สถานที่ท่องเที่ยว โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์







• ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศภูฎาน
• เมืองวังดี วังดีซอง ป้อมแห่งตะวันออกภูฏาน
• บันทึกการเดินทางเที่ยวภูฏาน 
• ป้อมวังดี วังดีซอง
• ผมมาเที่ยวป้อมวังดีในตอนเช้า มันไม่สวยในการถ่ายรูป ก็แนะนำให้มาเที่ยววังดีซองในตอนบ่ายแก่ๆหรือตอนเย็นจะดีกว่า เพราะถ้ามาในตอนเช้าทำให้เวลาถ่ายรูปตัวป้อมจะย้อนแสง หลังจากที่ข้ามสะพานสู่ตัวป้อม รถก็วิ่งไปจอดตรงหน้าประตูป้อมบนยอดเขาได้เลย
• ป้อมวังดีหรือวังดีซอง เป็นป้อมโบราณเก่าๆ ซึ่งกำลังรองบในการบูรณะอยู่ ความสวยงามก็คลาสสิกโบราณๆ ภายในป้อมมีทหารและพระคอยดูแล
• ออกจากป้อมวังดีก็มาดูตลาดสด อยู่ใกล้ๆกับตัวป้อมแหละ ซึ่งก็มีพืชผลทางการเกษตรวางขายกันแบบง่ายๆ ปัจจุบันรัฐบาลก็ได้สร้างวังดีเมืองใหม่เพื่อรองรับการเจริญเติบโตที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาและวิถีชีวิตที่กำลังจะเปลี่ยนไปในอนาคตด้วย...Mr.โจ้

วังดีซอง เมืองวังดี

วังดีซอง เมืองวังดี

วังดีซอง เมืองวังดี

วังดีซอง เมืองวังดี
เมืองวังดี วังดีซอง ป้อมวังดี ป้อมแห่งตะวันออกภูฏาน
รูปป้อมวังดี
เมืองวังดี วังดีซอง ป้อมวังดี ป้อมแห่งตะวันออกภูฏาน
รูปป้อมวังดีซอง
เมืองวังดี วังดีซอง ป้อมวังดี ป้อมแห่งตะวันออกภูฏาน
ป้อมวังดี เมืองวังดี ภูฏาน
คลิปเมืองวังดี วังดีซอง ป้อมวังดี ป้อมแห่งตะวันออกภูฏาน 1
คลิปเมืองวังดี วังดีซอง ป้อมวังดี ป้อมแห่งตะวันออกภูฏาน 2

• วังดี โปดรัง (Wangdi Phodrang)
• เมืองวังดี โปดรัง เรียกสั้นๆ ว่า วังดี อยู่ที่ความสูง 1,350 เมตร ตั้งอยู่เหนือจุดบรรจบของแม่น้ำ 2 สายคือ แม่น้ำปูนาคาและแม่น้ำดัง เป็นเมืองในอดีตที่สำคัญของประวัติศาสตร์ภูฏาน ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองปูนาคาประมาณ 13 กิโลเมตร มียอดเขา กังก้า พุนซุม (Gangkhar Phuensum) ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก (ที่ยังไม่มีผู้ใดสามารถปีนขึ้นไปได้) ซึ่งสูงถึง 7,500 เมตร

• วังดีโปดรังซอง (Wangdi Phodrang Dzong)
• วังดีโปดรังซองสร้าง ในปี ค.ศ.1638 ซองแห่งนี้ตั้งอยู่บนสันเขาระหว่างแม่น้ำ พูนาค และแม่น้ำดาง ตามตำนานเล่าว่า ท้าวมหากาฬได้มาสำแดงตนให้ท่านซับดรุงเห็น และกล่าวคำทำนายว่า "บนยอดเนินหินตรงที่แม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน ณ ตำแหน่งที่ฝูงกาบินออกไปยังสี่ทิศ ท่านจะสร้างป้อมขึ้นที่นั่นหลังหนึ่ง" ครั้นถึงปี ค.ศ. 1638 ท่านซับดรุงได้เดินทางมาถึงสถานที่ตามคำทำนายนั้น จึงสร้างป้อมขึ้น และให้ชื่อว่า วังดีโปดรัง แปลว่า "วังซึ่งสยบสี่ทิศไว้ใต้อำนาจ (ของท่านซับดรุง)"
• ตัวป้อมนั้นมุงหลังคาด้วยกระเบื้องแผ่นแบบชนบท ลานชั้นแรกรายล้อมด้วยอาคารกรมกองการปกครอง อาคารด้านข้างมีรูปทรงคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้ามากกว่าจัตุรัส พื้นที่ป้อมฝั่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 16383 ตามคำสั่งของท่านเต็นซิน รับเย พื้นที่ส่วนที่สองมีหุบห้วยเล็กๆ กั้นออกจากส่วนแรก แต่เชื่อมถึงต่อกันทางสะพานสั้นๆ มีลานชั้นในที่ค่อนข้างแคบทอดไปหาบันไดทางขึ้นไปสู่หอกลาง ฟากทางได้มีลานอีกแห่งหนึ่ง ศาลาการเปรียญที่ตั้งอยู่ตรงปลายสุดเป็นที่ประดิษฐพระพุทธรูปพระพุทธเจ้าแห่งกาลสาม
• ความเชื่อเกี่ยวกับธรรมบาลธรรมบาลแต่ละตนจะมีฐานะเทียบเท่าโพธิสัตว์และต่างมีหน้าที่คุมทัพปีศาจจำนวนมหาศาลเพื่อมาทำสงครามปราบปรามปิศาจชั่วร้ายที่เป็นศัตรูต่อพระพุทธศาสนาโดยมิยอมผ่อนโทษให้ ฉะนั้น รูปลักษณะของธรรมบาลแต่ละตนจึงน่าเกลียดน่ากลัวเพื่อเป็นการข่มขวัญฝ่ายศัตรูนั่นเอง แต่แท้จริงไม่มีใจดุร้ายเหมือนรูปร่างหน้าตา

• ธรรมบาลทั้ง 8 มีชื่อดังต่อไปนี้
1.มหากาล (Mahakala ; สันสกฤต ; Palden Lhamo ; ซองคา) มีรูปร่างหน้าตาหลายแบบ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ซึ่งส่วนใหญ่มีมากเศียรมากกร และกายสีดำ
2.กาลเทวีหรือมหากาลลี (Mahakali ; สันสกฤต ; Palden Lhamo ; ซองคา) เป็นธรรมบาลหญิงที่มีหน้าที่ปกป้องพระพุทธศาสนาโดยตรง เทพทั้งหลายจึงมอบเทพศัตราไว้ให้ เป็นต้นว่า พระพรหมประทานพัดหางนกยูง พระวิษณุประทานมณี วัชรปราณีประทานขวาน ฯลฯ ปกตินางทรงลา เคียงข้างด้วยผู้รับใช้ 2 ตน ตนหนึ่งจูงลา อีกตนหนึ่งถือมีดอีโต้ ลุยไปในทะเลสาบเลือด ซึ่งมีกะโหลกและกระดูกมนุษย์ลอยระเกะระกะ
3.ซังสะละปา หรือพรหมสีขาว มี 4 พักตร์ ทรงม้าขาวเป็นพาหนะ มีพระแสงดาบเป็นอาวุธประจำกาย หน้าตาดุร้ายน้อยกว่าธรรมบาลตนอื่นๆ
4. เบคตลีธรรมบาล ตนนี้ไม่มีชื่อในภาษาสันสกฤต ตำนานเล่าว่ายกทัพมารจำแลงเป็นสัตว์ต่างๆ เข้าขัดขวาง คุรุปัทมสัมภวะ จึงร่ายคาถาแปลงร่างเป็นพระอวโลกิเตศวร 6 กร ทรงเทพศัตรา 4 กร ส่วนกรอีกคู่อยู่ในท่าพนม รอยเท้าของม้าที่พระอวโลกิเตศวรทรงได้บังเกิดเป็นอักขระมนตร์ “โอม มณี ปัทเม หุม” เบคตลีเห็นความมหัศจรรย์นี้เลยกลับใจเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา
5. พระยมธรรมบาล มีมุนีตนหนึ่งเข้าฌานอยู่ในถ้ำ มีกำหนด 50 ปี จึงจะเข้าสู่นิพพาน เผอิญในคืนของปีที่ 49 11 เดือน กับอีก 29 วัน คือขาดอีก 1 วันจะครบ 50 ปีเต็ม ก็มีโจร 2 คนนำโคที่ลักขโมยมาเข้าไปในถ้ำ ขณะหัวขโมยเหลียวไปเห็นมุนีดังกล่าว เกรงจะเป็นพยานจึงคิดฆ่าเสีย มุนีไหวตัวทันจึงร้องขอชีวิต โดยยกเหตุที่ตนกำลังจะเข้าสู่นิพพาน หากประหารเสียในขณะนี้ ผลตบะที่ได้บำเพ็ญไว้จะสูญเปล่า โจรทั้งสองไม่เชื่อ จึงตัดศีรษะมุนี ทันใดนั้น มุนีกลายร่างเป็นยักษ์หัวโคแผดเสียงร้องดังลั่นพร้อมกับฆ่าโจรทั้งสอง แล้วเอากะโหลกโจรตักโลหิตโจรมาดื่ม นับแต่นั้นบังเกิดความกระหายเลือดถึงกับสาบานจะทำลายมนุษย์ในทิเบตให้สิ้น พระโพธิสัตว์มัญชูศรีจึงต้องรีบแปลงกายเป็น “ยมานตะกะ” มาปราบ
6. ท้าวกุเวฬ ธรรมบาลตนนี้มีประวัติในลัทธิฮินดู ซึ่งสำหรับในลัทธิลามะ ท้าวกุเวฬรับหน้าที่ทั้งที่เป็นทางโลกบาลและธรรมบาล
7. หยัครีพ เป็นธรรมบาลที่มีเศียรมากกรเช่นเดียวกับธรรมบาลอื่นๆ ว่ากันว่า ถ้าขณะอ้อนวอนบูชาแล้ว ได้ยินเสียงร้องเหมือนม้า แสดงว่ารับบูชา ซึ่งเสียงดังกล่าวสามารถขับไล่ภูติผีปิศาจชั่วร้ายไปสิ้น
8. ยมานตะกะ (Yamantaka ; สันสกฤต : Shinje She ; ซองคา) แปลว่า ที่ตายของพระยม คือปางหนึ่งของพระโพธิสัตว์มัญชูศรี ซึ่งได้อวตารมาปราบพระยมธรรมบาล
• เหตุที่ชาวภูฏานนับถือธรรมบาล 2 ตนแรกมากกว่าตนอื่นๆ เพราะสืบเนื่องมาว่า ในปี ค.ศ. 1616 งาวัง นัมเกล เกิดเหตุขัดแย้งในทิเบตจึงถูกปองชีวิต ก็ได้ธรรมบาลมหากาล (Yeshe Gompo) และมหากาลี (Palden Lhamo) สองตนนี้ไปเข้าฝันท่านงาวัง นัมเกล และนำพามายังดินแดนภูฏาน ตรงหน้าพูนักฮาซองในปัจจุบัน อย่างปลอดภัย
• นกดุเหว่า มาจากรูปลักษณ์ของมหากาล ที่ปรากฎต่อสายตาท่านซับดรุง งาวัง นัมเกลทุกครั้ง มีร่างเป็นมนุษย์ ในขณะที่มีหัวเป็นนกดุเหว่า โดยฝูงนกดุเหว่าดังกล่าวได้แยกย้ายออกสู่ 4 ทิศทาง คือ ทิศเหนือ-พูนักฮา , ทิศใต้ – ดากานา , ทิศตะวันออก-ตองสา และทิศตะวันตก –ทิมพู ดังนั้น ตำแหน่งของวังดีโปดรังซองจึงเป็นชุมทางของทั้ง 4 ทิศ โดยเฉพาะในสมัยโบราณ วังดีโปรซองแห่งนี้ มีความสำคัญไม่ยิ่งหยอ่นไปกว่าซองที่เป็นศูนย์กลางการบริหารประเทศ
• หลังจากซับดรุง งาวัง นัมเกลเฝ้าดูฝูงนกดุเหว่าบินสู่ทิศทางใดแล้ว ก็เดินสำรวจบริเวณรอบๆ ได้เข้าไปทักทายเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังก่อปราสาททรายอยู่ริมแม่น้ำ พอทราบว่าเด็กคนนี้ชื่อวังดี เลยตัดสินใจตั้งชื่อซองทันทีว่า “วัดี โพดรังซอง” (โพดรังซอง ในภาษาซองคา แปลว่า วัง)
• ปัจจุบัน บริเวณด้านหน้าวังดีโปรดังซอง เป็นสถานที่บริหารราชการประจำเขต ซึ่งส่วนนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1683 โดยคำบัญชาของเจ้าผู้ครองนครคนที่ 4 (Fourth Desi ;Tenzing Rabgye) เลยเข้าไปด้านหลังเป็นส่วนของสงฆ์ สิ่งปลูกสร้างในบริเวณนี้สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1638 สมัยของซับดรุง งาวัง นัมเกล ซึ่งมีอายุอ่อนกว่าพูนัคฮาซองเพียงปีเดียว

คลิปเมืองวังดี ภูฏาน 3
เมืองวังดี วังดีซอง ป้อมวังดี ป้อมแห่งตะวันออกภูฏาน
วังดีซอง เมืองวังดี
เมืองวังดี วังดีซอง ป้อมวังดี ป้อมแห่งตะวันออกภูฏาน
ป้อมวังดีซอง
เมืองวังดี วังดีซอง ป้อมวังดี ป้อมแห่งตะวันออกภูฏาน
ป้อมวังดีซอง
เมืองวังดี วังดีซอง ป้อมวังดี ป้อมแห่งตะวันออกภูฏาน
รูปป้อมวังดี ป้อมแห่งตะวันออกภูฏาน

ป้อมวังดี เมืองวังดี

ป้อมวังดี เมืองวังดี

ป้อมวังดี เมืองวังดี

แม่น้ำวังชู เมืองวังดี

ทางเข้าวังดีซอง

วังดีซอง เมืองวังดี

วังดีซอง เมืองวังดี

วังดีซอง เมืองวังดี

วังดีซอง เมืองวังดี

วังดีซอง เมืองวังดี

วังดีซอง เมืองวังดี

วังดีซอง เมืองวังดี

วังดีซอง เมืองวังดี

วังดีซอง เมืองวังดี

วังดีซอง เมืองวังดี

เมืองวังดี
วิถีชีวิต ตลาดสดเมืองวังดี ประเทศภูฏาน
รูปตลาดวังดี
วิถีชีวิต ตลาดสดเมืองวังดี ประเทศภูฏาน
รูปตลาดวังดี ภูฏาน
เมืองใหม่วังดี ประเทศภูฏาน
รูปวังดีเมืองใหม่

ตลาดพื้นบ้านเมืองวังดี

ตลาดพื้นบ้านเมืองวังดี

ตลาดพื้นบ้านเมืองวังดี

ตลาดพื้นบ้านเมืองวังดี

ตลาดพื้นบ้านเมืองวังดี

ตลาดพื้นบ้านเมืองวังดี

ตลาดพื้นบ้านเมืองวังดี

เมืองใหม่วังดี
ภูฏาน ประเทศภูฏาน ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า
• สถานที่ท่องเที่ยวประเทศภูฏาน 
ภูฏาน
• ภูฏาน ประเทศภูฏาน ดินแดนมังกรสายฟ้า ประเทศที่อยู่อ้อมกอดหิมาลัย อยู่ระหว่างประเทศอินเดียกับจีน ภูฏาน ดินแดนที่หลายๆคน ยกให้เป็นดัง"สวรรค์บนพื้นพิภพ"
ราชวงศ์ภูฎาน
• ราชวงศ์ภูฎาน เจ้าชายจิกมี สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า "เจ้าชายจิกมี่" กษัตริย์รัชกาลที่ 5 ของภูฏาน
ภูฏาน
• ภูฏาน เที่ยวภูฏาน ผมเดินทางมาถึงเมืองพาโร ก็โชคดีที่เขามีการจัดงานระบำหน้ากาก ซึ่งงานระบำหน้ากากที่พาโรซอง ถือว่าเป็นงานใหญ่งานหนึ่ง
ทาชิโชซอง ทิมพูซอง
• ทาชิโชซอง ทิมพูซอง ทาชิโชซอง เป็นสถาปัตยกรรมภูฏานที่งดงาม เป็นที่ทำการของรัฐบาล ประกอบด้วยคณะสงฆ์ และข้าราชการระดับสูง
ทัวร์ภูฎาน
• ทัวร์ภูฎาน เตรียมตัวเที่ยวภูฏาน ภูฏานเปิดรับนักท่องเที่ยวปีละ 20,000 คน ภูฏานเป็นประเทศเดียวในโลกที่ห้ามไม่ให้ซื้อและขาย สูบบุหรี่ในที่สาธารณะโดยเด็ดขาด
วัดชันกังคา
• วัดชันกังคา เมมโมเรียลชอร์เตน วัดชันกังคาเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดในเมืองทิมพู พระลามะทิเบตเป็นผู้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 เป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของเมืองทิมพู
วัดทักซัง
• วัดทักซัง วัดทักซัง เป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศภูฏาน ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 900 เมตร ชายเขตเมืองพาโร วัดตักซังเป็นสถานที่แสวงบุญที่ชาวภูฏานเลื่อมใสศรัทธากันมากที่สุด
วัดนันนารี สวนสัตว์ภูฏาน
• วัดนันนารี สวนสัตว์ภูฏาน ทาคิน เป็นสัตว์ที่หายาก เพราะมีอยู่ในประเทศภูฏานเพียงแห่งเดียวและอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ มีลักษณะคล้ายวัวผสมแพะตัวใหญ่
ระบำหน้ากากภูฏาน
• ระบำหน้ากากภูฏาน ระบำภูฏานจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ระบำหน้ากาก ซึ่งเป็นระบำเกี่ยวกับศาสนาและความเชื่อ ส่วนอีกอย่างเป็นระบำเกี่ยวกับเรื่องราววิถีชีวิตของชาวภูฏาน
พูนาคา
• พูนาคา วัดชิมิลาคัง คนภูฏานเชื่อว่าเมื่อพวกเขาไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องคู่ครอง ก็จะมาแสวงบุญที่นี่ เพราะเชื่อว่าวัดชิมิลาคังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
พาโร
• พาโร ประตูสู่ประเทศภูฏาน เมืองพาโรเป็นเมืองที่ตั้งของสนามบินภูฏานซึ่งมีเพียงสนามบินเดียว เครื่องที่จะมาลงจอดได้ก็มีแต่สายการบินดรุ๊กแอร์เพียงสายเดียว
วัดคิชูลาคัง วัดตัมชู
• วัดคิชูลาคัง วัดตัมชู วัดคิชูเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูฏาน เป็นโบสถ์โบราณซึ่งพระเจ้าซังเซน กัมโป กษัตริย์ทิเบตทรงสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 1212
ทิมพู
• ทิมพู เมืองหลวงประเทศภูฏาน ทิมพูหรือในชื่อที่เป็นทางการของภูฏานว่า ตาชิโชซอง เป็นเมืองหลวงของภูฏาน ทิมพูเป็นเมืองที่เจริญที่สุด เป็นแหล่งท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง
จุดชมวิวโดชูล่า
• จุดชมวิวโดชูล่า สถูป 108 องค์ สร้างขึ้นเป็นปกป้องคุ้มครองผู้ที่เดินทางผ่านไปมาให้ปลอดภัย รอบๆ บริเวณถูกประดับไปด้วยธงมนต์หลากสีสันเพื่อบูชาเทพแห่งป่าเขา
ปูนาคา
• ปูนาคา ปูนาคาซอง ปูนาคาซอง (Punakha Dzong) เป็นป้อมปราการประจำเมืองปูนาคา สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1637 ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำโพและแม่น้ำโม ที่นี่เคยใช้เป็นเมืองหลวงในช่วงฤดูหนาว
• พิพิธภัณฑ์แห่งชาติภูฏาน ตั้งอยู่ในป้อมตาซองที่เป็นหอสังเกตการณ์ในยุคโบราณของพาโรซอง ป้อมตาซองนี้เคยเป็นที่คุมขังอูเก็น วังชุก (ต่อมาได้ขึ้นครองราชย์เป็นปฐมกษัตริย์ภูฏาน)
วังดีซอง
• วังดี วังดีซอง วังดีซอง ตั้งอยู่เหนือจุดบรรจบของแม่น้ำ 2 สายคือแม่น้ำปูนาคาและแม่น้ำดัง เป็นเมืองในอดีตที่สำคัญของประวัติศาสตร์ภูฏาน วังดีโปดรังซองสร้าง ในปี ค.ศ.1638
โรงแรมภูฏาน
• โรงแรมภูฏาน ร้านอาหารภูฏาน ภูฏาน เป็นประเทศที่นิยมบริโภคข้าวเป็นอาหารทุกมื้อ อาหารภูฏานนิยมเน้นข้าวและผักเป็นอาหารหลัก
ภาษาภูฏาน
• ภาษาภูฏาน ภาษาภูฏานหรือภาษาซงคา เป็นภาษาประจำชาติของภูฏาน คูซูซังโป=สวัสดี คัดรินเซ=ขอบคุณ ดรุ๊กยุล=แผ่นดินมังกรสายฟ้า
ของฝากภูฏาน
• ของฝากภูฏาน การแต่งกายภูฏาน รัฐบาลรณรงค์ให้ชาวภูฏานใส่ชุดประจำชาติเป็นชุดประจำวัน ชุดผู้ชาย เรียกว่า “โค” ชุดผู้หญิง เรียกว่า “คีร่า”
• ศาสนาพุทธในภูฏาน พุทธศาสนาตันตรยาน ภูฏานเป็นเพียงประเทศเดียวในโลกที่ยอมรับนับถือพุทธศาสนามหายานแบบตันตระ เป็นศาสนาประจำชาติอย่างเป็นทางการ
สายการบินภูฏาน
• สายการบินภูฏาน สายการบินดรุ๊กแอร์ Drukair การเดินทางไปภูฏาน มีสายการบินเดียวที่บินจากรุงเทพฯ ไปภูฏาน เป็นสายการบินแห่งชาติภูฏาน
• สถานที่ท่องเที่ยวประเทศภูฏาน
• ข้อมูลทั่วไปประเทศภูฏาน
ทัวร์โปรโมชั่น
โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์
• สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวทางไลน์... @oceansmiletour หรือ โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39
• โปรแกรมทัวร์แนะนำ
ทัวร์จิ่วจ้ายโกว
ทัวร์จางเจียเจี้ย
ทัวร์ฮานอย ฮาลองเบย์ ซาปา
ทัวร์คุนหมิง แชงกรีล่า
ซาปา ดาลัด
ทัวร์ทิเบต
ทัวร์ลาวใต้
ทัวร์คุนหมิง ปาหิน
ทัวร์ภูฏาน
ทัวร์คานาสือ
ทัวร์บาหลี บุโรพุทโธ
ทัวร์สิกขิม
ทัวร์นครวัด
• KHM-1 : นครวัด นครธม บันทายสรี พนมกุเลน ล่องเรือโตนเลสาบ
• วันที่ 13 - 15 เมษายน 2560
• วันที่ 8 - 10 กรกฏาคม 2560
ทัวร์เส้นทางสายไหม
ทัวร์โมรอคโค
ทัวร์แคชเมียร์ ทัชมาฮาล
 
บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39 แฟ็กซ์ 0-2944 0825
เลขที่ 23/121 ซอยนวมินทร์ 161 ถ.นวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 (ใบอนุญาตเลขที่ 11/5028)
เจาะลึก...ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติ กับโอเชี่ยนสไมล์ทัวร์