเตีย
(แปลว่า หนองเป็ด) ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลโชกเหนือ ภายในบริเวณวัดปราสาทเทพนิมิตร
หลักกม. 33-34 ทางหลวงหมายเลข 2077 แยกเข้าทางลูกรังอีก 7
กิโลเมตร ลักษณะปราสาทเป็นรูปสี่เหลี่ยม มียอดปราสาท 5 ยอด
เป็นรูปบัวตูม ตัวปราสาทก่อด้วยอิฐ ลักษณะการก่อสร้างเป็นสถาปัตยกรรมแบบลาว
สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
เขตอนุรักษ์พันธุ์ไม้สนสองใบ
อยู่ที่บ้านหนองคู ตำบลโชกเหนือ อำเภอลำดวน เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์ไม้สนสองใบที่ถือว่าเป็นพันธุ์ที่ดีที่สุดที่ขึ้นในที่ราบสูง
เป็นโครงการร่วมระหว่างไทย-เดนมาร์ก มีเนื้อที่ 625 ไร่ มีลักษณะเด่นคือ
เป็นสนสองใบที่ขึ้นในที่ราบแห่งเดียวในประเทศไทย อยู่ห่างจากจังหวัดสุรินทร์ประมาณ
35 กิโลเมตร ตามเส้นทางสุรินทร์-สังขะ (ทางหลวงหมายเลข 2077)
เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสุรินทร์อีกแห่งหนึ่ง
อำเภอสังขะ
ปราสาทภูมิโปน
ตั้งอยู่ที่บ้านภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ
การเดินทางจากจังหวัดสุรินทร์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 2077 (สายสุรินทร์-สังขะ)
ระยะทาง 49 กิโลเมตร จากแยกอำเภอสังขะเข้าทางหลวงหมายเลข 2124
(สังขะ-บัวเชด) ตรงต่อไปจนถึงบ้านภูมิโปนอีก 10 กิโลเมตร จะเห็นปราสาทอยู่ริมถนนด้านซ้ายมือ
ปราสาทภูมิโปนประกอบด้วยโบราณสถาน 4 หลัง คือ ปราสาทก่ออิฐ
3 หลัง และก่อศิลาแลง 1 หลัง มีอายุการก่อสร้างอย่างน้อยสองสมัย
ปราสาทก่ออิฐหลังใหญ่และหลังทางทิศเหนือสุด นับเป็นปราสาทแบบศิลปะเขมรที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
คือราวพุทธศตวรรษที่ 13 ส่วนปราสาทอิฐหลังเล็กที่ตั้งตรงกลางและปราสาทที่มีฐานศิลาแลงทางด้านทิศใต้นั้นสร้างขึ้นในสมัยหลัง
ปราสาทภูมิโปนคงสร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดูไศวนิกายเช่นเดียวกับศาสนสถานแห่งอื่นในรุ่นเดียวกัน
แม้ไม่พบรูปเคารพซึ่งควรจะเป็นศิวลึงค์อยู่ภายในปรางค์ แต่ที่ปรางค์องค์ใหญ่ยังมี
ท่อโสมสูตร คือ ท่อน้ำมนตร์ที่ต่อออกมาจากแท่นฐานรูปเครรพในห้องกลางติดอยู่ที่ผนังในระดับพื้นห้อง
ปราสาทยายเหงา
ตั้งอยู่ที่บ้านสังขะ ตำบลสังขะ ห่างจากที่ว่าการอำเภอสังขะไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
ประมาณ 4 กิโลเมตร อยู่ริมถนนสายโชคชัย-เดชอุดม (ทางหลวงหมายเลข
24) ระหว่าง กม. 189-190 แยกไปตามทางลูกรังอีก 800 เมตร เป็นศาสนสถานแบบขอมที่ประกอบด้วยปรางค์
2 องค์ ตั้งอยู่เรียงกันในแนวทิศเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก
องค์ปรางค์ก่อด้วยอิฐ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลง มีการแกะสลักอิฐเป็นลวดลายเช่นที่กรอบหน้าบัน
เป็นรูปมกร (สัตว์ผสมระหว่างสิงห์ ช้าง และปลา) คาบนาคห้าเศียร
จากลักษณะแผนผังของอาคารน่าจะประกอบด้วยปราสาท 3 องค์ตั้งเรียงกัน
แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 2 องค์ บริเวณปราสาทพบกลีบขนุนยอดปรางค์
เสาประดับกรอบประตู แกะสลักจากหินทราย จัดแสดงไว้ด้านหน้าปราสาท
อำเภอจอมพระ
ปราสาทจอมพระ
ตั้งอยู่หมู่ 4 ตำบลจอมพระ ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ
26 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 214 (สายสุรินทร์-ร้อยเอ็ด)
เข้าตัวอำเภอจอมพระ มีทางแยกขวามือเข้าวัดป่าปราสาทจอมพระอีก
1 กิโลเมตรปราสาทจอมพระมีลักษณะของสิ่งก่อสร้างที่เรียกว่า
อโรคยศาล มีโครงสร้างที่ยังสมบูรณ์อยู่มาก อาคารต่าง ๆ ก่อด้วยศิลาแลงและใช้หินทรายประกอบ
หันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีส่วนประกอบหลัก 4 ส่วน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะแบบอโรคยศาลดังที่พบในที่อื่น
คือ ปรางค์ประธานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีมุขหน้า บรรณาลัยหรืออาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งอยู่ทางด้านหน้า
มีกำแพงล้อมรอบพร้อมซุ้มประตูรูปกากบาทและสระน้ำนอกกำแพง โบราณวัตถุสำคัญที่พบได้แก่
เศียรพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 1 เศียร และรูปพระวัชรสัตว์
1 องค์เช่นเดียวกัยที่พบที่อโรคยศาลในอำเภอพิมายและที่พระปรางค์วัดกู่แก้ว
จังหวัดขอนแก่น โบราณวัตถุเหล่านี้เป็นรูปเคารพในพุทธศาสนา
ลัทธิมหายาน มีลักษณะตรงกับศิลปะขอมแบบบายน (ราว พ.ศ. 1720-1780)
ซึ่งเป็นแบบศิลปะที่เจริญอยู่ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม
อำเภอท่าตูม
หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์
ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 และ 13 บ้านตากลาง ตำบลกระโพ
อำเภอท่าตูม อยู่ห่างจากจังหวัดสุรินทร์ไปทางเหนือตามทางหลวงหมายเลข
214 (สุรินทร์-ร้อยเอ็ด) ก่อนถึงอำเภอท่าตูม มีทางแยกซ้ายบริเวณหลักกิโลเมตรที่
36 ไปตามทางราดยางอีกประมาณ 22 กิโลเมตร พื้นที่หมู่บ้านเป็นที่นาและป่าละเมาะสลับกับป่าโปร่งเหมาะกับการเลี้ยงช้าง
ชาวบ้านตากลางดั้งเดิมเป็นชาวส่วย หรือ กูย หรือ
กวย มีความชำนาญในการคล้องช้างป่า ฝึกหัดช้างและเลี้ยงช้าง
ส่วนมาต้องเดินทางไปคล้องช้างบริเวณชายแดนต่อเขตประเทศกัมพูชา
ปัจจุบันสภาวะการเมืองระหว่างประเทศทำให้ชาวบ้านไม่สามรถไปคล้องช้างเช่นแต่ก่อนได้
แต่ชาวบ้านตากลางยังคงเลี้ยงช้างและฝึกช้างเพื่อไปร่วมแสดงในงานช้างของจังหวัดทุกปี
การเลี้ยงช้างของชาวบ้านตากลางไม่เหมือนการเลี้ยงช้างของชาวภาคเหนือที่เลี้ยงไว้ใช้งาน
แต่ชาวบ้านตากลางเลี้ยงช้างไว้เป็นเพื่อน นอนร่วมชายคาเดียวกับตน
ดังนั้นถ้าท่านได้ไปที่บ้านตากลาง นอกจากจะได้เห็นสภาพโรงช้างดังกล่าวแล้ว
ยังได้สัมผัสการดำรงชีวิตของชาวส่วย พร้อมทั้งได้พบปะพูดคุยกับหมอช้างที่มีประสบการณ์ในการคล้องช้างมาแล้ว
และยังสามารถเดินทางไปชมบริเวณที่แม่น้ำชีและแม่น้ำมูลไหลมาบรรจบกัน
ซึ่งห่างออกไปเพียง 3 กิโลเมตร มีทัศนียภาพที่งดงามน่าพักผ่อนและชวนให้ศึกษาในเชิงธรรมชาติด้วย
นอกจากนี้ทางจังหวัดยังได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ช้างขึ้นภายในหมู่บ้านด้วย
เพื่อรวบรวมประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับช้าง อุปกรณ์ต่าง ๆ
ที่ใช้ในการคล้องช้าง และให้ความรู้ในเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับช้าง
รวมทั้งมีการแสดงช้างให้ชมเป็นประจำในวันเสาร์และอาทิตย์ วันละ
1 รอบ เวลา 9.30-11.00 น. ที่บริเวณลานแสดงช้างของศูนย์คชศึกษา
ค่าเข้าชม ชาวไทย 50 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท สอบถามรายละเอียดและจองการแสดงล่วงหน้าได้ที่
ศูนย์คชศึกษา โทร. (01) 910-4326
จังหวัดสุรินทร์เป็นดินแดนที่มีช้างมากมาแต่โบราณ
ชาวเมืองในอดีตหรือที่เรียกว่า ส่วย ได้จับช้างป่ามาฝึกเพื่อใช้เป็นพาหนะและขนส่งช้าง
และการควบคุมบังคับขี่ช้างของชาวสุรินทร์ได้เคยทำชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยมาแล้ว
และเมื่อ การแสดงของช้าง ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อ พ.ศ. 2503
นั้น ทำให้นามของจังหวัดสุรินทร์เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
งานแสดงของช้างจังหวัดสุรินทร์ ได้กำหนดจัดงานนี้ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่สองของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
ที่สนามกีฬากลางจังหวัดสุรินทร์ ถือเป็นงานประจำปีระดับชาติ
แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกมาร่วมชมงานนี้ เป็นงานแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทย
และจังหวัดสุรินทร์ การแสดงของช้างประกอบด้วยการแสดงคล้องช้าง
การชักคะเย่อระหว่างคนกับช้าง ช้างแข่งฟุตบอล ช้างเต้นระบำ
ขบวนพาเหรด ขบวนช้างศึก รวมทั้งการแสดงศิลปะพื้นเมือง เช่น
รำเรือมอัมเร เซิ้งบั้งไฟ ฯลฯ |
|
สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่
ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม |
ข้อมูลท่องเที่ยว
สุรินทร์ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
สุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ โรงแรมสุรินทร์
เพิ่มเติมข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์
|
ทัวร์โปรโมชั่น
| โปรแกรมทัวร์แนะนำ |
 |
URC864-UQ : Grand ซินเจียงกลาง อี้หนิง ทุ่งหญ้านาราถี อุทยานดอกไม้เทียนซาน ทะเลสาบไซลีมู่ ทุ่งหญ้าคาลาจุ้น แกรนด์แคนยอนคั่วเคซู ตลาดต้าปาจา อูรูมูฉี
วันเดินทาง 7 - 14 เมษายน, 21 - 28 เมษายน, 5 - 12 พฤษภาคม, 2 - 9 มิถุนายน, 30 มิ.ย. - 7 ก.ค., 14 21 กรกฎาคม 2569
ชมดอกไม้ป่าบานปีละครั้งที่ ทุ่งหญ้านาราถี ทุ่งหญ้าที่สวยงามในประเทศจีน
ชม อุทยานดอกไม้เทียนซาน เป็นอุทยานดอกไม้เมืองหนาว ชม ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ สีม่วงกว้างใหญ่
ชม ทะเลสาบไซลี่มู่ ที่ทอดตัวอยู่ในวงล้อมของเทือกเขาเทียนซาน อยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าและภูเขาหิมะ |
 |
CGO651-DD : ซีอาน เทศกาลดอกโบตั๋นบาน ลั่วหยาง สุสานทหารจิ๋นซี PopMart ถ้ำน้ำแข็งหมื่นปี อุทยานหยุนไถ่ซาน ถ้ำหลงเหมิน เจดีย์ห่านป่าใหญ่ โชว์เส้นทางสายไหม
วันเดินทาง 10 - 16 เมษายน 2569
ชม ดอกโบตั๋นบาน เทศกาลดอกโบตั๋นบานเมืองลั่วหยางที่สวยงามที่สุดในประเทศจีน
ชม สุสานทหารดินเผาจิ๋นซี อันยิ่งใหญ่ และชม ถ้ำผาหลงเหมิน ผาหินแกะสลักมรดกโลก
ชม ถ้ำน้ำแข็งหมื่นปี ชมความงามของหินงอกหินย้อยคล้ายคริสตัลและหิมะ
ชม อุทยานหยุนไถซาน อุทยานสวรรค์ที่สวยงามที่สุด ของมณฑลเหอหนาน |
 |
CSX651-SL : ฉางซา จางเจียเจี้ย ภูเขาอวตาร ประตูสวรรค์ เมืองโบราณฟ่งหวง เมืองโบราณฝูหรงเจิ้น เขาเทียนเหมินซาน สะพานแก้ว วัดไคฝู โชว์จิ้งจอกขาว
วันเดินทาง 6 - 11 มีนาคม, 17 - 22 มีนาคม, 20 - 25 มีนาคม, 24 - 29 เมษายน, 8 - 13 พฤษภาคม 2569
เที่ยวครบ 4 ไฮไลท์ ถ้ำประตูสวรรค์ ภูเขาอวตาร สะพานแก้วและวัดไคฝู
นอนที่เมืองโบราณฝูหรงเจิ้น และในเมืองโบราณฟงหวง ถ่ายรูปสวยๆแสงสีแสงไฟยามค่ำคืน |
 |
CSX659-SL : ฉางซา หุบเขาเทวดาวั้งเซียนกู่ หมู่บ้านโบราณหวงหลิง ล่องเรือชมแสงสีอู้วนี่โจว หมู่บ้านจำลองลูเซิร์น เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น ภูเขาหลิงซาน พระนอนอี้หยาง (พักในหุบเขาเทวดา)
วันเดินทาง 6 - 11 มีนาคม, 17 - 22 มีนาคม, 20 - 25 มีนาคม, 24 - 29 เมษายน, 8 - 13 พฤษภาคม 2569
เที่ยว หมู่บ้านโบราณหวงหลิง นับเป็นหมู่บ้านสวยที่สุดในเมืองอู้หยวน มณฑลเจียงซี
พักใน หุบเขาเทวดาวั้งเซียนกู่ ถ่ายรูปสวยๆแสงสีแสงไฟยามค่ำคืน
นำท่าน ล่องเรือ ชมแสงสียามค่ำคืนอู้วี่โจว พร้อมชมแลนด์มาร์คแห่งใหม่ |
 |
XIN871-CZ : เจาะลึกซินเจียงกลาง อูรูมูฉี - อี้หนิง ทุ่งหญ้านาราถี ทะเลสาบไซลี่มู เมืองเท่อเค่อซือ ทุ่งหญ้าคาลาจุ้น แกรนด์แคนยอนคั่วเคซู ทุ่งดอกลาเวนเดอร์
วันเดินทาง 20 27 มิถุนายน, 25 กรกฎาคม 1 สิงหาคม, 8 15 สิงหาคม 2569
ชมดอกไม้ป่าบานปีละครั้งที่ ทุ่งหญ้านาราถี ทุ่งหญ้าที่สวยงามในประเทศจีน
ชม ทะเลสาบไซลี่มู่ ที่ทอดตัวอยู่ในวงล้อมของเทือกเขาเทียนซาน อยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าและภูเขาหิมะ
ชม ทุ่งหญ้าคาลาจุ้น และ แกรนด์แคนยอนคั่วเคซู ที่มีภูมิทัศน์อันสวยงามท่ามกลางทุ่งหญ้าและภูเขาหิมะ
ชม อุทยานทะเลดอกไม้เทียนซาน ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ทุ่งดอกไม้เมืองหนาวที่ใหญ่ที่สุดในซินเจียง |
 |
ALA18-MU : ซินเจียง อูรูมูฉี อี้หนิง - อัลมาตี้ คาซัคสถาน เที่ยว 2 ประเทศ แกรนด์แคนยอนขุย ทะเลสาบไซลี่มู่ ทุ่งหญ้าคาลาจุ้น อุทยานดอกไม้เทียนซาน ชารีนแคนยอน ทะเลสาบโคลไซ Shymbulak Ski วิหารเซนคอฟ ยอดเขาค็อกโทเบ
วันเดินทาง 9 18 พฤษภาคม, 30 พฤษภาคม 8 มิถุนายน, 12 - 21 กันยายน 2569
เที่ยว 2 ประเทศ ซินเจียง - อัลมาตี้ บนเส้นทาง One Belt One Road ยุคใหม่
ชม ทะเลสาบไซลี่มู่ ที่ทอดตัวอยู่ในวงล้อมของเทือกเขาเทียนซาน
ชม อุทยานทะเลดอกไม้เทียนซาน ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ทุ่งดอกไม้เมืองหนาว
ชม เมืองอัลมาตี้ เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศคาซัคสถาน |
 |
URC863-UQ : Grand ซินเจียงเหนือ อูรูมูฉี คานาสือ หมู่บ้านเหอมู่ หุบเขาอัลไต หมู่บ้านไป๋ฮาปา ทะเลสาบอูหลุนกู ภูเขาหิมะเทียนซาน ล่องเรือ ตลาดต้าปาจา
วันเดินทาง 19 - 26 พฤษภาคม, 16 23 มิถุนายน, 8-15 ก.ย., 22 29 กันยายน, 6 - 13 ต.ค., 20 - 27 ตุลาคม 2569
ชม อุทยานคานาสือ อุทยานที่สวยที่สุดในหุบเขาอัลไต (เข้าคานาสือ 2 วัน เน้นถ่ายรูปสวยๆ)
ชม หมู่บ้านเหอมู่ หมู่บ้านที่วิวทิวทัศน์สวยในหุบเขาอัลไต และ หมู่บ้านไป่ฮาปา หมู่บ้านที่สวยที่สุด
ชม ภูเขาหิมะเขาเทียนซาน (มรดกโลก) ล่องเรือทะเลสาบเทียนฉือ ชมวิวภูเขาหิมะสวยๆ |
สอบถามทัวร์เพิ่มเติม
ID Line Office : @oceansmiletour
คุณเล็ก โทร.082-3656241 ID Line : lekocean2
คุณโจ้ โทร.093-6468915 ID Line : oceansmile
รับทำกรุ๊ปเหมา เที่ยวส่วนตัว ดูงาน
ประเทศจีน (ทุกเมือง) อินเดีย (ทุกเมือง)
เนปาล ภูฏาน บาหลี ศรีลังกา ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า |
|
| |
|