สถานที่ท่องเที่ยว โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์







• ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศภูฎาน
• เจ้าชายจิกมี เคซาร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์ภูฏาน

กษัตริย์จิกมี ภูฏาน

กษัตริย์จิกมี ภูฏาน

กษัตริย์จิกมี ภูฏาน

กษัตริย์จิกมี ภูฏาน
• บันทึกการเดินทางเที่ยวภูฏาน 
• สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า "เจ้าชายจิกมี่"
• ก่อนเดินทางกลับจากภูฏาน ระหว่างที่เช็คอินจะเดินทางกลับประเทศไทย เจ้าหน้าที่เช็คอินก็บอกเราด้วยความภาคภูมิใจว่ากษัติริย์จิกมีนั่งเครื่องลำเดียวกับเรา ผมเองก็สงสัยฟังผิดไปหรือเปล่า เห็นแต่ของที่ผ่านเครื่อง X-ray ว่ามาจากในวัง แต่ในสนามบินก็ไม่เห็นทหารหรือมีการตรวจตราอะไรกันเลย
• ก่อนเครื่องออก ทุกคนบนเครื่องตื่นเต้นกันมาก พระองค์ท่านเสด็จมาจริงๆและขึ้นเครื่องลำเดียวกับเราเพี่ยงแต่พระองค์ท่านนั่งเฟิร์ทคลาสซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวนั่งอยู่ด้วย บรรดาตากล้องก็เอากล้องมาถ่ายผ่านช่องหน้าต่างกันเต็มที่
• หลังจากพระองค์ท่านลงเครื่องที่บังคลาเทศ อีกครั้งที่กล้องนักท่องเที่ยวกระหน่ำกันถ่าย ไม่ว่าตรงประตูทางลงเครื่องหรือช่องหน้าต่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมทึ่งมากๆก็คือบรรดาทหารองครักษ์หรือผู้ติดตามพระองค์ ไม่มีใครมาห้ามเราในการถ่ายรูปเลยและดูเหมือนทุกคนยินดีที่เราชื่นชมกษัตริย์ของเขา ด้วยจริยาวัตรอันงดงามผมเชื่อว่าทุกคนคงชื่นชมพระองค์ท่าน...Mr.โจ้
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก

• เจ้าชายจิกมี เคซาร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์รัชกาลที่ 5
• พระนามของ “เจ้าชายจิกมี” ติดปากชาวไทยในคราวที่พระองค์เสด็จมาร่วมพระราชพิธีเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2549 ในฐานะที่เป็นเจ้าชายโสดผู้ทรงพระสิริโฉมและมีพระจริยวัตรงดงาม ในขณะที่พระองค์ยังทรงเป็นมกุฎราชกุมาร และทรงเป็นพระราชอาคันตุกะที่มีพระชนมายุน้อยที่สุดในหมู่ราชวงศ์ที่มาร่วมงาน จนเป็นที่ต้องตาต้องใจของชาวไทยโดยเฉพาะสุภาพสตรี
• พระนามเต็มของเจ้าชายจิกมี คือ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทรงเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ลำดับที่ 5 แห่งราชวงศ์วังชุก คนไทยเรียกพระนามท่านว่า “เจ้าชายจิกมี” ตามสื่อมวลชน แท้ที่จริง ชาวภูฏานเรียกท่านว่า “เจ้าชายเคซาร์” ซึ่ง จิกมี ชื่อหน้านั้นแปลว่า ผู้กล้าหาญ ส่วนชื่อหลังเป็นราชวงศ์ พระนาม “เคซาร์” ใช้เรียกพระนามของพระองค์ พระราชินี เชอริง เยนเดย์ วังชุก พระมารดาเคยอธิบายถึงชื่อของพระองค์ว่า “เคซาร์” เป็นชื่อของจอมทัพนักรบของชาวมองโกเลีย ดังนั้น เจ้าชายจิกมี ที่คนไทยนิยมเรียก หรือสื่อมวลชนต่างๆ นั้นเรียกขานกันผิด ที่ถูกต้องนั้นต้องเรียกว่า “เจ้าชายเคซาร์” ตามแบบชาวภูฏาน

• พระราชประวัติ
• สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคซาร์ นัมเกล วังซุก พระราชสมภพเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523 ทรงเป็นพระราชโอรสใน สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก และ สมเด็จพระราชินี อาชิ เชอริง ยางดน วังชุก ซึ่งเป็นพระมเหสีองค์ที่สาม สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทรงมีพระขนิษฐาและพระอนุชาร่วมพระมารดา ซึ่งมีพระนามว่า เจ้าหญิงอาชิ เดเชน ยังซัม และพระอนุชามีพระนามว่า เจ้าชาย ดาโช จิกมี ดอร์จิ วังชุก
• ภายหลังเจริญพระชันษา พระองค์ได้เสด็จไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา ในระดับมัธยมศึกษาที่ คัชชิง อคาเดมี (Cushing Academy) ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำสหศึกษาที่มีชื่อเสียงของมลรัฐแมสซาชูเซตส์ มีอายุกว่า 100 ปี ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีการสอนวิชาศิลปะใช้วิธีให้นักเรียนแสดงออกใช้ความคิดสร้างสรรค์ตามศักยภาพ ทั้งในศิลปะการแสดง การละคร ดนตรี งานออกแบบอัญมณี ตลอดจนถึงงานศิลปกรรมแขนงต่างๆ เช่น จิตรกรรม และ ทัศนศิลป์
• ด้วยเหตุนี้ เจ้าชายเคซาร์ จึงโปรดศิลปะการวาดภาพ ถ่ายภาพ รวมทั้งการอ่านหนังสือและการกีฬา โปรดการยิงธนูตามแบบอย่างของชาวมองโกล และทรงชอบเล่นบาสเกตบอลเป็นพิเศษ ในขณะเดียวกัน ก็ทรงได้รับการอบรมขนมธรรมเนียมพระราชสำนักและประเพณีวัฒนธรรมทางศาสนาของชาวภูฏาน
• ทรงศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่วิทยาลัยวีตัน (Wheaton College) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านศิลปศาสตร์ในมลรัฐเดียวกัน ก่อนที่จะเสด็จมาศึกษาต่อปริญญาโท ในสาขาการทูต (Foreign Service Programme) และสาขาวิชาการเมืองที่ วิทยาลัยแม็กดาเลน (Magdalen College) มหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ด ในสหราชอาณาจักร
• ทรงสำเร็จหลักสูตรการป้องกันประเทศจากวิทยาลัยการทหารแห่งชาติ ประเทศอินเดีย และรัฐประศาสนศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินแทนพระราชบิดาไปยังต่างแดนในหลายโอกาส และทรงเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมต่างๆ รวมไปจนถึงการศึกษา และองค์กรเศรษฐกิจหลายแห่ง
• การทูลเกล้าถวายปริญญา
• มหาวิทยาลัยรังสิตได้ ทูลเกล้าถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ให้กับสมเด็จพระราชาธิบดี (เมื่อครั้งยังดำรงพระยศเป็นเจ้าชายมกุฎราชกุมาร) ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2549
• มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ ทูลเกล้าถวายปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาส่งเสริมการเกษตร ให้กับสมเด็จพระราชาธิบดี นอกจากนี้พระองค์ยังส่งนักศึกษาและบุคคลสำคัญเข้ามาศึกษา ดูงาน และสัมมนาที่ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประจำ
• พระราชกรณียกิจ
• สมเด็จพระราชาธิบดีเคเซอร์ เป็นหนึ่งในพระราชอาคันตุกะ ที่เสด็จทรงร่วมพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ 11-20 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ที่กรุงเทพมหานคร ในขณะที่พระองค์ยังทรงเป็นมกุฎราชกุมาร และทรงเป็นพระราชอาคันตุกะที่มีพระชนมายุน้อยที่สุด ในหมู่ราชวงศ์ที่มาร่วมงาน
• ตลอดระยะเวลาที่เจ้าชายเคซาร์ทรงประทับอยู่ที่เมืองไทยนั้น นอกเหนือจากทรงเข้าร่วมในพระราชพิธีฉลองราชสมบัติ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ในวันที่ 14 มิถุนายน ได้เสด็จไปยังพระตำหนักจักรีบงกช อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี เพื่อทรงเฝ้าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมี ต่อจากนั้นได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร
• ทรงเสด็จไปยังภูเก็ต ประทับที่รีสอร์ต อมันบุรี อำเภอถลาง เสด็จฯ ไปยังเกาะไม้ท่อน ทรงดำน้ำ เล่นเจ็ตสกี พาราเลซิ่ง และเล่นฟุตบอลชายหาดกับข้าราชบริพาร
• ทรงเสด็จเยี่ยม ม.จ.ภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิโครงการหลวงที่วังประมวล กรุงเทพฯ
• เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2549 พระองค์ทรงเสด็จเยือนประเทศไทยอีกครั้งเพื่อเสด็จเยี่ยมชมสวนดอกไม้ของภูฏาน ในงานพืชสวนโลกที่จัดขึ้นในเชียงใหม่
• ตลอดเส้นทางที่เสด็จฯ และที่ประทับอยู่ในเมืองไทย พระองค์ได้รับการต้อนรับและการแสดงความชื่นชมจากคนไทย อย่างที่ไม่เคยมีเจ้าชายต่างแดนองค์ใดได้เคยได้รับมาก่อน ชาวไทยเพิ่งรู้จักคุ้นเคยกับเจ้าชายจิกมีหรือเจ้าชายเคซาร์เมื่อเดินมิถนายน พ.ศ. 2549 มานี้นี่เอง ทั้งๆ ที่เจ้าชายจิกมี เคยเสด็จฯ มาประเทศไทยแล้ว 5-6 ครั้ง ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาก่อนหน้านั้น
• แบบอย่างของวัยรุ่นภูฏาน
• ตลอดเวลาที่ทรงดำรงในฐานะมกุฏราชกุมาร พระองค์ยังได้ทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมอย่างอดทนและรับผิดชอบ พระองค์จึงทรงเป็นแบบอย่างแก่วัยรุ่นภูฏาน ในขณะเดียวกัน แม้ได้โดยเสด็จไปยังชนบทแดนไกลเพื่อไต่ถามทุกข์สุข รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน รวมทั้งขอทราบความคิดเห็นของคนทั่วไปเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกของอาณาจักรภูฏานด้วย
• เจ้าชายเคซาร์ เสด็จฯ เยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรก ตามคำเชิญของรัฐบาลอินเดีย เข้าร่วมประชุมสหประชาชาติสมัยพิเศษ ว่าด้วยเรื่องเด็กในปี พ.ศ. 2445
• ปี พ.ศ. 2546 เสด็จฯ เยือนอินเดียครั้งที่สอง เพื่อก่อตั้งกองทุนร่วมอินเดีย-ภูฏาน
• ปี พ.ศ 2550 ทรงร่วมลงพระนามในสนธิสัญญามิตรภาพกับประเทศอินเดียในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แทนฉบับเดิม ซึ่งคือฉบับ พ.ศ. 1949
• เสด็จขึ้นครองราชย์
• ภายในปี พ.ศ. 2551 หลังกษัตริย์ จิกมี ซิงเย วังชุก ผู้เป็นพระราชบิดา ทรงประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ พร้อมประกาศเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เหมือนดังเช่นประเทศไทย และเจ้าชายจิกมี เคซาร์ วังชุก มกุฏราชกุมา เป็นผู้ขึ้นสืบทอดบัลลังก์มังกรคำราม
• ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอย่างแรกด้วยการพระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันชาติของภูฎาน หลังจากนั้นประมาณสองปี ในวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 พระองค์ได้ประกอบพิธีบรมราชาภิเษกเป็นกษัตริย์อย่างเป็นทางการ ณ พระราชวังในกรุงทิมพู
• พระราชพิธีราชาภิเษก
• ในวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทรงเข้าพิธีราชาภิเษกที่จัดขึ้นในพระราชวังทาชิชโฮ ดซอง ในเมืองทิมพู โดยสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก ทรงเป็นผู้ประกอบพระราชพิธี โดย พระราชทานมงกุฎไหมสีแดงดำแด่พระองค์ นอกจากนี้ยังมีนางซอนยา คานธี ประธานรัฐสภาของอินเดียเข้าร่วมในพิธีด้วย ทั้งนี้ พระองค์จะสืบบัลลังก์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์วังชุก และยังทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระเยาว์ที่สุดในโลก ด้วยพระชนมพรรษาเพียง 28 พรรษา และจะทรงปกครองประเทศด้วยระบอบประชาธิปไตย
• สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทรงฉลองพระองค์สีแดงทองที่เป็นชุดคลุมยาวปิดเข่าอันเรียกกันว่า "โฆ" ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติของชายชาวภูฏาน ทรงประทับนั่งบนบัลลังก์ทองคำ พระพักตร์เคร่งขรึม แต่ก็ทรงแย้มพระสรวลเล็กน้อยขณะทรงรับเครื่องถวายแด่สมเด็จพระราชาธิบดีองค์ ใหม่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และยังทรงมีพระบรมราโชวาทแก่พสกนิกรหลายพันคนที่มาเข้าเฝ้าพระองค์ในตอนบ่าย ของวันเดียวกันว่า "ข้าพเจ้าไม่ต้องการสิ่งใด" "สิ่งที่สำคัญสำหรับข้าพเจ้าคือความหวังและความมุ่งมาดปรารถนาของ ประชาชน และพระชนมายุอันยืนยาวและพระพลานามัยอันแข็งแรงสำหรับสมเด็จพระราชบิดา จิกมี ซิงเย วังชุก ของข้าพเจ้า ในโอกาสอันพิเศษยิ่งนี้ ขอให้ร่วมกันสวดมนต์และขออธิษฐานขอให้แสงตะวันเฉิดฉันแห่งความสุขจะสาดส่อง ลงมาที่ประเทศชาติของเราเสมอไป"
• นอกจากประชาชนหลายพันคนที่มารวมตัวกันถวายพระพรแด่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ซึ่งประกอบพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว ยังมีแขกสำคัญที่ร่วมในพิธีดังกล่าวคือ ประธานาธิบดีประติภา ปาติลแห่งอินเดีย และนางโซเนีย คานธี นักการเมืองคนสำคัญของอินเดียพร้อมด้วยบุตรธิดา เนื่องจากครอบครัวคานธีนั้นมีความสนิทชิดเชื้อกับราชวงศ์ภูฏาน
• มีการร่วมเฉลิมฉลองตามถนนหนทาง เล่นดนตรี มีการประดับประดาดอกไม้ตามศูนย์ต่างๆเพื่อแสดงการเฉลิมฉลองในโอกาสที่มี กษัตริย์พระองค์ใหม่ ตลอดจนมีการรายงานถึงความรู้สึกของพสกนิกรชาวภูฏานที่ทั้งต่างแสดงความดีใจ และสะเทือนใจในการสละราชสมบัติอย่างกระทันหันของพระราชบิดาไปพร้อมๆกัน
• “ความสุขมวลรวมของประชาชาติ สำคัญกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ” พระราชปณิธานของพระราชบิดายังคงดังก้องกังานไปในแผ่นดินภูฏาน นั่นหมายถึงว่า ในท่ามกลางกระแสคลื่นทุนนิยม บริโภคนิยม ประเทศภูฏานเปิดบ้านเปิดเมืองสู่โลกภายนอกมากขึ้น ชาวภูฏานในระดับผู้มีฐานะดี ต่างออกไปเล่าเรียนและแสวงหาความรู้จากประเทศทุนนิยมกันมากมาย จึงเป็นสิ่งที่น่าคิดว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ ภูฏานจะดำรงความเป็นตัวของตัวเองไว้ได้มากน้อยเพียงใด อีกทั้งจะเกิดช่องว่างทางวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ห่างไกลสุดเอื้อมในประเทศนี้หรือไม่
• ภูฏานประเทศที่มีศาสนาธรรมนำทาง มีเป้าหมายสร้างความสุขมวลรวมให้ประชาชาติมากกว่าการยึดถือผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติเป็นเป้าหมายแห่งความสำเร็จ จึงเป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่ท้าทายสำหรับกษัตริย์ในทศวรรษใหม่เป็นอย่างยิ่ง
• พระอิสริยยศ
• เจ้าฟ้าชาย ดาโช จิกมี เคซาร์ นัมเกล วังชุก (พ.ศ. 2523-2547)
• เจ้าฟ้าชาย โชเซ เพนลป จิกมี เคซาร์ นัมเกล วังชุก มกุฎราชกุมารแห่งภูฏาน (พ.ศ. 2547-2549)
• สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก (พ.ศ. 2549-ปัจจุบัน)

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก

กษัตริย์จิกมี ภูฏาน

กษัตริย์จิกมี ภูฏาน

กษัตริย์จิกมี ภูฏาน

กษัตริย์จิกมี ภูฏาน
ภูฏาน ประเทศภูฏาน ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า
• สถานที่ท่องเที่ยวประเทศภูฏาน 
ภูฏาน
• ภูฏาน ประเทศภูฏาน ดินแดนมังกรสายฟ้า ประเทศที่อยู่อ้อมกอดหิมาลัย อยู่ระหว่างประเทศอินเดียกับจีน ภูฏาน ดินแดนที่หลายๆคน ยกให้เป็นดัง"สวรรค์บนพื้นพิภพ"
ราชวงศ์ภูฎาน
• ราชวงศ์ภูฎาน เจ้าชายจิกมี สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า "เจ้าชายจิกมี่" กษัตริย์รัชกาลที่ 5 ของภูฏาน
ภูฏาน
• ภูฏาน เที่ยวภูฏาน ผมเดินทางมาถึงเมืองพาโร ก็โชคดีที่เขามีการจัดงานระบำหน้ากาก ซึ่งงานระบำหน้ากากที่พาโรซอง ถือว่าเป็นงานใหญ่งานหนึ่ง
ทาชิโชซอง ทิมพูซอง
• ทาชิโชซอง ทิมพูซอง ทาชิโชซอง เป็นสถาปัตยกรรมภูฏานที่งดงาม เป็นที่ทำการของรัฐบาล ประกอบด้วยคณะสงฆ์ และข้าราชการระดับสูง
ทัวร์ภูฎาน
• ทัวร์ภูฎาน เตรียมตัวเที่ยวภูฏาน ภูฏานเปิดรับนักท่องเที่ยวปีละ 20,000 คน ภูฏานเป็นประเทศเดียวในโลกที่ห้ามไม่ให้ซื้อและขาย สูบบุหรี่ในที่สาธารณะโดยเด็ดขาด
วัดชันกังคา
• วัดชันกังคา เมมโมเรียลชอร์เตน วัดชันกังคาเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดในเมืองทิมพู พระลามะทิเบตเป็นผู้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 เป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของเมืองทิมพู
วัดทักซัง
• วัดทักซัง วัดทักซัง เป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศภูฏาน ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 900 เมตร ชายเขตเมืองพาโร วัดตักซังเป็นสถานที่แสวงบุญที่ชาวภูฏานเลื่อมใสศรัทธากันมากที่สุด
วัดนันนารี สวนสัตว์ภูฏาน
• วัดนันนารี สวนสัตว์ภูฏาน ทาคิน เป็นสัตว์ที่หายาก เพราะมีอยู่ในประเทศภูฏานเพียงแห่งเดียวและอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ มีลักษณะคล้ายวัวผสมแพะตัวใหญ่
ระบำหน้ากากภูฏาน
• ระบำหน้ากากภูฏาน ระบำภูฏานจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ระบำหน้ากาก ซึ่งเป็นระบำเกี่ยวกับศาสนาและความเชื่อ ส่วนอีกอย่างเป็นระบำเกี่ยวกับเรื่องราววิถีชีวิตของชาวภูฏาน
พูนาคา
• พูนาคา วัดชิมิลาคัง คนภูฏานเชื่อว่าเมื่อพวกเขาไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องคู่ครอง ก็จะมาแสวงบุญที่นี่ เพราะเชื่อว่าวัดชิมิลาคังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
พาโร
• พาโร ประตูสู่ประเทศภูฏาน เมืองพาโรเป็นเมืองที่ตั้งของสนามบินภูฏานซึ่งมีเพียงสนามบินเดียว เครื่องที่จะมาลงจอดได้ก็มีแต่สายการบินดรุ๊กแอร์เพียงสายเดียว
วัดคิชูลาคัง วัดตัมชู
• วัดคิชูลาคัง วัดตัมชู วัดคิชูเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูฏาน เป็นโบสถ์โบราณซึ่งพระเจ้าซังเซน กัมโป กษัตริย์ทิเบตทรงสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 1212
ทิมพู
• ทิมพู เมืองหลวงประเทศภูฏาน ทิมพูหรือในชื่อที่เป็นทางการของภูฏานว่า ตาชิโชซอง เป็นเมืองหลวงของภูฏาน ทิมพูเป็นเมืองที่เจริญที่สุด เป็นแหล่งท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง
จุดชมวิวโดชูล่า
• จุดชมวิวโดชูล่า สถูป 108 องค์ สร้างขึ้นเป็นปกป้องคุ้มครองผู้ที่เดินทางผ่านไปมาให้ปลอดภัย รอบๆ บริเวณถูกประดับไปด้วยธงมนต์หลากสีสันเพื่อบูชาเทพแห่งป่าเขา
ปูนาคา
• ปูนาคา ปูนาคาซอง ปูนาคาซอง (Punakha Dzong) เป็นป้อมปราการประจำเมืองปูนาคา สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1637 ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำโพและแม่น้ำโม ที่นี่เคยใช้เป็นเมืองหลวงในช่วงฤดูหนาว
• พิพิธภัณฑ์แห่งชาติภูฏาน ตั้งอยู่ในป้อมตาซองที่เป็นหอสังเกตการณ์ในยุคโบราณของพาโรซอง ป้อมตาซองนี้เคยเป็นที่คุมขังอูเก็น วังชุก (ต่อมาได้ขึ้นครองราชย์เป็นปฐมกษัตริย์ภูฏาน)
วังดีซอง
• วังดี วังดีซอง วังดีซอง ตั้งอยู่เหนือจุดบรรจบของแม่น้ำ 2 สายคือแม่น้ำปูนาคาและแม่น้ำดัง เป็นเมืองในอดีตที่สำคัญของประวัติศาสตร์ภูฏาน วังดีโปดรังซองสร้าง ในปี ค.ศ.1638
โรงแรมภูฏาน
• โรงแรมภูฏาน ร้านอาหารภูฏาน ภูฏาน เป็นประเทศที่นิยมบริโภคข้าวเป็นอาหารทุกมื้อ อาหารภูฏานนิยมเน้นข้าวและผักเป็นอาหารหลัก
ภาษาภูฏาน
• ภาษาภูฏาน ภาษาภูฏานหรือภาษาซงคา เป็นภาษาประจำชาติของภูฏาน คูซูซังโป=สวัสดี คัดรินเซ=ขอบคุณ ดรุ๊กยุล=แผ่นดินมังกรสายฟ้า
ของฝากภูฏาน
• ของฝากภูฏาน การแต่งกายภูฏาน รัฐบาลรณรงค์ให้ชาวภูฏานใส่ชุดประจำชาติเป็นชุดประจำวัน ชุดผู้ชาย เรียกว่า “โค” ชุดผู้หญิง เรียกว่า “คีร่า”
• ศาสนาพุทธในภูฏาน พุทธศาสนาตันตรยาน ภูฏานเป็นเพียงประเทศเดียวในโลกที่ยอมรับนับถือพุทธศาสนามหายานแบบตันตระ เป็นศาสนาประจำชาติอย่างเป็นทางการ
สายการบินภูฏาน
• สายการบินภูฏาน สายการบินดรุ๊กแอร์ Drukair การเดินทางไปภูฏาน มีสายการบินเดียวที่บินจากรุงเทพฯ ไปภูฏาน เป็นสายการบินแห่งชาติภูฏาน
• สถานที่ท่องเที่ยวประเทศภูฏาน
• ข้อมูลทั่วไปประเทศภูฏาน
ทัวร์โปรโมชั่น
โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์
• สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวทางไลน์... @oceansmiletour หรือ โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39
• โปรแกรมทัวร์แนะนำ
ทัวร์ฮานอย ฮาลองเบย์
ทัวร์เส้นทางสายไหม
ทัวร์ดาลัด
ทัวร์คานาสือ
ทัวร์นครวัด
• KHM-1 : นครวัด นครธม บันทายสรี พนมกุเลน ล่องเรือโตนเลสาบ
• วันที่ 21 - 23 ตุลาคม 2560
• วันที่ 9 - 11 ธันวาคม 2560
ทัวร์กุ้ยหลิน
ทัวร์ลาวใต้
ทัวร์จางเจียเจี้ย
ทัวร์ภูฏาน
ทัวร์ย่าติง เต้าเฉิง
ทัวร์แคชเมียร์
• INDIA-541 : ทัวร์แคชเมียร์ ศรีนาคา พาฮาลแกม กุลมาร์ค ทะเลสาบดาล
• วันที่ 19 - 23 ตุลาคม 2560
• วันที่ 8 - 12 ธันวาคม 2560
ทัวร์เฉิงตู ง้อไบ้
ทัวร์ศรีลังกา
ทัวร์ไหว้พระพิฆเนศ
ทัวร์คุนหมิง แชงกรีล่า
ทัวร์อินเดีย เนปาล
• INDIA-15 : ทัวร์อินเดีย เนปาล พุทธคยา ราชคฤห์ กุสินารา ลุมพินี สาวัตถี แม่น้ำคงคา พารานสี (บินตรงพุทธคยา)
• วันที่ 3 - 10 ธันวาคม 2560
• วันที่ 27 ธันวาคม - 3 มกราคม 2561
ทัวร์ศรีลังกา
ทัวร์บาหลี บุโรพุทโธ
ทัวร์น้ำตกเต๋อเทียน
ทัวร์ฮาร์บิ้น
บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39 แฟ็กซ์ 0-2944 0825
เลขที่ 23/121 ซอยนวมินทร์ 161 ถ.นวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 (ใบอนุญาตเลขที่ 11/5028)
เจาะลึก...ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติ กับโอเชี่ยนสไมล์ทัวร์