• ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศเนปาล 
• ระบำเนปาล การแสดงระบำพื้นเมืองประเทศเนปาล
 

การรินชาแบบพื้นเมือง

การรินชาแบบพื้นเมือง

ระบำพื้นเมืองเนปาล

ระบำพื้นเมืองเนปาล
• ระบำเนปาล การแสดงระบำพื้นเมืองประเทศเนปาล
• เนปาลเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านความงดงามของทัศนียภาพและร่ำรวยมรดกทางประวัติศาสตร์ เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยสีสันของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกันไป ซึ่งมรดกแต่ละชนเผ่านั้นสะท้อนออกมาได้ดีที่สุดในรูปของการรำพื้นเมืองต่างๆ เช่น
• ฟาคุ (Fagu) ฟาคุ นาจ (Nach แปลว่า การรำ) ฟาคุนั้นมีความเกี่ยวเนื่องกับเทศกาลฟาคุ ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งสีสันที่ปฏิบัติกันในหมู่ผู้นับถือาศาสนาฮินดูทั่วโลก แม้ว่าเทศกาลนี้จะมีวัตถุประสงค์เพื่อต้อนรับการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิ แต่เทศกาลฟาคุก็ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับตำนานโบราณของฮินดูอีกด้วย กล่าวกันว่างานฟาคุสมัยโบราณนั้นจัดให้มีขึ้นเพื่อฉลองพิธีบูชายัญโหลิกา (Holika) ซึ่งเป็นน้องสาวของอสูรหิรัณญะกศิปุ (Hiranyakashipu) โดยจะมีการละเล่นปะพรหมสีใส่กันและกัน มีการรำฟาคุที่แสดงออกถึงอารมณ์อันเบิกบานของเทศกาลนี้โดยมีผู้เข้าร่วมการรำจากทุกๆ ชุมชน
• ชัตชาติน (Jatjatin) ชัตชาตินเป็นรูปแบบการแสดงที่เป็นที่นิยมอย่างสูงในหมู่การแสดงรำพื้นเมืองของชาวไมถิลี ถึงแม้ว่า “ชัตชาติน” จะหมายถึงคู่ชัท หมายถึง ผู้ชาย และ “ชาติน” หมายถึงภรรยาของชายผู้นั้น แต่รูปแบบของการรำกลับเป็นการรำเพื่อถวายแด่พระอินทร์ซึ่งเป็นเทพแห่งฝนในตำนานของศาสนาฮินดูเพื่อขอให้ฝนตกชุก ดันั้นการแสดงนี้ส่วนใหญ่มักจะมีขึ้นในปลายฤดูแล้งหรือก่อนฤดูหว่านข้าว คือระหว่างเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกรกฏาคม
• ปูร์พิยา (Puriya) ปูร์พิยานาจ หรือรำแห่งภาคตะวันออก เป็นประเพณีพื้นเมืองดั้งเดิมของชาวตารุที่พูดภาษาไมถิลีซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของประเทศเนปาล รำนี้มีในเขตภาคตะวันออก หรือเขต “ตะวันออกแห่งไมถิลี” ดังนั้นการรำนี้จึงมีวัฒนธรรมที่ดีที่สุดบางอย่างจากทั้งของชาวไมถิลีและชาวตารุ โดยชาวตารุเชื่อว่าการรำแบบนี้เปรียบเสมือนของขวัญจากพระศิวะซึ่งเป็นเทพเหนือเทพทั้งปวง
• ฌิฌิยา (Jhaijhiya) ฌิฌิยานั้นจัดเป็นส่วนหนึ่งในรูปแบบการร่ายรำที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในหมู่ชาวไมถิลีและโภชปุรี การแสดงนี้ส่วนใหญ่จะมีขึ้นในช่วงเทศกาลทัศวิน หรือเทศกาลทุรคา บูชาซึ่งเป็นเทศกาลทางศาสนาฮินดูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเชื่อกันว่าการแสดงรำนี้เป็นไปเพื่อกล่อมขวัญทุรคา (Durga) ซึ่งเป็นพระแม่เจ้าให้ขับไล่วิญญาณชั่วร้ายไปจากพื้นที่นั้นๆ
• ดาฟลา พันสุรี (Dafla Bansuri) ดาฟลาพันสุรีเป็นขลุ่ยแบบพิเศษที่เล่นโดยชาวเผ่าที่พูดภาษาโภชปุรี เนื่องจากมีการร่ายรำที่แปลกตาไปตามจังหวะของเสียงขลุ่ยพิเศษ ดังนั้นจึงตั้งชื่อเทศกาลตามชื่อขลุ่ย มีความเชื่อในหมู่ชาวโภชปุรีว่าพวกเขาได้รับการร่ายรำนี่มาจากพระกฤษณะซึ่งเป็นตัวเอกในนิทานปรัมปราของฮินดูเรื่อง “มหาภารตะ” โยการแสดงนี้มักจัดในช่วงฤดูหว่านข้าวและในโอกาสอื่นที่สำคัญ
• ฌุมรา (Jhummara) ฌุมราเป็นประเภทการรำทางศาสนาของชาวไมถิลีเป็นส่วนใหญ่ในการแสดงนี้ผู้ชายจะร้องเพลงและรำไปรอบๆ สาวพรหมจรรย์ที่เรียกกันว่า “เทวี” (Devi) หรือพระแม่เจ้า แม้ว่าจะไม่มีช่วงฤดูและเวลาจำเพาะระบุไว้สำหรับการแสดงนี้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจัดให้มีการแสดงในช่วงเทศกาลทางศาสนาหรือทางสังคมที่สำคัญต่างๆ เช่น เทศกาลทัศวิน เทศกาลติหาร์ เป็นต้น
• ทุล ทุล โฆทะ (Dul Dul ghoda) โดยทั่วไปถือไปเป็นการแสดงเพื่อความรื่นเริงใจซึ่งเป็นที่นิยมมากในแถบตะวันออกของประเทศเนปาล ในการร่ายรำนี้ผู้ชายจะแกล้งเป็นคนขี่ม้าโดยนำม้ามาที่ทำจากกระดาษมาติดไว้บริเวณเอว เชื่อกันว่าประเพณีการเต้นรำนี้เป็นการคิดค้นของผู้คนในสมัยโบราณที่อยากขี่ม้า แต่ไม่สามารถจะหาม้ามาเป็นของตนเอง จึงได้คิดค้นประเพณีการเต้นรำม้านี้ขึ้นมา ตั้งชื่อว่า “ทุล ทุล โมทะ” ซึ่งมีความหมายว่า เคลื่อนที่สิ เจ้าม้ารักของฉัน (move my dear horse) ลักษณะการแสดงคล้ายกับการเคาะเท้าของม้าประกอบไปกับเสียงดนตรีจากขลุ่ยและกลอง
• โอถังคาร์ (Othangar) โอถังคาร์เป็นการแสดงในช่วงงานแต่งงานของผู้มีฐานะในเขตนั้นๆ โดยการแสดงนี้ นักเต้นรำจะแสดงถึงฉากที่คู่บ่าวสาวได้รับของขวัญ เช่น และเงินสดและหมากจากผู้ชายทั้ง 8 คน และพวกเขาจะถูกมัดกับตอของต้นไม้ใหญ่ที่มีการตัดมาเพื่อใช้ในการนวดข้าว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาตอไม้นี้ก็เรียกว่าโอถังคาร์ซึ่งกลายเป็นที่มาของชื่อการแสดงนี้
• โคธ (Godh) เชื่อกันว่าการร่ารำนี้มีพื้นฐานมาจากตำนานฮินดูเรื่องหนึ่ง กล่าวกันว่าครั้งหนึ่งในขณะที่พระศิวะมีอารมณ์ที่เบิกบานใจเป็นที่ยิ่ง ได้เสนอของกำนัลเล็กๆ น้อยๆ ให้แก่พราหมผู้หนึ่ง แต่พราหมณ์ผู้นั้นไม่รู้ถึงความสำคัญของของกำนัล จึงโยนของดังกล่าวทิ้งไปยังกระท่อมของชายยากจนผู้หนึ่งแล้วของสิ่งนั้นก็ได้นำพาความโชคดีและความมั่งคั่งมาสู่ชายผู้นั้นในเวลาอันรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่นาน โคธา (Godha) ซึ่งเป็นเจ้าของกระท่อมก็ตระหนักว่าของกำนัลนั้นเป็นของจากเทพและได้เริ่มร้องเพลงและร่ายรำนี้ต่อมาเป็นที่รู้จักกันในชื่อระบำโคธ ซึ่งยังคงมีการปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัดในหมู่ชาวโภชปุรี โนการแสดงนี้จะมีการใช้ทามารู-หุร์กา (Damaru-Hurka) เครื่องดนตรีชิ้นเล็กๆ ที่เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของพระศิวะซึ่งเป็นเครื่องดนตรีหลักของการแสดงการร่ายรำนี้และถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีข้อกำหนดในทางศาสนาสำหรับการแสดงนี้ แต่ผู้ที่เข้าร่วมส่วนใหญ่ก็ถูกจำกัดไว้เฉพาะผู้ที่อยู่ในวรรณะล่างเท่านั้น
       
รินน้ำชาแบบเนปาล
ระบำเนปาล
ระบำเนปาล
ระบำเนปาล
 
ระบำเนปาล
ภัตตาคารเนปาล
ระบำเนปาล
       

ระบำพื้นเมืองเนปาล

ระบำพื้นเมืองเนปาล

ระบำพื้นเมืองเนปาล

ระบำพื้นเมืองเนปาล

ระบำเนปาล

ระบำเนปาล

ระบำเนปาล

ระบำเนปาล

ระบำเนปาล

ระบำเนปาล

ระบำเนปาล

ระบำเนปาล