สถานที่ท่องเที่ยว โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์







• สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดระนอง
• ประวัติศาสตร์เมืองระนอง
       
• จังหวัดระนอง เป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศพม่าและเป็นจังหวัดแรกของภาคใต้ที่อยู่ฝั่งทะเลอันดามันอยู่ห่างจากกรุงเทพฯโดยทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม ระยะทาง 568 กม.มีพื้นที่ 3,426 ตร.กม. โดยรวมเกาะใหญ่น้อยในทะเลอันดามัน ซึ่งอยู่ในเขตปกครองจำนวน 62 เกาะ) มีฝนตกมากที่สุดในประเทศและคอคอดที่แคบที่สุดของแหลมมลายู คือ คอคอดกระ แบ่งการปกครองออกเป็น 4 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอกระบุรี อำเภอละอุ่น อำเภอกะเปอร์ และกิ่งอำเภอสุขสำราญ
• เมืองดีบุก ระนองมีทรัพยากรธรรมชาติใต้ดินที่มีชื่อเรียกกันในสมัยโบราณว่า”ตะกั่วดำ” หรือ “ดีบุก”ในปัจจุบันเป็นจำนวนมาก ในอดีตนับตั้งแต่ช่วงสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ระนองจึงมีความสำคัญในฐานะเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากรายได้หลักของหลวงที่นำมาพัฒนาประเทศ มาจากการผูกขาดส่งอากรดีบุกของระนอง และเป็นเมืองแรกที่มีนายเหมืองเป็นนายอากรมาแต่โบราณ
• เมืองชายแดน การที่ไทยต้องเสียดินแดนเมืองมะริด รวมทั้งเมืองมะลิวัลย์แก่อังกฤษ และได้มีการปักปันเขตแดนไทย โดยใช้แม่น้ำกระบุรีเป็นเส้นกั้นพรมแดน ในปี พ.ศ. 2442 มีผลให้เมืองระนองและเมืองตระ ซึ่งมีฐานะเป็นอำเภอในการปกครองของจังหวัดระนองมีความสำคัญในฐานะเป็นเมืองชายแดน มีอาณาเขตติดต่อกับเมืองขึ้นของอังกฤษทางด้านทะเลตะวันตกและมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์รวมของการไปมาหาสู่ และซื้อขายสินค้าระหว่างไทยกับพม่าซึ่งเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ. 2485 กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามาตั้งฐานทัพที่บริเวณเขาฝาชี อำเภอละอุ่น ทั้งนี้เนื่องจากระนองเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่จะขนถ่ายกำลังพลและเสบียงไปยึดประเทศพม่า ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ อีกทั้งเขตอำเภอละอุ่นมีจุดที่สามารถเข้าประเทศพม่าและมองเห็นศัตรูได้ทั้งทางบก ทางทะเลและอากาศ เมื่อพม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษ ไทยได้ติดต่อค้าขายกับพม่าด้านชายแดนจังหวัดระนอง ซึ่งมีผลให้เศรษฐกิจของระนองก้าวหน้ามาจนถึงปัจจุบัน
• เมืองคอคอดกระ พื้นที่บริเวณคอคอดกระ เป็นผืนแผ่นดินส่วนที่กิ่ว หรือแคบที่สุดในแหลมมลายู อยู่ในเขตอำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง กว้าง 9 กิโลเมตร พื้นที่ด้านตะวันตกของบริเวณคอคอดกระ ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของเมืองตระมาแต่เดิม มีภูเขาสลับซับซ้อนมีทางลัดผ่านทางช่องเขาเพียงสายเดียว ในสมัยโบราณคอคอดกระเป็นเส้นทางสำคัญทางสายเดียวที่พม่าใช้เป็นเส้นทางเดินทัพยกมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ฝั่งทะเลตะวันออก เมื่อฝรั่งเศสคิดจะขุดครองตระ จากเมืองตระไปออกชุมพรเพื่อความรวดเร้วในการเดินเรือจากยุโรปไปเมืองจีน ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คอคอดกระจึงมีความสำคัญมากขึ้น หากสามารถขุดคลองได้สำเร็จเรือเดินทะเลจากยุโรปจะผ่านคลองไปเมืองจีน โดยไม่ต้องอ้อมแหลมมลายูผลประโยชน์ทางการค้าของอังกฤษทางเมืองปีนังและสิงคโปร์ และความจำเป็นทางด้านการทหารของอังกฤษ คงมีผลให้ไทยต้องเสียดินแดนทางแหลมมลายู ประกอบกับการขุดคลองจำเป็นต้องขุดแม่น้ำกระบุรี ซึ่งเป็นเส้นกั้นพรมแดนไทยกับพม่าของอังกฤษให้กว้างลึกข้าไปในดินแดนที่อยู่ในอำนาจของอังกฤษด้วย เมื่ออังกฤษไม่ยอม ความคิดที่จะขุดคลองกระจึงล้มเลิกไป การขุดคลอง ณ บริเวณคอคอดกระ มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูง แต่กระทบต่อความมั่นคงของชาติทางด้านการทหารอย่างไรก็ตามคอคอดกระจึงยังอยู่ในความสนใจ ทั้งทางราชการและประชาชนมาจนปัจจุบัน
• เมืองเสด็จประทับแรม พระมหากษัตริย์ 4 พระองค์ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประทับแรมจังหวัดระนอง ดังนี้
• พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเลียบมณฑลปักษ์ใต้ผ่านเมืองตระไปประทับแรม ณ พระที่นั่งรัตนรังสรรค์ บริเวณเขานิเวศน์คีรี เมืองระนอง 3 ราตรี เมื่อปี พ.ศ. 2433 ซึ่งเป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดในปัจจุบันและได้พระราชทานนามถนนในเทศบาลเมืองระนอง ชื่อคล้องจองกันรวม 10 สาย ได้แก่ ท่าเมือง เรืองราษฎร์ ชาติเฉลิม เพิ่มผล ชลระอุ ลุวัง กำลังทรัพย์ ดับคดี ทวีสินค้า ผาดาด โดยพระราชทานนามตามการใช้ประโยชน์ เช่น ถนนชลระอุ เป็นเส้นทางไปถึงบ่อน้ำแร่ร้อน , ถนนดับคดี เป็นเส้นทางไปยังศาลชำระคดีความ ฯลฯ และต่อมาเมื่อมีการสร้างถนนใหม่เพิ่ม ก็ได้ตั้งชื่อให้คล้องจองกับชื่อถนนที่พระราชทานนามให้ว่า ราษฎร์พาณิชย์ กิจผดุง บำรุงสถาน
• พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเลียบมณฑลปักษ์ใต้ฝั่งตะวันตก ประทับแรมจังหวัดระนองเมื่อปี พ.ศ. 2460
• พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองระนอง และประทับแรมจังหวัดระนอง 2 ราตรี เมื่อปี พ.ศ. 2471
• พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรจังหวัดระนอง ประทับแรม ณ จังหวัดระนอง เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2502
• เมืองปกครองแบบพิเศษแหล่งหล่อหลอมนักปกครองหัวเมืองปักษ์ใต้ นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ระนองปกครองเมืองโดยใช้อำนาจเจ้าเมืองรวมกับอำนาจของเจ้าภาษีอากรเรียกว่า “ระบบเหมาเมือง” เป็นแห่งแรกของประเทศ ในจำนวนไม่กี่เมือง และเป็นเมืองเดียวในประเทศไทยที่แต่งตั้งตำแหน่งเจ้าเมือง , ผู้ว่าราชการเมือง โดยการสืบทอดทายาท เป็นเวลาเกือบ 100 ปี นอกจากนี้ลูกหลานของพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง)ได้รับราชการเป็นผู้ว่าราชการเมืองและสมุหเทศาภิบาลมณฑลตามหัวเมืองต่างๆของภาคใต้ เช่น ชุมพร หลังสวน ตรัง ภูเก็ตสุราษฎร์ธานี โดยท่านเหล่านี้เป็นนักปกครองที่มีแนวคิดกว้างไกล เนื่องจากได้รับการศึกษาจากต่างประเทศ เช่น จีน อินเดีย ปีนัง ฯลฯ ทำให้หัวเมืองชายฝั่งทะเลตะวันตกมีความจริญรุดหน้ามาจนปัจจุบัน
• ระบบการปกครองของตระกูล ณ ระนอง ได้รับความสนใจจาก นักวิชาการต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดย Dr. JENIFER W. CUSHMAN จาก OXFORD UNIVERSITY ได้เขียนพ็อคเก็ตบุคเรื่อง “FAMILY AND STATE” ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจการปกครองช่วงปี ค.ศ. 1797-1932 กล่าวถึง ตระกูล ณ ระนอง โดยเฉพาะ ท่านคอซู้เจียง ที่ไม่ได้รับการศึกษาแต่สามารถเป็นทั้งนักปกครองและนักเศรษฐกิจ ทำให้ระนองเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญ และถือว่า ท่านคอซู้เจียง เป็นบุคคลสำคัญของเอเชียในยุคนั้นหนังสือดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1991 ปัจจุบันมีจำหน่ายในต่างประเทศทั่วโลก
       
• ประวัติศาสตร์จังหวัดระนอง
• สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา
• ประวัติความเป็นมาของจังหวัดระนองสมัยก่อนกรุงศรีอยุธยาไม่มีหลักฐานปรากฏเข้าใจว่าสมัยนั้นจังหวัดระนองยังคงมีสภาพเป็นป่าดง รกร้างว่างเปล่าไม่มีผู้คนอยู่อาศัย เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของอาณาจักรศรีวิชัย ซึ่งเจริญรุ่งเรืองทางส่วนใต้ของประเทศไทยในสมัยนั้น
• สมัยกรุงศรีอยุธยา
• ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถกับสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ แห่งกรุงศรีอยุธยา (ระหว่าง พ.ศ.๑๙๙๑ - ๒๐๗๒) ได้มีการปรับปรุงระบบการปกครองบ้านเมือง โดยยกเลิกการปกครองแบบที่มีเมืองลูกหลวง ๔ ด้าน ราชธานีที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย และได้มีการขยายขอบเขตการปกครองของเมืองหลวงให้กว้างออกไปโดยรอบ คือจัดเป็นแบบในวงราชธานีกับนอกวงราชธานี ในวงราชธานีนั้นถือเอาเมืองหลวงเป็นหลักและมีเมืองจัตวาขึ้นอยู่รายรอบหัวเมือง เมืองจัตวาเหล่านี้มีผู้รั้ง (เจ้าเมือง) กับกรมการเป็นพนักงานปกครองโดยให้อยู่ในบังคับบัญชาของเสนาบดีทั้งหลายในเมืองหลวงส่วนหัวเมืองที่อยู่นอกวงราชธานี หรือเมืองชายแดนหน้าด่านชายแดนนั้น จัดให้เป็นหัวเมืองชั้นเอก โท ตรี ตามขนาดความสำคัญของเมืองนั้น ๆ ซึ่งต่อมาเรียกว่าหัวเมืองชั้นนอก หัวเมืองชั้นนอกเหล่านี้ต่างก็มีหัวเมืองเล็กๆ คั่นอยู่เช่นเดียวกับในวงราชธานี มากบ้างน้อยบ้างตามขนาดของอาณาเขตโดยกำหนดตามท้องที่สุดแต่จะให้พนักงานปกครองต่างเมืองเดินทางไปมาถึงกันได้ภายในวันหรือสองวัน เพื่อจะได้บอกข่าวช่วยเหลือกันเมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆ เช่น ภาวะสงคราม บรรดาหัวเมืองชั้นนอก เหล่านี้ พระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งเจ้านายในราชวงศ์ หรือข้าราชการชั้นสูงศักดิ์เป็นผู้สำเร็จราชการเรียกว่าเจ้าเมือง หรือพระยามหานครตามแต่ฐานะของเมืองมีอำนาจปกครองบังคับบัญชาสิทธิ์ขาดต่างพระเนตรพระกรรณทุกประการ ในสมัยอยุธยานี้ เมืองระนองมีลักษณะเป็นหัวเมืองเล็กๆ ขึ้นอยู่กับเมืองชุมพร ซึ่งเป็นหัวเมืองชั้นตรี มีอาณาเขตติดทะเลฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก นอกจากเมืองระนองซึ่งเป็นเมืองชั้นเอก เมืองชุมพรแล้วยังมีเมืองตระ (อำเภอกระบุรี) เมืองปะทิว เมืองตะโก เมืองหลังสวนและเมืองมลิวัน (เดี๋ยวนี้อยู่ในสหภาพพม่า)
• สมัยกรุงธนบุรี
• เมืองระนองสมัยกรุงธนบุรี ไม่ปรากฏมีเหตุการณ์และหลักฐานทางประวัติศาสตร์แต่อย่างใด สันนิษฐานว่ายังเป็นหัวเมืองเล็กๆ ขึ้นตรงต่อเมืองชุมพรตลอดสมัยกรุงธนบุรี
• สมัยกรุงรัตนโกสินทร์
• เมืองระนองมีชื่อปรากฏอยู่ในพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๒ ว่าเป็นเมืองหนึ่งที่พม่ายกทัพผ่านเข้ามาเพื่อไปตีเมืองชุมพรเท่านั้น นอกจากนี้ในอดีตนอกจากจะเป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ในป่าดงรกร้างหาเป็นภูมิฐานบ้านเมืองไม่ ภูมิประเทศยังเต็มไปด้วยภูเขาสลับซับซ้อนแทบจะหาที่ราบสำหรับการเกษตรไม่ได้ มิหนำซ้ำการเดินทางไปมาติดต่อต่างเมืองก็ลำบากยากเข็น ถ้าไม่ใช่การเดินทางทางเรือ อันต้องผ่านปากอ่าวเข้ามาทางด้านมหาสมุทรอินเดียแล้ว ก็ต้องขึ้นเขาลงห้วย บุกป่าฝ่าดงกันเท่านั้นเองแต่ไม่ว่าทางใดก็ต้องเสียเวลาเดินทางกันเป็นวันๆ ทั้งนั้นจนขึ้นชื่อว่าเป็นเมือง “สุดหล้าฟ้าเขียว” เอาทีเดียว ผู้คนต่างกันจึงไม่ค่อยจะได้ถ่ายเทเข้ามาตั้งรกรากทำมาหากินในเมืองระนองพลเมืองระนองจึงมีอยู่น้อยนิดเรื่อยมาแต่ในท่ามกลางป่าเขาทุรกันดารนั้น ระนองได้สะสมทรัพยากรธรรมชาติไว้ใต้แผ่นดินเป็นเอนกอนันต์ นั่นคือวัตถุที่มีชื่อเรียกกันในสมัยโบราณว่า ตะกั่วดำ และในปัจจุบันเรียกว่า แร่ดีบุกนั่นเอง
• ด้วยเหตุนี้เองจึงมีราษฎรในเมืองชุมพรและเมืองหลังสวนได้อพยพเข้ามาหาเลี้ยงชีพด้วยการขุดแร่ดีบุกขายมาแต่โบราณ ฝ่ายรัฐบาลผ่อนผันให้ราษฎรมีความเป็นอยู่อย่างผาสุกโดยให้ส่งส่วยดีบุกแทนการรับราชการ โดยการผ่อนผันกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ให้มีเจ้าอากรภาษีรับผูกขาดอากรดีบุก คือจักบำรุงการขุดแร่ และมีอำนาจที่จะซื้อและเก็บส่วนดีบุกในแขวงเมืองตระตลอดมาจนถึงเมืองระนอง โดยยอมสัญญาส่งดีบุกแก่รัฐบาลปีละ ๔๐ ภารา (คิดอัตราในเวลานี้ภาราหนึ่งหนัก ๓๕๐ ชั่ง เป็นดีบุก ๑๔,๐๐๐ ชั่ง) ในการเก็บรวบรวมและจัดส่งส่วยอากรแร่ดีบุกให้แก่รัฐบาลนั้น ราษฎรได้ยกย่องให้นายนอง ซึ่งมีลักษณะเป็นผู้นำที่ดีและเป็นหัวหน้าหมู่บ้านเป็นผู้รวบรวมและส่งไป ด้วยคุณงามความดีของนายนองที่มีต่อลูกบ้านปกครองลูกบ้านด้วยดีเสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการหารายได้ให้กับรัฐบาลเพิ่มมากขึ้นโดยการส่งภาษีอากรแร่ดีบุกที่ขุดได้เพิ่มมากขึ้น จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงระนองเจ้าเมืองคนแรกสืบต่อมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ ๓ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีผู้ประมูลผูกขาดส่งภาษีอากรดีบุกขึ้นเรียกว่า นายอากร
• ในปลายสมัยรัชกาลที่ ๓ พ.ศ. ๒๓๘๗ มีคนจีนชื่อคอซู้เจียง (ภายหลังได้เป็นที่ พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดีผู้เป็นต้นสกุล ณ ระนอง) เป็นจีนฮกเกี้ยน เกิดที่เมืองจิวหูประเทศจีน ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยและตั้งภูมิลำเนาอยู่ที่เมืองตะกั่วป่า ได้ยื่นเรื่องราวประมูลอากรดีบุก แขวงเมืองตระและระนอง และทำการประมูลได้ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งนายคอซู้เจียงเป็น “หลวงรัตนเศรษฐี” ตำแหน่งขุนนางนายอากร
• ในปี พ.ศ. ๒๓๙๗ หลวงระนองเจ้าเมืองระนองถึงแก่กรรมทำให้เจ้าเมืองระนองว่างลง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงดำริถึงความดีความชอบของหลวงรัตนเศรษฐีจึงทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร เลื่อนบรรดาศักดิ์หลวงรัตนเศรษฐี (คอซู้เจียง) เป็นพระรัตนเศรษฐีผู้สำเร็จราชการเมืองระนอง ถือศักดินา ๘๐๐ ไร่ แต่เมืองระนองยังคงเป็นเมืองไม่มีชั้น อันดับ ยังคงขึ้นตรงต่อเมืองชุมพรต่อมา
       
ระนอง ท่องเที่ยวระนอง โรงแรมระนอง จังหวัดระนอง
คอคอดกระ  ภูเขาหญ้า  กาหยูหวาน  ธารน้ำแร่  มุกแท้เมืองระนอง
• ข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดระนอง  
ระนอง
• ระนอง จังหวัดระนอง แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว อ.เมือง อ.กระบุรี อ.กะเปอร์ อ.ละอุ่น กิ่ง อ.สุขสำราญ พร้อมรูปสถานที่ท่องเที่ยว
เกาะค้างคาว
• เกาะค้างคาว อุทยานแหลมสน ตั้งอยู่ที่หาดบางเบน มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญคือ เกาะค้างคาว หมู่เกาะกำ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแนวปะการังและฝูงปลานานาชนิด
เที่ยวระนอง
• เที่ยวระนอง บ่อน้ำรอน สวนรักษะวาริน แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว บ่อน้ำร้อน – สวนสาธารณะรักษะวาริน วัดหาดส้มแป้น สุสานเจ้าเมืองระนอง ภูเขาหญ้า
เกาะสอง
• เกาะสอง วิคตอเรียพอยท์ เกาะสน อันดามันคลับ เป็นดินแดนในฝั่งสหภาพพม่า ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับจังหวัดระนองประเทศไทย อนุญาตให้เฉพาะคนไทยเท่านั้นที่ข้ามไปเที่ยวได้แต่ต้องทำบัตรผ่านแดนก่อน
ทัวร์โปรโมชั่น
โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์
• สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวทางไลน์... @oceansmiletour หรือ โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39
• โปรแกรมทัวร์แนะนำ
ทัวร์พม่า
• MM-19 : เจาะลึกพม่า ย่างกุ้ง หงสาวดี พระธาตุอินทร์แขวน พุกาม มัณฑะเลย์ ทะเลสาบอินเล (6 วัน)
• วันที่ 9 - 14 ธันวาคม 2560
• วันที่ 29 ธันวาคม - 3 มกราคม 2561
ทัวร์ดาลัด
ทัวร์กุ้ยหลิน
ทัวร์นครวัด
• KHM-1 : นครวัด นครธม บันทายสรี พนมกุเลน ล่องเรือโตนเลสาบ
• วันที่ 9 - 11 ธันวาคม 2560
• วันที่ 30 ธันวาคม - 1 มกราคม 2561
ทัวร์คุนหมิง แชงกรีล่า
ทัวร์ลาวใต้
• LAO-1 : ลาวใต้ ปากเซ จำปาสัก ปราสาทวัดพู น้ำตกคอนพะเพ็ง แก่งหลี่ผี น้ำตกตาดผาส้วม
• วันที่ 8 - 12 ธันวาคม 2560
• วันที่ 29 ธันวาคม - 2 มกราคม 2561
ทัวร์จางเจียเจี้ย
ทัวร์ฮาร์บิ้น
ทัวร์แคชเมียร์
ทัวร์ไหว้พระพิฆเนศ
ทัวร์ภูฏาน
ทัวร์อินเดีย เนปาล
• INDIA-15 : ทัวร์อินเดีย เนปาล พุทธคยา ราชคฤห์ กุสินารา ลุมพินี สาวัตถี แม่น้ำคงคา พารานสี (บินตรงพุทธคยา B3)
• วันที่ 3 - 10 ธันวาคม 2560
• วันที่ 27 ธันวาคม - 3 มกราคม 2561
ทัวร์ศรีลังกา
ทัวร์อินเดียการบินไทย
• INDIA-877 : อินเดีย เนปาล พุทธคยา ราชคฤห์ กุสินารา ลุมพินี สาวัตถี แม่น้ำคงคา พารานสี (บินตรงพุทธคยา TG)
• วันที่ 4 - 11 ธันวาคม 2560
• วันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2561
ทัวร์บาหลี บุโรพุทโธ
ทัวร์อินเดีย เนปาล
แคชเมียร์ ทัชมาฮาล
บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39 แฟ็กซ์ 0-2944 0825
เลขที่ 23/121 ซอยนวมินทร์ 161 ถ.นวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 (ใบอนุญาตเลขที่ 11/5028)
เจาะลึก...ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติ กับโอเชี่ยนสไมล์ทัวร์