สถานที่ท่องเที่ยว โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์







• ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศภูฎาน
• พาโร พาโรซอง ต้นกำเนิดของภูฏาน

เมืองพาโร ภูฏาน

สนามบินพาโร ภูฏาน

สนามบินพาโร ภูฏาน

สนามบินพาโร ภูฏาน

พาโรซอง เมืองพาโร

พาโรซอง เมืองพาโร

พาโรซอง เมืองพาโร

พาโรซอง เมืองพาโร

พาโรซอง เมืองพาโร

พาโรซอง เมืองพาโร

พาโรซอง เมืองพาโร

พาโรซอง เมืองพาโร
• บันทึกการเดินทางเที่ยวภูฏาน 
• เมืองพาโร ประตูสู่ประเทศภูฏาน
• เมืองพาโรหรือเมืองปาโร เมืองกลางหุบเขาแถวเทือกเขาหิมาลัย ประตูบานแรกหรือหน้าต่างบานแรกคงเปิดขึ้นที่นี่ เมืองพาโรเป็นเมืองที่ตั้งของสนามบินซึ่งเครื่งที่จะมาลงจอดได้ก็มีแต่สายการบินดรุ๊กแอร์เพียงสายเดียว ไฮไลท์ของเมืองพาโรก็คงหนีไม่พ้นพาโรงซอง หรือชื่อเต็มๆว่า พาโรริงปุงซอง ซึ่งก็หมายถึงป้อมเมืองาโร
• หากใครมาเที่ยวเมืองพาโร ก็ลองหามุมถ่ายรูปกับพาโรซอง ซึ่งทางด้านหน้าของซองก็มีแม่น้ำพาโร ด้านหลังบนเนินเขาสูงๆก็เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติภูฏาน พาโรซองก็มีประวัติกันมายาวนานพอสมควร
• หลังจากเดินข้ามสะพานมา ก็เดินต่อด้วยการขึ้นเนินเล็กๆเพิ่มเข้าสู่ตัวป้อม ภายในป้อมเองก็สามารถถ่ายรูปได้ ยกเว้นพระพุทธรูป การแต่งตัวก็ต้องแต่งตัวแบบเรียบร้อยเพื่อให้ความเคารพกับสถานที่ พาโรซองก็เปรียบเหมือนเพชรน้ำเอกของเมืองพาโร หากใครมาภูฏานก็ห้ามพลาดกับป้อมสวยๆของพาโรซองนะครับ...Mr.โจ้

สนามบินพาโรซอง

พาโรซอง

พาโรซอง

พาโรซอง

ทางเดินสู่พาโรซอง

ทางเดินสู่พาโรซอง

ทางเดินสู่พาโรซอง

พาโรซอง
พาโรซอง หรือ ป้อมพาโร ประเทศภูฏาน
รูปพาโรซอง
ทางเดินสู่พาโรซอง เมืองพาโร ประเทศภูฏาน
สะพานพาโรซอง
ทางเดินสู่พาโรซอง เมืองพาโร ประเทศภูฏาน
ทางเดินสู่พาโรซอง
พาโรซอง เมืองพาโร ประเทศภูฏาน

• พาโร (Paro) ต้นกำเนิดของชาวภูฏาน
• เมืองพาโร ต้นกำเนิดของชาวภูฏาน เมืองแห่งความฝันป้อมปราการบนอัญมณี
• พาโร อยู่ทางตะวันตกของประเทศ เป็นถิ่นเดิมของชาวภูฏานมาตั้งแต่แรกสร้างอาณาจักร พาโรจึงมีประชากรที่เป็นชาวภูฏานดั้งเดิมอาศัยอยู่มากที่สุด นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงภูฏานครั้งแรกไม่ว่าจะเข้ามาทางอากาศหรือทางบก จะประทับใจกับทิวทัศน์ของเมืองพาโรมากที่สุด ภาพของทุ่งนาเขียวขจี ป่าสนเต็มภูเขา ตัดกับสีขาวของกำแพงและซอง เมืองพาโรทำให้เมืองเล็ก ๆ ที่งามสงบและธรรมชาติแสนงามเหมือนภาพในฝัน เป็นภาพแรกของภูฏานที่จะจารึกอยู่ในความทรงจำของผู้พบเห็นตลอดไป
• พาโรอยู่ห่างจากเมืองทิมพู 53 กิโลเมตร ประวัติศาสตร์ของเมืองนี้คือประวัติศาสตร์ทั้งหมดของภูฏานนั่นเอง แม่น้ำสำคัญในภาคตะวันตกของประเทศมีอยู่ด้วยกันสามสาย คือแม่น้ำตอสา อยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ แม่น้ำวัง อยู่ทางตะวันตก และแม่น้ำพูนาซอง อยู่ทางตะวันออก แม่น้ำเหล่านี้นำความชุ่มชื้นและความอุดมสมบูรณ์มาสู่พื้นที่เพาะปลูกของพาโรที่มีเทือกเขาดำทะมึน (Black Mountains) เป็นฉากหลัง

• ประวัติศาสตร์ของเมืองพาโร เริ่มมีความสำคัญขึ้นในระหว่างศตวรรษที่ 18 – 19 เมื่อครั้งเมืองพูนาคายังเป็นเมืองหลวงของภูฏาน คณะผู้บริหารปกครองประเทศได้มาตั้งทำเนียบรัฐบาลบริหารกิจการบ้านเมืองอยู่ที่เมืองพาโรซึ่งต่อมาได้กลายเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม การค้าขาย และเป็นศูนย์กลางการเมืองของภูฏานในสมัยก่อน ก่อนที่จะมีการสร้างถนนหนทางที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน การขนส่งสินค้าจากทิเบตและจากเมืองต่าง ๆ เข้ามาขายคนภูฏาน ทุกเส้นทางจะต้องผ่านพาโรทั้งสิ้น
เมืองพาโร เมืองแห่งสถาปัตยกรรมอันสง่างาม
• เมืองพาโร อยู่ริมแม่น้ำพาโร ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ไหลมาจากภูเขาจูมอนฮารี เมืองตั้งอยู่ในหุบเขาในระดับความสูงกว่าน้ำทะเล 2,280 เมตร ใจกลางเมืองซึ่งมีการก่อสร้างเมืองใหม่กันอย่างจริงจังเมื่อปี พ.ศ. 2527 ทำให้สองข้างถนนเต็มไปด้วยโรงแรมร้านค้าและร้านอาหาร จัตุรัสกลางเมืองปลูกหญ้าเขียวขจี เมืองพาโรมีสถาบันฝึกอบรมครูเป็นแห่งที่สองของภูฏาน

• สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองพาโร
• สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองพาโรที่มีชื่อเสียงมีหลายแห่ง เช่น พาโรซอง ที่ตั้งศูนย์การปกครองเมืองที่รวมฝ่ายศาสนาและฝ่ายข้าราชการเอาไว้ด้วยกัน พระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระราชชนนีแห่งกษัตริย์ภูฏาน คือ พระราชวังอุเกนเปอรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และวัดคิชู กับวัดทักซัง ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในภูฏาน
• พาโรซอง Paro Dzong) ลิตเติลบุดดา
• ชื่อเต็มของพาโรซองคือ รินปุงซ่ง แปลว่า "ป้อมเนิญอัญมณี" ในสมัยศตวรรษที่ 15 มีพี่น้องสองนายอาศัยอยู่ในหุบเขาพาโรคือเกลซกและเกลชม พวกเขาเป็นลูกหลานท่านพะโจ ดรุ๊กกอม ชิโป ผู้นำนิกายดรุ๊กปะคายุปาเข้ามาเผยแพร่ในภูฏาน เกลซมปักหลักอยุ่ที่อารามกันตาคา แต่น้องชายดั้นด้นไปฝากตัวเป็นศิษย์อาจารย์ดังๆ ในทิเบตเพื่อศึกษาธรรม หลังผ่านไปหลายปี เขาก็ย้อนกลับมาในสภาพสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะอาแต่เล่าเรียนจนไม่มีเวลาหาเงิน ทำให้พี่ชายรังเกียจไม่ยอมนับญาติ และพูดใส่หน้าว่าในครอบครัวของตนไม่เคยมีขอทาน เกลชกจึงไปอาศัยอยู่ริมน้ำบริเวรฮุมเร็ลคา (เรียกชื่อตามเทพฮุมเร็ล กมโป ซึ่งเป็นเทพผู้ปกปักรักษาหุบเขาพาโร) และได้สร้างอาคารเล็กๆ ซึ่งกลายมาเป็นป้อมพาโรในภายหลัง ลูกหลานของเกลชกจึงได้จากรึกชื่อในประวัติศาสตร์ภูฏานในนาม "เจ้าแห่งฮุมเร็ล" และมีอำนาจเหนือพื้นที่ส่วนใหญ่ในเขตพาโร
• ในปีค.ศ. 1645 พวกเจ้าแห่งฮุมเร็ลได้ยกป้อมเล็กๆ ของตนให้กับซับดรุงงาวัง นัมเกล โดยยอมรับอำนาจของท่านทั้งในแง่ศาสนาและการเมือง ท่านซับดรุงจึงได้ลงมือสร้างและต่อเติมพาโรซองขึ้นให้ใหญ่โตขึ้นจนเสร็จสมบูร์ในปี ค.ศ.1646 ครั้นถึงเดือน ต.ค. ค.ศ. 1915 เกิดเหตุเพลิงไหม้ทำให้ป้อมแทบวอดไปทั้งหลัง แต่เป็นลปดาวา เปนโจร์แห่งพาโรก็สร้างป้อมขึ้นใหม่ตามแบบเดิมทุกอย่างด้วยเงินภาษีที่เรียกเก็บเป็นพิเศษจากราษฎรทั่วทั้งภูฏาน และในป ค.ศ. 2005 ก็มีการสร้างหลังคาป้อมขึ้นใหม่อีกครั้ง
• พาโรซองเป็นสถานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองนี้ ได้ชื่อว่าเป็นซองที่มีรูปทรงสถาปัตยกรรมที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของภูฏาน สีขาวของพาโรซองเป็นจุดเด่นเหนือเมืองพาโร ชื่อที่ถูกต้องของพาโรซอง คือ รินเชนปุงซอง – แปลว่า ป้อมปราการบนกองอัญมณี เป็นซองที่แข็งแรงและทำหน้าที่ป้องกันข้าศึกมาหลายครั้งหลายหน สร้างขึ้นโดยท่านซับดรุง นาวัง นัมเกล ในศตวรรษที่ 16 โดยท่านสั่งให้ก่อสร้างขึ้นจากฐานเดิมของอารามที่ท่านคุรุรินโปเช เคยสร้างเอาไว้ หอกลางที่อยู่กลางลานอเนกประสงค์ มี 5 ชั้น ชั้นบนสุดเป็นที่ตั้งโบสถ์ 2 แห่ง ด้านในซองประดับภาพเขียนต่าง ๆ ที่สวยงามมมาก
• ข้างนอกซอง ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นลานประลองฝีมือการยิงธนู และลานอเนกประสงค์ จัดการแสดงในเทศกาลเซซูในฤดูใบไม้ผลิ ในวันสุดท้ายของเทศกาลซอง จะแขวนธังกาซึ่งเป็นธงจารึกมนตราหรือยันต์ที่มีขนาดใหญ่มาก (18 เมตร)
• ทางตะวันออกของซอง มีสะพากข้ามแม่น้ำพาโร เป็นสะพานมีหลังคาคลุม ชื่อ ยามิซัม สะพานี้เป็นสะพานสร้างขึ้นใหม่แทนสะพานเดิมที่ถูกน้ำท่วมพัดสะพานขาดพังไปเมื่อปี พ.ศ. 2512 การก่อสร้างสะพานเป็นตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมภูฏาน บางฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด เรื่อง ลิตเติลบุดดา มาถ่ายทำที่พาโรซอง ที่เมืองพาโรแห่งนี้

พาโรซอง หรือ ป้อมพาโร เมืองพาโร ประเทศภูฏาน
รูปพาโรซอง เมืองพาโร
พาโรซอง หรือ ป้อมพาโร เมืองพาโร ประเทศภูฏาน
รูปพาโรซอง เมืองพาโร
พาโรซอง หรือ ป้อมพาโร เมืองพาโร ประเทศภูฏาน
รูปพาโรซอง เมืองพาโร
พาโรซอง หรือ ป้อมพาโร เมืองพาโร ประเทศภูฏาน
รูปพาโรซอง เมืองพาโร
พาโรซอง หรือ ป้อมพาโร เมืองพาโร ประเทศภูฏาน
รูปพาโรซอง เมืองพาโร
พาโรซอง หรือ ป้อมพาโร เมืองพาโร ประเทศภูฏาน
รูปพาโรซอง เมืองพาโร
พาโรซอง หรือ ป้อมพาโร เมืองพาโร ประเทศภูฏาน
รูปพาโรซอง เมืองพาโร

พาโรซอง

พาโรซอง

พาโรซอง

พาโรซอง

พาโรซอง

พาโรซอง

งานระบำหน้ากากพาโรซอง

งานระบำหน้ากากพาโรซอง

งานระบำหน้ากากพาโรซอง

งานระบำหน้ากากพาโรซอง

งานระบำหน้ากากพาโรซอง

งานระบำหน้ากากพาโรซอง

งานระบำหน้ากากพาโรซอง

งานระบำหน้ากากพาโรซอง

งานระบำหน้ากากพาโรซอง

งานระบำหน้ากากพาโรซอง

งานระบำหน้ากากพาโรซอง

งานระบำหน้ากากพาโรซอง

งานระบำหน้ากากเมืองพาโร

งานระบำหน้ากากเมืองพาโร

งานระบำหน้ากากเมืองพาโร

งานระบำหน้ากากเมืองพาโร

งานระบำหน้ากากเมืองพาโร

งานระบำหน้ากากเมืองพาโร

งานระบำหน้ากากเมืองพาโร

งานระบำหน้ากากเมืองพาโร

งานระบำหน้ากากเมืองพาโร

งานระบำหน้ากากเมืองพาโร
• ดรุกเกลซอง (Drukgyel Dzong)
• ดรุกเกลซอง เป็นภาษาซองคา หมายถึง ป้อมของพวกดรุ๊กปะผู้มีชัย ตัวป้อมตั้งอยู่บนเนินหินที่อุดปากทางเข้าหุบเขาพาโรอีกด้านหนึ่งเอาไว้ และทำหน้าที่เป็นปราการด้านรับการรุกรานจากทางเหนือ
• ในปีค.ศ. 1644 ซับดรุง งาวัง นัมเกล นำพรรคพวกยึดที่มั่นนี้สกัดกั้นการรุกรานจากทิเบต ซึ่งได้รับชัยขนะครั้งใหญ่จนไม่กล้ามารบกวนภูฏานอีก ซับดรุง งาวัง นัมเกล จึงได้สร้างป้อมปราการขึ้นที่ตรงนี้เมื่อปี ค.ศ.1647 เพื่อรำลึกถึงชัยชนะในครั้งนั้น
• วัดทักซัง (Taktshang Goemba)
• วัดทักซัง (Tiger’s Nest แปลว่า วัดถ้ำเสือ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในบรรดาวัดวาอารามของพุทธศาสนาในภูฏาน วัดทักซังเป็นกลุ่มอาคาร 13 หลัง ตั้งอยู่บนหน้าผาหินสูง 900 เมตร อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3,000 เมตร กล่าวกันว่าท่านคุรุ หรือพระอาจารย์ของวัดนี้ต้องขี่หลังนางเสือเพื่อขึ้นไปบนวัด จากนั้นท่านจะจำพรรษาอยู่ในถ้ำของวัดนานครั้งละสามเดือน
• วัดเคยถูกไฟไหม้เมื่อปี พ.ศ. 2494 และได้รับการซ่อมแซมจนสภาพดีดังเดิม แต่วัดก็เกิดไฟไหม้อีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2541 คราวนี้ไฟเผาผลาญสิ่งก่อสร้างหลักและเครื่องตกแต่งภายในวัดจนหมด แต่รัฐบาลก็ได้ทำการซ่อมแซมบูรณะวัดขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2543 พร้อมกับจำลองสิ่งของเครื่องใช้ไม้สอยในวัดให้เหมือนเดิม จนสภาพวัดกลับมาดังเดิม
• ท่านซับดรุง นาวัง นัมเกล เคยมาเยี่ยมวัดนี้ในศตวรรษที่ 16 วัดนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวภูฏานเคารพนับถือมาก นักแสวงบุญภูฏานทั่วประเทศจะเดินทางมาสวดมนต์ภาวนาที่วัดนี้กันตลอดเวลา
• ตามปกติ วัดจะไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชม ยกเว้นนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวพุทธต้องการมาไหว้พระและปฏิบัติธรรมที่วัดนี้จะต้องขออนุญาตจากทางการเป็นพิเศษ ควรจะทราบว่าการเดินขึ้นเขามาที่วัดบนหน้าผา เป็นประสบการณ์ที่มีค่าของนักเดินทางทุกคน การเดินทางไปยังวัดนี้จะต้องขี่ลาหรือเดินเท้ามีบันไดขึ้นถึง 700 ขั้น
• วัดคิชู (Kyichu Lhakhang)
• วัดคิชู (Lhakhang แปลว่า วัด) ต้้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของเส้นทางไปวัดตั๊กซังและดรุ๊กเกลซอง เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูฏาน เป็นโบสถ์โบราณซึ่งพระเจ้าซังเซน กัมโป กษัตริย์ทิเบตทรงสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 1212 เป็นโบสถ์หนึ่งในโครงการสร้างโบสถ์ 108 แห่ง ภายในหนึ่งวัน ตามที่ทรงตั้งพระปณิธานเอาไว้
• พิพิธภัณฑ์แห่งชาติภูฏาน หรือ ตาซอง
• พิพิธภัณฑ์แห่งชาติภูฏาน ตั้งอยู่เหนือพาโรซอง ซึ่งตั้งอยู่ในป้อมตาซองที่เป็นหอสังเกตการณ์ในยุคโบราณของพาโรซอง ซึ่งป้อมตาซองสันนิษฐานว่าสร้่างขึ้นในปี ค.ศ.1651 แต่ไม่มีหลักฐานยืนยัดแน่ชัด ผู้สร้างคือเต็นซิน ดรุ๊กกา น้องชายต่างมารดาของท่านซับดรุงนาวัง นัมเกล สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นลปแห่งพาโรอยู่

•
วัดดุงเซ (Dungtse Lhakhang) หรือ ดุงเซฮาคัง
• วัดดุงเซ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1421 โดยพระลามะจากทิเบตนามว่า ทังทน เกลโป Thangton Gyeipo (ค.ศ.1385-1464) การที่ท่านเข้ามาภูฏานเพื่อค้นหาแร่เหล็ก แต่เมื่อมาถึงปาโรก็เห็นชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจาการรังควานของปิศาจชั่วร้ายตนหนึ่ง จึงได้สร้างวัดดังชีในลักษณะเป็นสถูป (หรือชอร์เตน) อันเปรียบเสมือนเป็นตะปู ซึ่งตำแหน่งของวัดคือหัวใจของปิศาจ เชื่อกันว่าเมื่อสถูปหรือชอร์เตน ตอกลงบนหัวใจของปิศาจ ก็จะสามารถสยบไม่ให้ปิศาจไปก่อกรรมได้อีก และก่อนกลับ พระลามะรูปนี้ได้สร้างสะพานเหล็ก 8 สายและยังคิดค้นวิธีทำโซ่เหล็กขึ้นใช้ในภูฏานเป็นรายแรก
• ต่อมาในปีค.ศ. 1841 เจเก็มโปสังฆราชองค์ที่ 25 (25th Je Khenpo, Sherab Gyaltshen 1836-1839) โปรดให้ปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากชาวปาโร ซึ่งนามของผู้บริจาคถูกจารึกไว้บนเสาชั้นล่างของพระเจดีย์ ภาพจิตรกรรมทั้งหมดก็เขียนขึ้นใหม่ในครั้งนี้ด้วย
• ดุงเซเป็นวัดที่มีภาพจิตรกรรมน่าสนใจที่สุดในภูฏานและในเขตหิมาลัย ภาพเขียนเหล่านี้ไม่เพียงโดดเด่นในเชิงงานศิลป์ แต่ยังรวบรวมเอาเทพเจ้าจำนวนมากมาวาดไว้ตามลำดับความสำคัญทางศาสนา จึงถือเป็นตัวอย่างรูปเคารพอันประมาณค่ามิได้ของนิกายดรุ๊กปะคายุปาอีกโสตหนึ่งด้วย เนื่องจากมีภาพอยู่มากมายนับไม่ถ้วน
• แผนผังของวัดดุงเซ เปรียบเสมือนมณฑลที่ซ้อนกันอยู่ บ่งนัยถึงลำดับชั้นต่างๆไล่จากชั้นล่างสุด เลื่อนขึ้นมาทีละขั้นจนถึงใจกลางมณฑลชั้นแรกประกอบด้วยภาพพระธยานิพุทธทั้งห้า พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร คุรุรินโปเซ บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ ท่านทังทน เกลโปผู้สร้างวัด ท้าวกุเวร/ไวสราวณะและธรรมบาลทั้งหลาย ชั้นสองแสดงถึงภาพที่อยู่สูงขึ้นมาเป็นลำดับ ด้านนอกวาดภาพท้าวมหากาฬปางต่างๆ ประดับเอาไว้ด้านในเป็นภาพบาร์โด (หมายถึง ยมโลก เป็นดินแดนที่วิญญาณไปพักพิงหลังความตายก่อนไปเกิดใหม่อีกครั้ง)
• ชั้นสามเป็นรูปเทพเจ้าสูงสุดในคติพุทธตันตรยาน ภายนอกประกอบไปด้วยภาพคุยสมาช วัชรไภรวะ จักรสัวะร เหวัชระ กาฬจักร วัชระวราหิ หัยครีพ และมหามายะ ภายในวาดเป็นรูปมหาสิทธะ 84 ท่าน (เกจิอาจารย์ชาวอินเดีย เดิมมีอาชีพการงานที่ไม่เกี่ยวขอ้งกับศาสนา แต่พวกท่านเป็นคนกลุ่มแรกที่ยอมรับนับถือคำสอนแบบตันตระจนบรรลุธรรมได้ในชาตินี้) และเกจิอาจารย์สายคายุปาของทิเบตผู้รับช่วงคำสอนต่อมาจากเหล่ามหาสิทธะ

ร้านอาหารเมืองพาโร

ร้านอาหารเมืองพาโร

ร้านอาหารเมืองพาโร

ร้านอาหารเมืองพาโร
ภูฏาน ประเทศภูฏาน ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า
• สถานที่ท่องเที่ยวประเทศภูฏาน 
ภูฏาน
• ภูฏาน ประเทศภูฏาน ดินแดนมังกรสายฟ้า ประเทศที่อยู่อ้อมกอดหิมาลัย อยู่ระหว่างประเทศอินเดียกับจีน ภูฏาน ดินแดนที่หลายๆคน ยกให้เป็นดัง"สวรรค์บนพื้นพิภพ"
ราชวงศ์ภูฎาน
• ราชวงศ์ภูฎาน เจ้าชายจิกมี สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า "เจ้าชายจิกมี่" กษัตริย์รัชกาลที่ 5 ของภูฏาน
ภูฏาน
• ภูฏาน เที่ยวภูฏาน ผมเดินทางมาถึงเมืองพาโร ก็โชคดีที่เขามีการจัดงานระบำหน้ากาก ซึ่งงานระบำหน้ากากที่พาโรซอง ถือว่าเป็นงานใหญ่งานหนึ่ง
ทาชิโชซอง ทิมพูซอง
• ทาชิโชซอง ทิมพูซอง ทาชิโชซอง เป็นสถาปัตยกรรมภูฏานที่งดงาม เป็นที่ทำการของรัฐบาล ประกอบด้วยคณะสงฆ์ และข้าราชการระดับสูง
ทัวร์ภูฎาน
• ทัวร์ภูฎาน เตรียมตัวเที่ยวภูฏาน ภูฏานเปิดรับนักท่องเที่ยวปีละ 20,000 คน ภูฏานเป็นประเทศเดียวในโลกที่ห้ามไม่ให้ซื้อและขาย สูบบุหรี่ในที่สาธารณะโดยเด็ดขาด
วัดชันกังคา
• วัดชันกังคา เมมโมเรียลชอร์เตน วัดชันกังคาเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดในเมืองทิมพู พระลามะทิเบตเป็นผู้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 เป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของเมืองทิมพู
วัดทักซัง
• วัดทักซัง วัดทักซัง เป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศภูฏาน ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 900 เมตร ชายเขตเมืองพาโร วัดตักซังเป็นสถานที่แสวงบุญที่ชาวภูฏานเลื่อมใสศรัทธากันมากที่สุด
วัดนันนารี สวนสัตว์ภูฏาน
• วัดนันนารี สวนสัตว์ภูฏาน ทาคิน เป็นสัตว์ที่หายาก เพราะมีอยู่ในประเทศภูฏานเพียงแห่งเดียวและอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ มีลักษณะคล้ายวัวผสมแพะตัวใหญ่
ระบำหน้ากากภูฏาน
• ระบำหน้ากากภูฏาน ระบำภูฏานจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ระบำหน้ากาก ซึ่งเป็นระบำเกี่ยวกับศาสนาและความเชื่อ ส่วนอีกอย่างเป็นระบำเกี่ยวกับเรื่องราววิถีชีวิตของชาวภูฏาน
พูนาคา
• พูนาคา วัดชิมิลาคัง คนภูฏานเชื่อว่าเมื่อพวกเขาไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องคู่ครอง ก็จะมาแสวงบุญที่นี่ เพราะเชื่อว่าวัดชิมิลาคังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
พาโร
• พาโร ประตูสู่ประเทศภูฏาน เมืองพาโรเป็นเมืองที่ตั้งของสนามบินภูฏานซึ่งมีเพียงสนามบินเดียว เครื่องที่จะมาลงจอดได้ก็มีแต่สายการบินดรุ๊กแอร์เพียงสายเดียว
วัดคิชูลาคัง วัดตัมชู
• วัดคิชูลาคัง วัดตัมชู วัดคิชูเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูฏาน เป็นโบสถ์โบราณซึ่งพระเจ้าซังเซน กัมโป กษัตริย์ทิเบตทรงสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 1212
ทิมพู
• ทิมพู เมืองหลวงประเทศภูฏาน ทิมพูหรือในชื่อที่เป็นทางการของภูฏานว่า ตาชิโชซอง เป็นเมืองหลวงของภูฏาน ทิมพูเป็นเมืองที่เจริญที่สุด เป็นแหล่งท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง
จุดชมวิวโดชูล่า
• จุดชมวิวโดชูล่า สถูป 108 องค์ สร้างขึ้นเป็นปกป้องคุ้มครองผู้ที่เดินทางผ่านไปมาให้ปลอดภัย รอบๆ บริเวณถูกประดับไปด้วยธงมนต์หลากสีสันเพื่อบูชาเทพแห่งป่าเขา
ปูนาคา
• ปูนาคา ปูนาคาซอง ปูนาคาซอง (Punakha Dzong) เป็นป้อมปราการประจำเมืองปูนาคา สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1637 ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำโพและแม่น้ำโม ที่นี่เคยใช้เป็นเมืองหลวงในช่วงฤดูหนาว
• พิพิธภัณฑ์แห่งชาติภูฏาน ตั้งอยู่ในป้อมตาซองที่เป็นหอสังเกตการณ์ในยุคโบราณของพาโรซอง ป้อมตาซองนี้เคยเป็นที่คุมขังอูเก็น วังชุก (ต่อมาได้ขึ้นครองราชย์เป็นปฐมกษัตริย์ภูฏาน)
วังดีซอง
• วังดี วังดีซอง วังดีซอง ตั้งอยู่เหนือจุดบรรจบของแม่น้ำ 2 สายคือแม่น้ำปูนาคาและแม่น้ำดัง เป็นเมืองในอดีตที่สำคัญของประวัติศาสตร์ภูฏาน วังดีโปดรังซองสร้าง ในปี ค.ศ.1638
โรงแรมภูฏาน
• โรงแรมภูฏาน ร้านอาหารภูฏาน ภูฏาน เป็นประเทศที่นิยมบริโภคข้าวเป็นอาหารทุกมื้อ อาหารภูฏานนิยมเน้นข้าวและผักเป็นอาหารหลัก
ภาษาภูฏาน
• ภาษาภูฏาน ภาษาภูฏานหรือภาษาซงคา เป็นภาษาประจำชาติของภูฏาน คูซูซังโป=สวัสดี คัดรินเซ=ขอบคุณ ดรุ๊กยุล=แผ่นดินมังกรสายฟ้า
ของฝากภูฏาน
• ของฝากภูฏาน การแต่งกายภูฏาน รัฐบาลรณรงค์ให้ชาวภูฏานใส่ชุดประจำชาติเป็นชุดประจำวัน ชุดผู้ชาย เรียกว่า “โค” ชุดผู้หญิง เรียกว่า “คีร่า”
• ศาสนาพุทธในภูฏาน พุทธศาสนาตันตรยาน ภูฏานเป็นเพียงประเทศเดียวในโลกที่ยอมรับนับถือพุทธศาสนามหายานแบบตันตระ เป็นศาสนาประจำชาติอย่างเป็นทางการ
สายการบินภูฏาน
• สายการบินภูฏาน สายการบินดรุ๊กแอร์ Drukair การเดินทางไปภูฏาน มีสายการบินเดียวที่บินจากรุงเทพฯ ไปภูฏาน เป็นสายการบินแห่งชาติภูฏาน
• สถานที่ท่องเที่ยวประเทศภูฏาน
• ข้อมูลทั่วไปประเทศภูฏาน
ทัวร์โปรโมชั่น
โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์
• สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวทางไลน์... @oceansmiletour หรือ โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39
• โปรแกรมทัวร์แนะนำ
ทัวร์จิ่วจ้ายโกว
ทัวร์จางเจียเจี้ย
ทัวร์ฮานอย ฮาลองเบย์ ซาปา
ทัวร์คุนหมิง แชงกรีล่า
ซาปา ดาลัด
ทัวร์ทิเบต
ทัวร์ลาวใต้
ทัวร์คุนหมิง ปาหิน
ทัวร์ภูฏาน
ทัวร์คานาสือ
ทัวร์บาหลี บุโรพุทโธ
ทัวร์สิกขิม
ทัวร์นครวัด
• KHM-1 : นครวัด นครธม บันทายสรี พนมกุเลน ล่องเรือโตนเลสาบ
• วันที่ 13 - 15 เมษายน 2560
• วันที่ 8 - 10 กรกฏาคม 2560
ทัวร์เส้นทางสายไหม
ทัวร์โมรอคโค
ทัวร์แคชเมียร์ ทัชมาฮาล
 
บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39 แฟ็กซ์ 0-2944 0825
เลขที่ 23/121 ซอยนวมินทร์ 161 ถ.นวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 (ใบอนุญาตเลขที่ 11/5028)
เจาะลึก...ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติ กับโอเชี่ยนสไมล์ทัวร์