
เกาะตะรุเตา |

เกาะตะรุเตา |

เกาะตะรุเตา |

เกาะตะรุเตา |
| ทะเลอันดามันใต้
อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|
| ทะเลอันดามันใต้
อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|
| เกาะตะรุเตา
อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|
| เกาะตะรุเตา
อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|
| เกาะตะรุเตา
อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|
| เกาะตะรุเตา
อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|
| คลิปเกาะตะรุเตา
อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|
| คลิปเกาะตะรุเตา
อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|

เกาะตะรุเตา |

เกาะตะรุเตา |

เกาะตะรุเตา |

เกาะตะรุเตา |
อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย มีชื่อเสียงทางด้านประวัติศาสตร์และความสวยงามของธรรมชาติ
ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน ห่างจากตัวเมืองสตูลประมาณ ๔๐ กิโลเมตร
และห่างจากฝั่งที่ท่าเรือปากบารา ๒๒ กิโลเมตร มีอาณาเขตทิศเหนือจดอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา
ทิศใต้จดทะเลที่เป็นแนวพรมแดนระหว่างประเทศไทยและสหพันธรัฐมาเลเซีย
มีพื้นที่ทั้งเกาะและทะเลรวมกันประมาณ ๑,๔๙๐ ตารางกิโลเมตร
ประกอบไปด้วยหมู่เกาะใหญ่น้อย จำนวน ๕๑ เกาะ มีเกาะขนาดใหญ่
๗ เกาะ ได้แก่ เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหลีเป๊ะ
เกาะกลาง เกาะบาตวง และเกาะบิสสี แบ่งออกเป็น ๒ หมู่เกาะใหญ่
คือ หมู่เกาะตะรุเตา และหมู่เกาะอาดัง-ราวี ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่
๑๙ เมษายน ๒๕๑๗ และ ได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโก ในปี พ.ศ.
๒๕๒๕ ให้เป็นมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Parks and Reserves)
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน
เมษายน
ลักษณะภูมิประเทศ
อุทยานแห่งชาติตะรุเตามีสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขามีความลาดชันสูง
ชายฝั่งทางด้านตะวันออก ส่วนมากจะเป็นหน้าผาสูงชันสลับกับอ่าวและหาดทรายโคลน
ทางด้านตะวันตกจะมีหน้าผาเฉพาะทางด้านเหนือบริเวณแหลมตันหยงมะระ(ด้านหัวเกาะ)
มีที่ราบอยู่เป็นหย่อมๆ ทางเทือกเขาหลังอ่าว อ่าวที่สำคัญได้แก่
อ่าวพันเตมะละกา อ่าวสน อ่าวมะขาม อ่าวตะโละอุดัง และอ่าวตะโละวาว
เป็นต้น อ่าวต่างๆ เหล่านี้มีคลองและลำธารไหลผ่านออกสู่ทะเล
มีที่ราบเล็กน้อย เกาะอาดัง-ราวี อยู่ห่างจากเกาะตะรุเตาไปทางทิศตะวันตกประมาณ
40 กิโลเมตร สภาพพื้นที่เป็นเทือกเขาสูงครอบคลุมเนื้อที่เกือบทั้งหมดของเกาะ
มีที่ราบเฉพาะบริเวณเหนือชายหาดต่างๆ
ลักษณะภูมิอากาศ
ข้อมูลภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติตะรุเตาในรอบปีที่ผ่านมา
(มกราคม 2543-พฤศจิกายน 2543) พบว่า ฝนตกมากที่สุดในเดือน
เมษายน ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 11.66 มิลลิเมตร รองลงมาเดือน มิถุนายน
ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 10.59 มิลลิเมตร และตกน้อยที่สุดในเดือน
มกราคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 0.01 มิลลิเมตร อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด
34.5 องศาเซลเซียสในเดือนกุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด
10.5 ในเดือนกันยายน
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
พืชพรรณ สามารถจำแนกออกได้
เป็น 6 ประเภท ได้แก่
ป่าดงดิบ พันธุ์ไม้ที่พบ เช่น หงอกค่าง ยางปาย ยางเสียน
เป็นต้น
ป่าผสมผลัดใบ/ป่าเขาหินปูน พันธุ์ไม้ที่พบ เช่น รักขาว รักป่า
สะแกแสง เป็นต้น
ป่าชายหาด พันธุ์ไม้ที่พบ เช่น เสม็ดชุน เสม็ดขาว สนทะเล
รักทะเล เป็นต้น
ป่าพรุ พันธุ์ไม้ที่พบ เช่น จิกน้ำ ตีนเป็ดเล็ก กะลิง เป็นต้น
ป่าชายเลน พันธุ์ไม้ที่พบ เช่น เหงือกปลาหมอดอกม่วง ตีนเป็ดทะเล
แคทะเลหรือแคป่า เป็นต้น
ป่าแคระ/ไม้พุ่ม พันธุ์ไม้ที่พบ เช่น ปรงเขา ส้านใหญ่ ไกรทอง
เป็นต้น
สัตว์ป่า จากการสำรวจสามารถจำแนกได้ดังนี้
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ประกอบด้วย หมูป่า กระจงควาย กระจงเล็ก
เป็นต้น
นก ประกอบด้วย นกโจรสลัด นกกระสาใหญ่ นกยางเขียว เป็นต้น
สัตว์เลื้อยคลาน ประกอบด้วย ตะกวด เหี้ย งูเหลือม เป็นต้น
สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ประกอบด้วย กบภูเขา หรือเขียดแลว
กบหนอง เป็นต้น
แมลง ประกอบด้วย ผีเสื้อมรกตธรรมดา ผีเสื้อลายขีดเงินลายขอ
ผีเสื้อสะพายขาวปีกโค้ง เป็นต้น
สัตว์น้ำ ประกอบด้วย ตะพาบน้ำ ปูน้ำตก กุ้งก้ามกราม เป็นต้น
ทรัพยากรทางทะเล
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ประกอบด้วย พะยูน โลมาหัวขวดธรรมดา
โลมาหัวขวดมลายู เป็นต้น
สัตว์เลื้อยคลานประกอบด้วย เต่ามะเฟือง เต่าตนุ เต่ากระ
เป็นต้น
ปลา ประกอบด้วย ปลากระเบน ปลาการ์ตูน ปลาเหลืองปล้อง เป็นต้น
หอย ประกอบด้วย หอยเป๋าอื้อ หอยฝาชี หอยมงกุฎ เป็นต้น
หมึก ประกอบด้วย หมึกกระดอง หมึกยักษ์ หมึกกล้วย เป็นต้น
ปู ประกอบด้วย ปูหิน ปูเสฉวน ปูม้า ปูลม เป็นต้น
กุ้ง ประกอบด้วย กั้ง กุ้งมังกร กุ้งชีแฮ้ เป็นต้น
ปะการัง ประกอบด้วย ปะการังลายกลีบดอกไม้ ปะการังดอกกะหล่ำ
ปะการังผิวเกล็ดน้ำแข็ง เป็นต้น
บ้านพัก-บริการ
ทางอุทยานฯจัดบ้านพัก ร้านอาหาร สถานที่กางเต้นท์ไว้อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยงที่
เกาะตะรุเตาและเกาะอาดัง
แหล่งท่องเที่ยว
ถ้ำจระเข้ อยู่ปลายคลองพันเตมะละกา
ใช้เรือพาดหางไปจอดท่าเทียบเรือหน้าถ้ำ ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร
แล้วเดินทางต่อไปตามสะพานไม้ที่ทอดผ่านป่าชายเลนจนถึงถ้ำจระเข้
เพื่อเข้าไปชมความงามของหินงอกหินย้อย และเสาหิน
น้ำตกโละโป๊ะ เป็นน้ำตกขนาดเล็ก
สวยงาม เหมาะแก่การเดินป่า ศึกษาธรรมชาติ อยู่ในบริเวณอ่าวสน
ซึ่งห่างจากของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต.4 (อ่าวสน)
5 กิโลเมตรโดยประมาณ ห่างจากที่ทำการ 13 กิโลเมตร
น้ำตกลูดู เป็นน้ำตกขนาดเล็ก
สวยงาม เหมาะแก่การเดินป่า ศึกษาธรรมชาติ อยู่ในบริเวณอ่าวสน
ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตต.4 (อ่าวสน) 3 กิโลเมตร
และอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 11 กิโลเมตร
ผาชะโด ตั้งอยู่ในเกาะอาดัง
อดีตเป็นจุดสังเกตการณ์ของกลุ่มโจรสลัดเพื่อเข้าโจมตีเรือสินค้า
ชมทิวทัศน์สวยงามของท้องทะเล จะเห็นทิวสนและหาดทรายสีขาวของ
เกาะอาดัง ทั้งยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ ความงามของเกาะหลีแป๊ะ
ใช้ระยะเวลาในการเดินประมาณ 30 นาที อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ
40 กิโลเมตร
ผาโต๊ะบู สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ
60 เมตร อยู่ด้านหลังอาคารที่ทำการ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 20 นาที เป็นจุดชมวิวที่มีทัศวิสัยกว้างไกล
มีศาลา สำหรับพักผ่อน
เกาะจาบัง อยู่ระหว่างเกาะอาดังและเกาะราวี
รอบๆเกาะถูกปกคลุมไปด้วยปะการังอ่อนสีชมพู สีม่วง สีแดง ไล่น้ำหนักอ่อนแก่อย่างสวยงาม
มีฟองน้ำครก แส้ทะเล ดอกไม้ทะเล ดาวขนนก รวมทั้งปลาสวยงามในแนวปะการังที่ตื่นตา
ซึ่งเหมาะสำหรับการดำน้ำลึกและการดำน้ำตื้น
เกาะดง เป็นเกาะสุดท้ายในทะเลลึก
ความโดดเด่นของเกาะนี้คือ มีหินซ้อนตั้งเรียงกันอยู่อย่างงดงาม
แปลกตา และยังมีจุดดำน้ำลึกและดำน้ำตื้นให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามใต้ท้องทะเลรอบเกาะ
ได้อีกด้วย
เกาะไข่ เกาะเล็กๆที่มีหาดทรายขาวละเอียด
งดงาม ห่างจากเกาะตะรุเตา 25 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเกาะตะรุเตาและเกาะอาดัง
เกาะไข่มีสิ่งที่โดดเด่นอันถือเป็นสัญลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล
นั่นคือ ซุ้มประตูหินธรรมชาติ ที่ทอดโค้งจากผืนทรายจรดน้ำ
นอกจากนี้เกาะไข่ยังเป็นที่วางไข่ของเต่าทะเลอีกด้วย
เกาะยาง อยู่ถัดจากเกาะหินงามขึ้นมาทางเหนือ
บริเวณรอบๆ เกาะถูกปกคลุมไปด้วยปะการังแข็ง เช่น ปะการังเขากวาง
ปะการังผักกาด ปะการังรูปโต๊ะ ฯลฯ จึงเหมาะสำหรับการดำน้ำตื้น
หาดทรายสวยงาม น้ำใส มีปลาสวยงามในแนวปะการัง
เกาะราวี มีหาดทรายขาว น้ำใส
เงียบสงบ เหมาะแก่การกางเต็นท์พักผ่อน เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์
อุทยานแห่งชาติที่ ตต. 6 (หาดทรายขาว) และหน่วยพิทักษ์ อุทยานแห่งชาติที่
ตต. 7 (ตะโละปะเหลียน)
เกาะหลีเป๊ะ อยู่ห่างจากอาดังไปทางทิศใต้ประมาณ
2 กิโลเมตร เป็นที่อยู่ของชุมชนชาวเล มีที่พักของเอกชน ร้านค้าและร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ห่างจากที่ทำการ
47 กิโลเมตร
เกาะหินงาม เป็นเกาะเล็กๆ
ที่เป็นหาดหิน เต็มไปด้วยก้อนหินสีดำ กลมเกลี้ยง เนื่องจากถูกขัดสีด้วยแรงคลื่น
งามสดสวย เมื่อถูกน้ำประกายวาววับ หินทุกก้อนที่หาดแห่งนี้มีคำสาปเจ้าพ่อตะรุเตา
ห้ามนำ เคลื่อนย้ายออกจากเขตอุทยานแห่งชาติ
เกาะอาดัง ในอดีตเป็นที่ซ่องสุมโจรสลัด
ปล้นสะดมเรือ มีหาดทรายขาวละเอียด สวยงาม และมีแนวปะการังอยู่รอบๆเกาะ
เหมาะสำหรับดำน้ำตื้น เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่
ตต. 5 (แหลมสน) อยู่ห่างจากที่ทำการ 40 กิโลเมตร
อ่าวจาก เป็นอ่าวเล็กๆ ติดต่อกับอ่าวพันเตมะละกา
หาดทรายขาวสะอาด เหมาะสำหรับเดินเล่น พักผ่อน
อ่าวตะโละวาว อยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะตะรุเตา
เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์สถานที่ตั้งนิคมฝึกอาชีพหรือ ทัณฑสถาน
นักโทษเด็ดขาด นักโทษกักกัน ระหว่าง พ.ศ. 2480 2490 คงพบเห็นแต่มูลดิน
ซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้าง และสุสาน 700 ศพ เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่
ตต.1(ตะโละวาว) อยู่ห่างจากที่ทำการ 12 กิโลเมตร
อ่าวตะโละอุดัง อยู่ด้านทิศใต้ของเกาะตะรุเตา
ห่างจากเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ประมาณ 8 กิโลเมตร อดีตเป็นที่กักขังนักโทษการเมือง
กบฏบวรเดชและ กบฏนายสิบ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่
ตต. 2(อ่าวตะโละอุดัง) อยู่ห่างจากที่ทำการ 23 กิโลเมตร
อ่าวพันเตมะละกา เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตา
หาดทรายขาวสะอาด เหมาะแก่การเดินชายหาด เล่นน้ำทะเลและพักผ่อน
ค้างแรม กางเต็นท์
อ่าวเมาะและ มีหาดทรายขาวสะอาดและดงมะพร้าวสวยงาม
อ่าวฤาษี เป็นอ่าวเล็กๆ มีถ้ำไว้หลบฝน
ปะการังแข็งเหมาะแก่การดำน้ำตื้น
อ่าวมะขาม เป็นที่จอดพักเรือประมงขนาดเล็ก
มีน้ำจืดสนิท ป่าไม้สมบูรณ์ มีสัตว์ป่า และนกชุม เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่
ตต.3 (อ่าวมะขาม)
อ่าวสน ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ
8 กิโลเมตร หาดทรายยาวประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นที่วางไข่ของเต่าทะเล
มีหาดหิน น้ำตกและธารน้ำใส เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ
ตะรุเตาที่ ตต. 4 (อ่าวสน) มีจุดกางเต็นท์ บริการอาหาร ห้องน้ำ-ห้องสุขา
การเดินทาง
เครื่องบิน จากกรุงเทพฯถึงหาดใหญ่ เดินทางโดยเครื่องบิน
เดินทางต่อจากหาดใหญ่ถึงท่าเทียบเรือปากบารา เดินทางโดยรถแท็กซี่
หาดใหญ่-ละงู นั่งรถสองแถวจากอำเภอละงูไปงท่าเทียบเรือปากบารา
หรือรถตู้ปรับอากาศ หาดใหญ่-ปากบารา หรือ รถโดยสารประจำทางหาดใหญ่ปากบารา
เรือ จากท่าเรือปากบารา อำเภอละงู
ถึงเกาะตะรูเตา และเกาะอาดัง-หลีเป๊ะ มีเรือโดยสารประจำทาง
ปากบารา-ตะรูเตา เรืออกจากปากบารา 10.30 น. และ 15.00 น.
ตะรูเตา-อาดัง เรือออกจากตะรุเตา 13.00 น.
อาดัง-ตะรุเตา เรือออกจากอาดังเวลา 09.00 น.
ตะรุเตา-ปากบารา เรือออกจากตะรุเตาเวลา 09.00 น. และ 13.00
น.
เรือ จากท่าเรือตำมะลัง ถึงเกาะตะรูเตา
และเกาะอาดังถึงหลีเป๊ะ มีเรือโดยสารประจำทาง(เรือเฟอร์รี่)
ตำมะลัง- ตะรุเตา เรือออกจากตำมะลังเวลา 11.00 น.
ตะรุเตา-อาดัง-หลีเป๊ะ เรือออกจากตะรูเตาเวลา 12.00 น.
อาดัง-หลีเป๊ะ-ตะรุเตา เรืออกจากอาดังเวลา 18.00 น.
ตะรุเตา-ตำมะลัง เรือออกจากตะรุเตาเวลา 16.00 น.
รถไฟ จากกรุงเทพฯถึงหาดใหญ่
เดินทางโดยรถไฟเดินทางต่อจากหาดใหญ่ถึงท่าเทียบเรือปากบารา
เดินทางโดยรถแท็กซี่ หาดใหญ่-ละงู นั่งรถสองแถวจากอำเภอละงูไปงท่าเทียบเรือปากบารา
หรือรถตู้ปรับอากาศ หาดใหญ่-ปากบารา หรือ รถโดยสารประจำทางหาดใหญ่ปากบารา
รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพฯถึงอำเภอละงู
เดินทางโดยรถโดยสารปรับอากาศและรถโยสารประจำทางสาย ตรัง-สตูล
ถึงอำเภอละงูขึ้นรถสองแถวมายังท่าเทียบเรือ ปากบารา
รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพฯ ถึงสตูล เดินทางโดยรถโดยสารปรับอากาศและรถโดยสารประจำทางเดินทางต่อจากสตูลไปท่าเรือตำมะลังโดยรถสองแถว
รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพฯถึงหาดใหญ่ เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง
เดินทางต่อจากหาดใหญ่ถึงท่าเทียบเรือปากบารา เดินทางโดยรถแท็กซี่
หาดใหญ่-ละงู นั่งรถสองแถวจากอำเภอละงูไปงท่าเทียบเรือปากบารา
หรือรถตู้ปรับอากาศ หาดใหญ่-ปากบารา หรือ รถโดยสารประจำทางหาดใหญ่ปากบารา
สถานที่ติดต่อ
อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล 91110 |
| เกาะตะรุเตา
อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|
| บังณรงค์
กำลังบรรยายตำนานเกาะตะรุเตา |
|
|
| บังณรงค์
กำลังบรรยายตำนานเกาะตะรุเตา |
|
|
| ศาลเจ้าพ่อตะรุเตา
เกาะตะรุเตา อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|
| เกาะตะรุเตา
อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|

เกาะตะรุเตา |

เกาะตะรุเตา |

เกาะตะรุเตา |

เกาะตะรุเตา |

เกาะตะรุเตา |

ศาลเจ้าพ่อเกาะตะรุเตา |

ศาลเจ้าพ่อเกาะตะรุเตา |

เกาะตะรุเตา |

เกาะตะรุเตา |

เกาะตะรุเตา |

เกาะตะรุเตา |

เกาะตะรุเตา |
ข้อมูลเพิ่มเติม...เกาะตะรุเตา |
เกาะตะรุเตา
ที่ตั้ง
: ทะเลอันดามัน บริเวณช่องแคบมะละกา ห่างจากท่าเรือปากบาราไปประมาณ
22 กิโลเมตร
การเดินทาง
: โดยสารเรือโดยสารที่ท่าเรือปากบารา มีเรือให้บริการในเวลาเช้าทุกวันในฤดูท่องเที่ยวใช้เวลาเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ประมาณ
30 นาที เมื่อถึงเกาะตะรุเตาแล้ว เรือโดยสารจะเดินทางต่อไปยังเกาะหลีเป๊ะ
ซึ่งอยู่ห่างออกไปอีก 1 ชั่วโมง
เกาะตะรุเตาเป็นเกาะใหญ่และอยู่ใกล้ฝั่งมากที่สุดของท้องทะเลสตูล
มีชายหาดสวยงามรอบเกาะและมีป่าที่สมบูรณ์จึงเด่นที่สุดในเรื่องธรรมชาติ
จนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกแห่งอาเซียน เมื่อปี พ.ศ. 2525
นอกจากนี้เกาะตะรุเตายังมีเรื่องราวประวัติศาสตรืเมื่อครั้งเป็นแหล่งคุมขังนักโทษการเมืองอีกด้วย
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา มีหมู่เกาะในเขตอุทยานฯทั้งหมด
51 เกาะ ซึ่งมีเกาะขนาดใหญ่เพียง 7 เกาะเท่านั้น คือ เกาะตะรุเตา
(มีพื้นที่ 152 ตารางกิโลเมตร) เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหลีเป๊ะ
เกาะกลาง เกาะบาดวง เกาะบิสสี ส่วนที่เหลือคือเกาะขนาดเล็กกระจัดกระจายอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะตะรุเตา
และเรียงรายอยู่รอบเกาะอาดัง-ราวี
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา ยังเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย
ประกาศจัดตั้งเมื่อ พ.ศ. 2517 คำว่า ตะรุเตา เพี้ยนมาจากคำว่า
ตะโละเตรา เป็นภาษามลายูแปลว่า มีอ่าวมาก ตามสภาพภูมิประเทศของเกาะ
ซึ่งมีลักษณะเป็นอ่าวเว้าแหว่งมากมายอยู่รอบเกาะนั่นเอง
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของเกาะตะรุเตานั้นมีหลากหลาย
กล่าวกันว่าเพียงเกาะเดียวก็มีธรรมชาติให้ท่องเที่ยวได้ครบ
ทั้งเที่ยวทะเล จุดชมวิว เดินป่า เที่ยวน้ำตก ดูนก และท่องเที่ยวดูประวัติศาสตร์
อ่าวพันเตมะละกา : อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ
อ่าวพันเตมะละกาเป็นจุดศูนย์กลางการเดินทางบนเกาะตะรุเตา เพราะท่าเรือที่นำนักท่องเที่ยวจากปากบาราจะมาส่งขึ้นเกาะตะรุเตาที่นี่
อ่าวนี้ยังเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
ศูนย์พยาบาล เรือหางยาวบริการนำเที่ยว ร้านอาหาร บ้านพักรับรองของอุทยานฯและลานกางเต็นท์
ชายหาดที่ทอดยาวเกือบ 2 กิโลเมตรนี้รื่นนมไปด้วยทิวสนธรรมชาติ
มีเส้นทางเดินเท้าขึ้นไปยังจุดชมวิวผาโต๊ะบู ซึ่งเป็นหน้าผาสูงประมาณ
60 เมตร ซึ่งสามรถชมท้องทะเลได้สุดสายตา โดยเฉพาะยามพระอาทิตย์นับว่าสวยที่สุด
สอถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
อุทยานแห่งชาติตะรุเตา โทรศัพท์ 0 7478 3485 ,0 7478 3597
อ่าวสน : อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ
ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 8 กิโลเมตร อ่าวสนเป็นหาดทรายที่ทอดยาวมาก
และยังเด่นด้วยหาดหินที่มีอยู่ประมาณ 200 เมตร โดยมีคลองน้ำกร่อยแบ่งแยกหาดทั้งสองออกจากกัน
บริเวณชายหาดร่มรื่นและสงบเป็นส่วนตัว หาดนี้ยังเป็นที่วางไข่ของเต่าทะเล
และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเกาะอีกด้วย
จากอ่าวสนมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจสองเส้น คือ
เส้นทางไปน้ำตกลูดู และเส้นทางไปน้ำตกโละโป๊ะ ซึ่งเป็นน้ำตกเล็กๆท่ามกลางป่าสมบูรณ์
สามารถค้างแรมบริเวณอ่าวสนได้ เพราะมีลานกางเต็นท์และห้องน้ำบริการ
อ่าวเมาะและ : ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ
ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร สามารถเหมาเรือหางยาวจากอ่าวพันเตมะละกาไปได้สะดวก
อ่าวเมาะและมีชายหาดขาวสะอาดทอดยาวประมาณ 1 กิโลเมตร บรรยากาศสวยสงบ
น้ำทะเลใสสะอาด และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามแห่งหนึ่งอีกด้วย
หากอยากสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดสามารถขออนุญาติกางเค็นท์พักแรมได้
อ่าวตะโละวาว : ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะตะรุเตา
ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 12 กิโลเมตร อ่าวตะโละวาวเป็นแหล่งประวัติศาสตร์
เป็นที่ตั้งนิคมฝึกอาชีพของนักโทษการเมือง ระหว่างปี พ.ศ.
2480-2490 ปัจจุบันเหลือร่องรอยจากสิ่งก่อสร้างให้เห็นบ้างเช่น
โรงเรื่อย ตึกแดง ท่าเรือ เรือนนักโทษ ฯลฯ
อ่าวตะโละวาวเป็นที่ตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยานฯตะโละวาว หากพักแรมที่นี่ยังจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดของเกาะตะรุเตาอีกด้วย
อ่าวตะโละอุดัง : ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะตะรุเตา
ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 26 กิโลเมตร จุดเด่นของอ่าวนี้คือเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ของเกาะ
แต่ปัจจุบันเหลือเพียงป้ายบอกตำแหน่งของสิ่งก่อสร้าง นอกจากนี้อ่าวตะโละอุดังยังเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับเกาะลังกาวีของมาเลเซียของมาเลเซียมากที่สุด
โดยมีระยะห่างเพียง 8 กิโลเมตร หากเหมาเรือหางยาวจากอ่าวพันเตมะละกาเที่ยวจะผ่านอ่าวสน
อ่าวมะขามซึ่งเป็นอ่าวเล็กๆ เป็นที่จอดเรือประมงขนาดเล็ก มีแหล่งน้ำจืดสมบูรณ์
และเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯอ่าวมะขาม |
|
เกาะตะรุเตา อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|
| อ่าวพันเตมะละกา
เกาะตะรุเตา อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|
| อ่าวพันเตมะละกา
เกาะตะรุเตา อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|
| เกาะตะรุเตา
อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|
สุดน่านน้ำอันดามันไทย
อวลอายกลิ่นทะเลหมู่เกาะตะรุเตา
ปิยาภรณ์ บัณฑุชัย..เรื่อง
ได้รับความเอื้อเฟื้อจากอนุสาร อสท. ฉบับที่ 8 เดือน มีนาคม
2550
เสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์จากเรือสปีดโบตขนาดสามเครื่องยนต์ดังขึ้น
ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกว่า 30 ชีวิต และคณะของเรากำลังทยอยลงเรือ
ลูกเรือสองคนช่วยกันลำเลียงและแบกขนสัมภาระนักท่องเที่ยวลงลำเรือ
ฉันปลดเป้แบ็กแพ็กลงจากหลัง แล้วรีบไปช่วยช่างภาพยกข้าวของที่เหลือ
เมื่อเก็บกระเป๋าเข้าที่เรียบร้อยแล้ว เราจึงไปนั่งรับลมเย็นกันตรงท้ายเรือ
แม้วันนี้จะเป็นวันธรรมดา แต่ท่าเรือปาบาราก็มีนักท่องเที่ยวให้เห็นอยู่ไม่น้อย
ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ทั้งที่มากันเป็นคู่ เป็นครอบครัว
และกลุ่มเพื่อนฝูง อาจเพราะในช่วงเดือนมกราคมเช่นนี้ อีกซึกหนึ่งของโลกกำลังเป็นช่วงเวลาที่หนาวเหน็บ
พวกเขาจึงพากันหนีหนาวมาอาบแดด ตากลมห่มฟ้าในเขตเมืองร้อนอย่างประเทศไทย
และหนึ่งจุดหมายของพวกเขา นั่นคือ หมู่เกาะตะรุเตา อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
ในน่านน้ำอันดามันไทยตอนใต้สุดของประเทศ
1....
หลังจากผู้โดยสารลงเรือจนครบแล้ว กัปตันก็เบนหัวเรือแล่นออกไปทางตอนใต้
มุ่งหน้าไปยังเกาะตะรุเตา วันนี้ลมทะเลสงบ ท้องฟ้าเปิดโล่ง
ไม่มีเมฆหมอกใด ๆ เช่นนี้เมื่อตะวันตรงหัวแดดจึงร้อนเปรี้ยง
แต่ด้วยความเร็วของเรือปะทะลมทะเลที่พัดผ่านก็ช่วยคลายร้อนได้ดียิ่ง
จากฝั่งมาราวสิบนาที น้ำทะเลสีเขียวตุ่นๆ ที่ฉันเห็นแถวท่าเรือก็เริ่มใสและเขียวชัดขึ้นเรื่อยๆ
ฉันเริ่มมองเห็นเกาะที่มีสัณฐานกว้างใหญ่เบื้องหลังผืนน้ำกว้าง
เรือแล่นต่อไปอีกเพียงอึดใจ ฉันก็มาอยู่ตรงเกาะที่เห็นแต่ไกลเมื่อครู่นี้
ระยะทาง 22 กิโลเมตรจากฝั่ง ใช้เวลาเพียง 20 นาที เรือก็เข้าเทียบท่าที่
อ่าวพันเตมะละกา ช่างภาพไม่รอช้า หอบสัมภาระขึ้นจากเรือและเดินล่วงหน้าไปถ่ายภาพก่อน
ขณะที่ฉันแวะดูป้ายแผนที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ใกล้ซุ้มประชาสัมพันธ์
แล้วจึงค่อยตามไปที่หาดพันเตมะละกา
ที่นั่น ประทักษ์ กมลรัตน์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ ออกมารับคณะของเรา
และให้ข้อมูลเส้นทางท่องเที่ยวรอบเกาะคร่าวๆ เพื่อจะได้วางแผนการทำงานได้เหมาะสม
บ่ายนั้น เราเริ่มต้นที่ถ้ำจระเข้ เรือแล่นไปในคลองพันเตมะละกา
บนแผ่นน้ำสีเขียวผืนกว้าง ซอกแซกผ่านป่าโกงกางอันคดเคี้ยวสลับหลืบหินผาสูงชัน
ทางน้ำเริ่มบีบแคบลงเรื่อยและสิ้นสุดที่หน้าถ้ำจระเข้ ถ้ำลึกลับที่ซึ่งเคยเป็นทางสัญจรและถิ่นอาศัยของจระเข้น้ำเค็มที่มีรายงานการพบล่าสุดเมื่อหลายสิบปีก่อน
บ่าว พิทักษ์ป่า ผู้คลุกคลีอยู่ที่ตะรุเตามานานถึง 14 ปี
ยื่นไฟฉายให้ฉัน ก่อนไปช่วยพรรคพวกเลื่อนแพซึ่งเริ่มติดดินเลนด้านล่างเนื่องจากเวลานี้น้ำลงมากแล้วบ่าวบอกว่า
เดิมทีมีสะพานไม้ประดับไฟข้างทางเดินเข้าไปราว 300 เมตร แต่ช่วงน้ำขึ้นมากทำให้สะพานชำรุด
ปัจจุบันจึงทำเป็นแพชักรอกเข้าไปแทน
ตะวันเริ่มคล้อยแสงลงเมื่อเรือกลับมาถึงอ่าวหน้าพันเตมะละกา
แสงสีทองของดวงอาทิตย์กับแหลมหินรูปจระเข้ในช่องมองภาพจากล้องพานอรามาตัวโตคือฉากสุดท้ายของวันที่ช่างภาพยังคงเพลิดเพลินกับมัน
ขณะที่ฉันนั่งเล่นอยู่ริมหาด มองดูความเป็นไปของผู้คนรอบด้าน
วูบหนึ่งหวนคิดจินตนาการถึงความเป็นไปของตะรุเตาเมื่อ 70 ปีก่อน
เกาะสงบและงดงามแห่งนี้หรือ...คืออดีตคุกนาม นรกตะรุเตา
2....
ตีสี่ครึ่ง ท่ามกลางแสงสลัวรางของเงาจันทน์ รถหกล้อของอุทยานฯ
ไต่ขึ้นลงเขาชันอย่างชำนาญ ทางรกแคบไม่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางสู่อ่าวตะโละวาว
ซึ่งห่างไปทางตะวันออกถึง 12 กิโลเมตร แสงไฟหน้ารถสว่างจ้าส่องเห็นชะมดตัวน้อยออกหากินและเดินอย่างเชื่อช้าบนถนน
เมื่อรถแล่นผ่านโค้งสุดท้าย ในความมืดเราเห็นเกาะกลางทะเลเป็นเงาตะคุ่มอยู่ไม่ไกล
กระทั่งเส้นขอบฟ้าเริ่มมีสี ดวงอาทิตย์ลอยขึ้นเหนือน้ำ ความงามแห่งอ่าวตะโละวาวจึงปรากฎแก่สายตา
แสงแรกแห่งวันอาบไล้ภูเขาหินหน้าหาด ขณะที่ผืนน้ำระริกไหวล้อเล่นอยู่กับเปลวแดดอันอบอุ่น
เราเดินจากเนินเขาลงมาเมื่อถ่ายภาพเสร็จ แวะจิบกาแฟร้อนที่ร้านค้าสวัสดิการหน้าท่าเทียบเรือ
ก่อนออกไปตามทางเดิน มุ่งสู้เส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์ ซึ่งอุทยานฯ
จัดจำลองจุดต่างๆ ให้เห็นถึงรูปรอยในอดีตของคุกตะรุเตาอันน่าสะพรึงกลัว
บทบันทึกของนรกตะรุเตาเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2479 เมื่อรัฐบาลให้กรมราชทัณฑ์จัดตั้งนิคมฝึกอาชีพแก่เหล่านักโทษคดีอุกฉกรรจ์
ซึ่ง เกาะตะรุเตา ถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดตั้งนิคมดังกล่าว
เพราะอยู่กลางทะเลลึกตอนใต้สุดของน่านน้ำอันดามันไทย ยามหน้ามรสุมคลื่นลมแรงจัด
ชุกชุมด้วยฉลามและจระเข้น้ำเค็ม ทำให้ยากต่อการหลบหนี
หลังการจัดสร้างอาคาร บ้านพักผู้คุ้ม และเรือนนอนของนักโทษ
ตลอดจนโรงฝึกอาชีพที่อ่าวตะโละวาวและอ่าวตะโละอุดัง นักโทษชุดแรก
500 คน ถูกส่งตัวมาในปี พ.ศ. 2481 และทยอยมาเรื่อยๆ โดยนักโทษเหล่านี้เป็นนักโทษที่ก่อคดีร้ายแรง
ทางการเรียกว่านักโทษผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย การควบคุมดูแลทำได้ยากกว่านักโทษทั่วไป
จึงถูกส่งแยกไปกักกันยังอ่าวตะโละวาว หน่วยกักกันแห่งแรกและใหญ่ที่สุดของคุกตะรุเตา
พ.ศ. 2482 รัฐบาลส่งนักโทษการเมือง 70 คน แยกไปควบคุมไว้อ่าวตะโละอุดังตอนใต้ของเกาะ
นักโทษเหล่านี้มาจากคดีกบฎบวรเดชและกบฎนายสิบ ซึ่งล้วนเป็นผู้มีการศึกษาสูง
รวมถึงนักการเมืองและเชื้อพระวงศ์ผู้มีชื่อเสียงในวงสังคม
จึงมีอิสระ ไม่ถูกกวดขันให้ทำงานหนักเหมือนนักโทษอุจฉกรรจ์ทั่วไป
ขณะที่สงครามโลกครั้งที่ 2 เปิดฉากขึ้นในปี พ.ศ. 2484 ภายหลังญี่ปุ่นเข้ายึดพื้นทีเหนือมหาสมุทรอินเดีย
เกิดภาวะขาดแคลนอย่างหนัก นิคมฝึกอาชีพตะรุเตาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
ขาดแคลนทั้งอาหารและยารักษาโรค ความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นทวีคูณยิ่งขึ้น
นักโทษเจ็บป่วยล้มตายด้วยความอดอยากและไข้ป่าเป็นจำนวนมาก
ผู้คุมและนักโทษบางกลุ่ม จึงหันมาเป็นโจรปล้นสะดมเรือสินค้าที่สัญจรอยู่ในน่านน้ำ
ในระยะแรกก็ปล้นเอาแต่สินค้า อาหาร และ ยารักษาโรค ต่อมาก็เริ่มยึดเรือและฆ่าผู้คนอย่างทารุณ
คุกตะรุเตาในยุคนั้น กลายเป็นนรกสำหรับคนบนเกาะ และกลายเป็นที่หวาดกลัวของนักเดินเรือทั้งหลาย
เนื่องด้วยเป็นชุมชนของโจรสลัด ไม่มีเรือสินค้ากล้อล่องผ่านในย่านนี้
ความโหดร้ายของโจรสลัดแห่งน่านน้ำตะรุเตาปิดฉากลงในปี พ.ศ.
2491 เมื่อรัฐบาลอังกฤษซึ่งปกครองมลายูทำหนังสือขออนุญาตจากรัฐบาลไทยในการส่งกองกำลังเข้าปราบปรามโจรสลัดตะรุเตา
ภายหลังเหตุการณ์อันปวดร้าวและน่าสะพรึงกลัว ตะรุเตาถูกทอดทิ้งเป็นดินแดนร้างไร้ผู้คนยาวนานกว่า
20 ปี ไม่มีใครกล้าเดินทางไปที่นั่น ชื่อของนรกตะรุเตายังคงเป็นที่หวาดกลัวของผู้คน
จนกระทั่งใน ปีพ.ศ. 2518 กรมป่าไม้เข้าสำรวจพื้นที่บนเกาะตะรุเตาและเกาะอื่นๆ
ที่แวดล้อมอยู่ด้วยกัน และประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติตะรุเตาในปี
พ.ศ. 2517 เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของเมืองไทย
หลังฟังเรื่องราวเกี่ยวกับอดีตของตะรุเตาจากคำบอกเล่าของดิง
พิทักษ์ป่าซึ่งมีหน้าที่คอยให้ความรู้กับนักทอ่งเที่ยวแล้ว
เราก็เดินชมสถานที่จำลองซึ่งมีทั้งบ้านพักผู้คุม ตึกแดง เรือนพยาบาล
สุสาน 700 ศพ รวมถึงป่าโกงกาง ที่ซึ่งโจรสลัดจะนำเรือที่ปล้นได้มาแยกข้าวของกันในร่องน้ำแถบนี้
ออกจากอ่าวตะโละวาว เราเดินทางย้อนกลับมาตามทางคอนกรีตเส้นเดิม
(ที่จริงมันเป็นเพียงถนนเพียงเส้นเดียวบนเกาะที่รถแล่นผ่านได้)
แวะถ่ายภาพยังอ่าวต่างๆ รอบเกาะตะรุเตา
เริ่มจากอ่าวสน ซึ่งเต็มไปด้วยหาดหินและมีแนวหาดทรายขาวต่อยาวไปไกลกว่า
4 กิโลเมตร เป็นอ่าวที่ค่อนข้างสงบเงียบ อ่าวถัดมาคือ อ่าวเมาะและ
อ่าวสวยที่แวดล้อมด้วยทิวมะพร้าวแน่นทึบ ซึ่งชาวบ้านปลูกไว้ตั้งแต่ยังไม่ประกาศเป็นอุทยานฯ
ที่อ่าวนี้ ยังมีบ้านพักริมหาดไว้บริการคนชอบความเป็นส่วนตัวอีกด้วย
3......
ตามนัดหมายของช่างภาพ เช้านี้เราปีนขึ้นไปชมวิวบนผาโต๊ะบู
ใช้เวลาเพียง 20 นาที จากด้านหลังที่ทำการอุทยานฯ ผ่านป่าดิบแล้ง
เราก็มายืนอยู่ที่ความสูง 60 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง สีเขียวอ่อนของน้ำบริเวณปากคลองพันเตมะละกา
ตัดกับสีขาวของทรายตามแนวหาด ทำให้การชมวิวบนยอดผาแห่งนี้เพลิดเพลินยิ่งนัก
โดยเฉพาะในวันท้องฟ้าเปิดเช่นวันนี้ เรามองเห็นเงารางของเกาะกลาง
เกาะอาดัง และเกาะราวีได้ชัดเจน
เราลาตะรุเตามาในช่วงสายของวัน ข้าวกล่อง กระเป๋าเสื้อผ้า
และสัมภาระติดตัวกองอยู่ในเรือหางยาวที่เช่าไว้เรียบร้อยแล้ว
การเดินทางวันนี้เรามีจุดมุ่งหมายอยู่ที่เกาะไข่ เกาะเล็กๆ
ซึ่งอยู่บนเส้นทางระหว่างเกาะตะรุเตาและเกาอาดัง
อันที่จริงแล้ว เรือเมล์โดยสารจะให้ผู้โดยสารแบบสปีดโบตแวะที่เกาะไข่ระหว่างทางไปเกาะอาดัง
เกาะหลีเป๊ะด้วย แต่เนื่องจากช่างภาพต้องการเดินทางไปล่วงหน้า
ในช่วงที่ท้องฟ้ายังเปิดและน้ำขึ้นสูงสุด เราจึงต้องอาศัยเรือหางยาวในการเดินทางครั้งนี้
เกือบ 2 ชั่วโมงในลำเรือหางยาว ท่ามกลางลมทะเลแรงกล้า คลื่นหัวแตกลอยฟองฟูเห็นเป็นสีขาวมาแต่ไกล
เด็กหนุ่มชาวอำเภอละงูเจ้าของเรือจดจ่ออยู่กับการบังคับทิศทางของหางเสือและต่อสู้กับลมทะเลอย่างมุ่งมั่น
วันนี้ลมพัดแรง ก้อนเมฆบนฟ้าจึงเคลื่อนตัวค่อนข้างเร็ว ขณะผืนน้ำก็ได้รับผลจากคลื่นลมที่ซัดสาด
เรือโคลงเคลงบ้างตามแรงซัดของคลื่น
เรือตีโค้งผ่านร่องน้ำวิ่งตัดคลื่นอ้อมผ่านหลังเกาะเผยให้เห็นน้ำทะเลใสที่รายรอบลำเรือปรากฎเป็นสีเขียวมรกต
ทอดสายตาไกลออกไปด้านบนคือหาดทรายขาวเนียน ทำเลที่ตั้งของซุ้มประตูหินธรรมชาติ
สัญลักษณ์อันโดดเด่นของเกาะตะรุเตา
ดวงตะวันเคลื่อนตรงศีรษะมากขึ้น ขณะที่น้ำยังคงขึ้นสูงเรื่อยๆ
เรามาถึง เกาะไข่ในเวลาเที่ยงวัน กลางแดดจ้า พลิ้วน้ำระยับไหว
นักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่เพลิดเพลินอยู่กับการถ่ายภาพที่ซุ้มประตูหิน
มีเพียงบางคนที่แยกตัวออกมานอนเล่นบนผืนทรายใต้เงาไม้
ยังไม่มีทีท่าว่าช่างภาพจะวางมือจากกล้องตัวเก่ง หลังจากที่เขาเพียรพยายามหามุมสวยต่างๆ
บนเกาะนี้มานานถึง 3 ชั่วโมงแล้วก็ตาม กระทั่งเรือสปีดโบต
ภูมิพัฒน์ ซึ่งเรานั่งมาตะรุเตาในวันแรกจอดเทียบฝั่ง เขาเก็บกล้องสามสี่ตัวในกระเป๋ากล้องอย่างรวดเร็ว
ฉันช่วยเก็บขาตั้งกล้องและแบกสัมภาระตามไปขึ้นเรือ
4......
เรือสปีตโบตลอยลำอยู่กลางทะเลลึกหน้าเกาะอาดังและเกาะหลีเป๊ะ
ส่งนักท่องเที่ยวลงเรือหางยาวเมล์ต่อไปยังปลายทางสองฟากฝั่งระหว่างเกาะอาดังและเกาะหลีเป๊ะ
ฉันส่งกระเป๋าใบสุดท้ายให้คนเรือ ก่อนนั่งลงในเรือหางยาวมุ่งหน้าสู่เกาะอาดัง
เกาะซึ่งอยู่ห่างจากตะรุเตามากว่า 40 กิโลเมตร และไกลจากแผ่นดินใหญ่ถึง
60 กิโลเมตร ใช้เวลา 15 นาที เรือมาส่งเราไว้ที่หน้าหาดแหลมสน
ที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติตะรุเตาที่ ตต. 5(แหลมสน)
ปณพล ชีวะเสรีชล ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ เข้ามาทักทายเรา และช่วยแบกกระเป๋าใบโตอย่างมีน้ำใจ
หลังพูดคุยกันไม่นาน ปณพลบอกให้เรานำสัมภาระไปเก็บที่เรือนพักตรงบังกะโลริมเขาที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆ
ท่ามกลางความเงียบสงบรอบบริเวณ เราเดินไต่ขึ้นเนินเขาเตี้ยๆ
ตามทางคอนกรีตอย่างเนิบช้า ไม่นานบังกะโลหลังใหม่ฉาบทาด้วยสีขาวนวลตา
ปลูกเรียงไล่ระดับสูงต่ำไปตามแนวเขาทั้ง 18 หลังก็ปรากฎแก่สายตา
จัดแจงกับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว เราขึ้นเขาไปตามป้ายบอกทาง
จุดชมวิว ผาชะโด จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่ดีอีกจุดหนึ่ง
เมื่อมายืนตรงลานโล่งบนหน้าผา ฉันมองเห็นเกาะหลีเป๊ะลอยเด่นอยู่ในห้วงน้ำสีเขียวไล่โทนอ่อนแก่อย่างงดงาม
ยังเห็นทิวสนและแหลมทรายของเกาะอาดังจากมุมนี้อีกด้วย ที่จริงในอดีต
หน้าผาที่ชมภาพงดงามแห่งนี้คือจุดสังเกตการณ์ของโจรสลัดตะรุเตาเพื่อเข้าโจมตีเรือสินค้า
ดูเหมือนมื้อค่ำที่ร้านค้าสวัสดิการของอุทยานฯ เป็นแหล่งพบปะที่ดีที่สุดของคนบนเกาะ
ผู้คนหลากเชื้อชาติหลายวัฒนธรรมที่มาพักยังเกาะแห่งนี้ สร้างมิตรภาพต่อกันด้วยรอยยิ้ม
หรืออาจมีบ้างที่พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในเรื่องต่างๆ
นานา เด็กชายชาวฟินแลนด์วัยขวบเศษที่นั่งโต๊ะติดกัน เดินเตาะแตะเข้ามาเล่นและสนใจอยู่กับขนมในมือเรา
แม่ของเด็กน้อยส่งสายตามาทักทายอย่างเป็นมิตร ก่อนเข้ามาอุ้มลูกและพูดคุย
สามวันมาแล้วที่เธอและครอบครัวพักอยู่บนเกาะแห่งนี้ อันที่จริงเธอเดินทางมาที่นี่เป็นประจำเกือบทุกปี
และครั้งนี้เป็นการมาครั้งที่สี่ เธอคุยให้ฟังว่า ชอบความสงบและเป็นส่วนตัวของที่นี่
แค่นั่งอ่านหนังสือหรือนอนเล่นอยู่ริมหาดแถวนี้ก็มีความสุขได้ทั้งวันแล้ว
บางที ความสงบและความเป็นส่วนตัวของอาดัง อาจคือเสน่ห์อันแท้จริงที่ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกหลงใหลและค้นหาก็เป็นได้
5......
ฉันจัดแจงสั่งข้าวกล่องและตระเตรียมเครื่องใช้ติดตัวหลังมื้อเช้า
ที่ลืมไม่ได้เลยคือ หน้ากากดำน้ำและเสื้อชูชีพ วันนี้ เรามีนัดกับท้องทะเล
ดูเหมือนว่าเวลาส่วนใหญ่ของผู้คนที่นี่มักหมดไปกับกิจกรรมต่างรูปแบบ
แต่ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดสนใจแรกซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศให้เดินทางมาที่นี่
คือ การได้เพลิดเพลินอยู่กับสรรพชีวิตใต้ห้วงน้ำเขียวคราม
เรือแล่นพาเราออกห่างจากเกาะอาดัง มุ่งหน้าไปยังเกาะหินซ้อน
ซึ่งอยู่ตอนใต้สุดของน่านน้ำอันดามันไทย หินก้อนใหญ่กลางทะเลวางตัวทับซ้อนกันอย่างหมิ่นเหม่
หินก้อนล่างเริ่มมีรอยแตกร้าวตามวันเวลา เกาะแห่งนี้ไม่มีจุดสนอร์เกิลที่น่าสนใจ
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาที่นี่เพื่อถ่ายภาพทิวทัศน์
ผ่านอ้อมเกาะหินซ้อไป ผืนป่าเขียวทึบแห่งเกาะดง ก็อวดความสมบูรณ์ให้เห็นอยู่เบื้องหน้า
ยังไม่ใช่จุดแวะที่น่าสนใจ สมชาย พิทักษ์ป่าที่มากับเราบอกเช่นนั้น
เขาตัดสินใจพาเรือตัดคลื่นลมซึ่งเริ่มแรงขึ้นในช่วงใกล้เที่ยว
เข้าไปหลบลมหลัง อ่าวลอกกวย อ่าวซึ่งชาวประมงรู้ดีว่า เป็นที่กำบังลมชั้นเยี่ยม
ผืนทรายขาวสะอาดตาหน้าอ่าวถูกห่มคลุมอยู่ด้วยเวิ้งน้ำเขียวขจี
นักท่องเที่ยวเอเชียกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นน้ำและดำดูปะการังน้ำตื้นอย่างสนุกสนานภายใต้แสงแดดจ้า
ไม่นานเมื่อคลื่นลมอ่อนกำลังลม เรือออกเดินทางอีกครั้ง บ่ายหน้าไปด้านหลังของเกาะดง
ซึ่งไกด์ท้องถิ่นเรียกกันว่า อ่าวลิง
อ่าวลิง อ่าวซึ่งมีสัณฐานแตกต่างจากอ่าวทั่วๆ ไป หาดทรายที่ยื่นลงไปในผืนน้ำเป็นมุมแหลม
ประกอบกับกลุ่มหินก้อนโตที่โดดเด่นตรงหาด เหมือนมีใครมาจัดวางอย่างตั้งใจ
นักท่องเที่ยวฝรั่งกลุ่มหนึ่งกำลังว่ายน้ำจากเรือยอต์ชเข้าไปอาบแดดที่หาดของอ่าวลิง
เห็นทีช่างภาพจะได้ภาพในมุมสวยเสียแล้ว เราตัดสินใจกินข้าวกลางวันกันท่ามกลางร่มไม้และหาดทรายขาวของอ่าวลิง
นาฬิกาข้อมือบอกเวลาบ่ายโมง ขณะที่เรือพาเราไปยังเกาะราวี
เกาะใหญ่คู่แฝดของเกาะอาดัง หาดทรายขาวเนียนหน้าหาดคือที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ
ที่ ตต.6 (หาดทรายขาว) บนเกาะแห่งนี้อุดมด้วยน้ำจืดจากป่าบนเขา
ไม่มีที่พัก แต่เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาแวะ เพราะนอกจากหาดทรายขาว
น้ำทะเลใส ทีนี่ยังนับเป็นโลกใต้น้ำที่สมบูรณ์ที่สุดของตะรุเตา
แนวปะการังน้ำตื้นราว 300 เมตร คือสีสันอันตื่นตาแก่ผู้พบเห็น
เพลินตากับสีสัมสดสวยของฝูงปลาที่เกาะราวีได้ราวชั่วโมงเศษ
เรือออกเดินทางมุ่งหน้าต่อไปยังเกาะจาบัง เกาะขนาดเล็กที่อยู่ระหว่างเกาะหินงามและเกาอาดังใต้
ผืนน้ำบริเวณนี้คือแหล่งปะการังอ่อนหลากสีและดอกไม้ทะเลหลากชนิดที่อยู่ลึงลงไปราว
15-30 ฟุต
ยังไม่ใช่ที่สุดท้ายของวัน เราแวะไปที่เกาะหินงาม ซึ่งอยู่ใกล้เกาะอาดัง
เพื่อชมความมหัศจรรย์ของหาดหินที่เต็มไปด้วยก้อนหินขนาดเล็ก
ทุกก้อนล้วนมีสีดำ กลมเกลี้ยงยามถูกคลื่นน้ำซัดสาดหินดำจะเงาวับดูน่าหลงใหล
เป็นมหัศจรรย์จากธรรมชาติที่มนุษย์ไม่อาจค้นหาคำตอบได้
6.....
ตะวันอ่อนแสงลงเมื่อเรือจอดหน้าหาดชาวเล บนเกาะหลีเป๊ะ ชาวบ้านกลุ่มใหญ่กำลังเตรียมตัวออกไปจับปลิงทะเล
อาชีพดั้งเดิมของคนพื้นถิ่นซึ่งก็ยังคงเป็นรายได้พอเลี้ยงชีพอยู่ได้
เราเดินเลียบหาดชมความเป็นไปของเกาะเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยชาวพื้นถิ่นกลุ่มอูรักลาโว้ย
ชาวเลผู้เร่รอ่นในอดีต ซึ่งมาลงหลักปักฐานยังเกาะหลีเป๊ะในยุคที่มีการล่าอาณานิคมตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่
5
เรียกได้ว่า คนกลุ่มนี้คือผู้บุกเบิกและมาอยู่ที่นี่เป็นกลุ่มแรกๆ
วิถีความเป็นไปของพวกเขาเรียบง่าย หาปู หาปลา จับปลิงทะเล
ทำมาหากินและใช้ชีวิตอยู่กับท้องทะเล ดำเนินเช่นนี้เรื่อยมา
จนกระทั่ง ชื่อเสียงความงดงามของท้องทะเลแห่งหลีเป๊ะเริ่มเป็นที่รู้จักในเวลาต่อมา
การต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากต่างแดน ส่งผลให้ชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไป
ร้านอาหารริมหาด บาร์เบียร์ รีสอร์ต และสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวผุดขึ้นมากมายในเวลาอันรวดเร็ว
จากอาชีพดั้งเดิมของบรรพบุรุษ กลายเป็นธุรกิจผู้ให้บริการ
ดูแลและนำเที่ยวเข้ามาแทนที่ แต่ระหว่างธุรกิจกับชีวิตก็ดูจะอยู่กันได้อย่างกลมกลืน
หมู่บ้านชาวประมงที่เป็นกลุ่มอูรักลาโว้ยซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะเต็มไปด้วยสีสันแห่งชีวิต
เรือประมงทาสีสวยจอดลอยลำเรียงรายเทียบฝั่งในยามเย็น ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวจะใช้เวลาอยู่ตรงหน้า
หาดพัทยา หาดยอดนิยมบนเกาะหลีเป๊ะ ด้วยหาดทรายบริเวณนี้ขาวเนียนละเอียดราวกับแป้ง
ทั้งยังมีแนวปะการังน้ำตื้นหน้าหาดให้ได้ดำผุดดำว่ายกันอย่างเพลินใจ
รีสอร์ตที่ปลูกสร้างอย่างง่ายเรียงรายอยู่หลายแห่งบนหาดแห่งนี้
พลบค่ำ แสงสว่างไสวจากร้านรวงที่นับวันมีทีท่าจะเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับพีพีเข้าไปทุกที
ปลุกชีวิตของเหล่านักเดินทางให้ออกมาจับจ่ายกันอย่างเพลิดเพลินและไม่รู้เบื่อ
รายได้จากการบริการนักท่องเที่ยวดูจะเป็นที่พอใจของชาวบ้าน
ผู้กำลังเปลี่ยนแปลงวิถีทางให้กับตัวเอง ใครจะบอกได้ว่ามันดีหรือแย่กว่ากันเพียงใด
พระจันทร์เสี้ยวในคืนข้างขึ้น ส่องแสงสีเงินยวง ริ้วน้ำพลิ้วไหวในความเงียบงัน
ทะเลกว้างและเงียบเหงา เรือลอยลำออกจากหลีเป๊ะไปในความมืดกับทิศทางที่พวกเขาคุ้นเคย
ไม่มีใครรู้ว่า เมื่อความเปลี่ยนแปลงมาเยือน หนทางข้างหน้าของพวกเขาจะเป็นเช่นไร
คู่มือนักเดินทาง
อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของเมืองไทย
และอยู่ในท้องทะเลอันดามันตอนใต้สุดของประเทศในพื้นที่จังหวัดสตูล
มีน่านน้ำติดกับประเทศมาเลเซีย พื้นที่ของอุทยานฯ ครอลคลุมหมู่เกาะและทะเลรวมกันราว
1,490 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยหมู่เกาะถึง 51 เกาะ เมื่อปี
พ.ศ. 2525 ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกแห่งอาเซียน
ปัจจุบัน ตะรุเตาเป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งมีชื่อเสียงทั้งด้านประวัติศาสตร์และความงดงามของธรรมชาติ
ท้องทะเล ป่าไม้ และ ความสมบูรณ์ของชีวิตใต้น้ำ โดยจัดแบ่งออกเป็นหมู่เกาะใหญ่
2 หมู่เกาะ คือ หมู่เกาะตะรุเตา และหมู่เกาะอาดัง-ราวี
และมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจโดยแบ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวตัวอย่างดังนี้
เส้นทางที่ 1 : อ่าวพันเตมะละกา ถ้ำจระเข้
ผาโต๊ะบู
อ่าวพันเตมะละกา : ที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ และศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว
หน้าอ่าวมีหาดทรายขาวทอดยาวเหยียด เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่งดงาม
บริเวณโดยรอบจัดเป็นลานกางเต็นท์ บ้านพักและร้านค้าสวัสดิการบริการอาหารและเครือ่งดื่ม
มีบ้านพัก 13 หลัง เรือนแถว 2 เรือน ราคาตั้งแต่ 500-1,500
บาท ต่อหลัง ส่วนลานกางเต็นท์หากนำเต็นท์มาเองคิดค่าบริการ
30 บาทต่อคน
คลองพันเตมะละกาและถ้ำจระเข้ : เป็นคลองที่ซึ่งแน่นขนัดไปด้วยป่าชายเลนสมบูรณ์
เมื่อล่องเรือไปราว 1.5 กิโลเมตร จะถึงถ้ำจระเข้ ถ้ำที่เล่ากันว่า
เคยพบจระเข้น้ำเค็มอาศัยอยู่ สามารถล่องแพเข้าไปชมความลึกลับและหินงอกหินย้อยในถ้ำได้
ระยะทางราว 300 เมตร สนใจไปถ้ำจระเข้ติดต่อเรือหางยาวชาวบ้านหน้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติฯ
ราคาเหมาลำละ 400 บาท
ผาโต๊ะบู : จุดชมวิวซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ของหมู่เกาะในน่านน้ำตะรุเตาได้อย่างชัดเจน
และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม ทางขึ้นเขาอยู่ด้านหลังที่ทำการอุทยานฯ
สูงราว 60 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สองข้างทางแวดล้อมด้วยป่าดิบแล้ง
เส้นทางที่ 2 : อ่าวตะโละวาว อ่าวสน น้ำตกลูดู อ่าวเมาะและ
อ่าวจาก
อ่าวตะโละวาว : อยู่ทางตะวันออกของเกาะ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ
12 กิโลเมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามมาก ถัดจากท่าเรือหน้าอ่าวเข้าไปมีเส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์
ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร จัดจำลองให้เห็นภาพสถานกักกันในอดีตไว้ครบครัน
ทั้งตึกแดง เรือนพยาบาล เรือนพักนักโทษ เส้นทางร่มรื่นด้วยพรรณไม้นานาชนิด
ที่หน่วยพิทักษ์อุทยาน มีร้านค้าสวัสดิการขายเครื่องดื่ม
อ่าวสน : อ่าวรูปครึ่งวงกลม เต็มไปด้วยหาดหิน อีกด้านคือหาดทรายขาว
มีร้านค้าสวัสดิการขายอาหารและเครื่องดื่ม ถัดไปจะมีแนวหาดทรายยาวกว่า
3 กิโลเมตร เหมาะแก่การเล่นน้ำและนอนอาบแดด
น้ำตกลูดู : น้ำตกขนาดเล็กซึ่งต้องเดินเท้าเข้าไปกว่า 3
กิโลเมตร ตลอดทางเดินร่มครึ้มและมีพรรณไม้แปลก เป็นเส้นทางที่เหมาะไปศึกษาธรรมชาติในช่วงหน้าฝน
อ่าวเมาะและ : หน้าหาดแห่งนี้มีจุดเด่นคือ ทิวมะพร้าวเรียงรายอีกทั้งมีบ้านพักติดชายหาด
ราคาห้องละ 1,000 บาท ต่อคืน รวมถึงร้านค้าสวัสดิการและห้องอาบน้ำอย่างดี
อ่าวจาก : อยู่ติดกับอ่าวพันเตมะละกา เป็นอ่าวขนาดเล็ก บรรยากาศเงียบสงบ
ห่างจากที่ทำการอุทยานราว 3 กิโลเมตร
ขอขอบคุณ
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา และผู้ช่วยฯ คุณประทักษ์ กมลรัตน์
คุณปณพล ชีวะเสรีชล รวมถึงเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตาทุกท่าน
อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล
(ปากบารา) โทรศัพท์ 074-783485 และ 074873597
(ตะรุเตา) โทรศัพท์ 074-729002-3
(เกาะดาดัง) โทรศัพท์ 074-712409 และ 074728-028-9 |
| อ่าวพันเตมะละกา
เกาะตะรุเตา อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|
| อ่าวพันเตมะละกา
เกาะตะรุเตา อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|
| อ่าวพันเตมะละกา
เกาะตะรุเตา อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|
| อ่าวพันเตมะละกา
เกาะตะรุเตา อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา |
|
|

สู่...ถ้ำจระเข้ |

สู่...ถ้ำจระเข้ |

ถ้ำจระเข้ |

ถ้ำจระเข้ |