สถานที่ท่องเที่ยว โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์







• สถานที่ท่องเที่ยวปักกิ่ง ประเทศจีน
• พระราชวังต้องห้ามกู้กง : แหล่งท่องเที่ยวปักกิ่ง

พระราชวังต้องห้ามกู้กง

พระราชวังต้องห้าม กู้กง

พระราชวังต้องห้าม กู้กง

พระราชวังต้องห้าม กู้กง
พระราชวังต้องห้ามกู้กง แหล่งท่องเที่ยวปักกิ่ง
พระราชวังต้องห้ามกู้กง แหล่งท่องเที่ยวปักกิ่ง
• พระราชวังหลวงกู้กง หรือ พระราชวังต้องห้าม (Gu Gong or Imperial Palace or Forbidden City)
• ปีที่สร้าง : ปีค.ศ. 1406
• สร้างโดย : จักรพรรดิหย่งเล่อ
• สถานที่ตั้ง : ตั้งอยู่ใจกลางเมืองปักกิ่ง

• พระราชวังหลวงกู้กง หรือ พระราชวังต้องห้าม (Gu Gong or Imperial Palace or Forbidden City)

• ตั้งอยู่ด้านหลังพลับพลาเทียนอันเหมิน แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาวจากเหนือจรดใต้ 961 เมตร กว้าง 753 เมตร มีกำแพงวังล้อมรอบ ยาว 3 กิโลเมตร สูง 10 เมตร มีคูน้ำล้อมรอบ กว้าง 52 เมตร มีประตูวัง 4 ประตู 4 ทิศ มีป้อมหอคอยกำแพงวังอยู่ 4 มุม มีพื้นที่ทั้งหมด 724,250 ตารางเมตร มีตำหนักน้อยใหญ่ถึง 9,999 ห้อง
• สร้างในสมัยพระเจ้าหย่งเล่อแห่งราชวงศ์หมิง เมื่อปี ค.ศ. 1406 เป็นที่ประทับของกษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิงและชิง รวมทั้งสิ้น 24 พระองค์ มีการบูรณะซ่อมแซมไปหลายครั้ง แต่ยังคงสถาปัตยกรรมเดิม มีความสมบูรณ์แบบที่สุด ใหญ่ที่สุดและรักษาไว้ได้ดีที่สุด รวมทั้งมีประวัติที่ยาวนานที่สุดในโลกอีกด้วย
• ภายในพระราชวังแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ วังหน้าและวังใน
- วังหน้าเป็นเขตที่ฮ่องเต้ออกว่าราชการ จัดงานพิธีต่างๆ รับเข้าเฝ้า
- วังในเป็นเขตหวงห้าม ผู้ชายห้ามเข้า ยกเว้นขันทีเท่านั้น
• วังหน้ามี 3 ตำหนัก เป็นศูนย์กลางที่สร้างอยู่บนเส้นแกนตรงกันเป็นเส้นตรง ดังนี้
1.ตำหนักไถ่เหอ เป็นตำหนักด้านหน้าที่สำคัญที่สุดและใหญ่ที่สุดในพระราชวังหลวง ตั้งอยู่บนแท่นหินหยกขาวยกพื้นสูง 2 เมตรเศษ ล้อมรอบด้วยรั้วหินหยกขาว แกะสลักเป็นเมฆ มังกร และหงส์ สร้างในปีค.ศ. 1420 สมัยของพระเจ้าหย่งเล่อ กว้าง 11 เมตร ลึก 5 เมตร หลังคาซ้อน 2 ชั้น สูง 35 เมตร พื้นที่ 2,377 ตารางเมตร ปูด้วยอิฐ(ที่นวดด้วยแป้งทองคำ) ตรงกลางมีบัลลังก์มังกรสีทอง(มังกร 5 เล็บ สัญลักษณ์ของฮ่องเต้อันสูงส่ง) ใช้เป็นสถานที่ฮ่องเต้ออกว่าราชการแผ่นดินรับการเข้าเฝ้าจากขุนนางขุนศึก ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและอาคันตุกะชาวต่างต่างประเทศ หลังคามุงกระเบื้องสีทอง(สีเฉพาะของฮ่องเต้เท่านั้น)
2.ตำหนักจงเหอ เป็นตำหนักหลังที่ 2 อยู่ด้านหลังตำหนักไถ่เหอ เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมมียอดแหลม ใช้เป็นสถานที่พักรอก่อนออกว่าราชการแผ่นดิน รับการรายงานจากข้าหลวงชั้นใน รวมทั้งพิธีการจัดงานเข้าเฝ้า หากมีงานพิธีแต่งตั้งพระราชินีและจัดงานใหญ่ในพระราชวังจะต้องตรวจเอกสารความเรียบร้อยของงาน ณ ตำหนักแห่งนี้ล่วงหน้า 1 วัน
3.ตำหนักเป่าเหอ เป็นตำหนักหลังที่ 3 อยู่หลังตำหนักจงเหอ เป็นตำหนักใหญ่ มีพื้นที่เท่ากับตำหนักไถ่เหอ ภายในมีบัลลังก์ก่อสร้างโดยไม่มีเสาแถวที่ 2 ทำให้ห้องโถงด้านหน้าท้องพระโรงกว้างขึ้น ไม่บังสายพระเนตรพระองค์ฮ่องเต้ ใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงรับรองบรรดาหัวหน้าชนเผ่ากลุ่มน้อยต่างๆทุกปี ในวันที่ 30 เดือน 12 (วันสิ้นปีของจีน) พิธีอภิเษกสมรสของฮ่องเต้หรือโอรสธิดา มาถึงในสมัยพระเจ้าเฉียนหลงใช้ที่นี่เป็นสถานที่สอบจอหงวน องค์ฮ่องเต้เป็นผู้ออกข้อสอบและคุมสอบด้วยพระองค์เอง โดยสอบในห้องท้องพระโรงแห่งนี้เอง
ผู้ที่สอบได้ที่ 1 มีเพียงคนเดียวเท่านั้น จะได้เป็น “จอหงวน” และเป็นลูกเขยของฮ่องเต้
ผู้ที่สอบได้ที่ 2 อาจมีหลายคน จะได้เป็น “ท่านฮั้ว” เป็นที่ปรึกษาประจำองค์ฮ่องเต้
ผู้ที่สอบได้ที่ 3 อีกหลายคน จะเรียกว่า “ป่างเหี่ยน” ดำรงตำแหน่งรองผู้ช่วยฮ่องเต้
พระราชวังต้องห้ามกู้กง แหล่งท่องเที่ยวปักกิ่ง
พระราชวังต้องห้ามกู้กง แหล่งท่องเที่ยวปักกิ่ง
พระราชวังต้องห้ามกู้กง แหล่งท่องเที่ยวปักกิ่ง

พระราชวังต้องห้าม กู้กง

พระราชวังต้องห้าม กู้กง

พระราชวังต้องห้ามกู้กง

พระราชวังต้องห้ามกู้กง

พระราชวังต้องห้ามกู้กง

พระราชวังต้องห้ามกู้กง

พระราชวังต้องห้ามกู้กง

พระราชวังต้องห้ามกู้กง
• วังใน เป็นเขตต้องห้ามสำหรับผู้ชาย ทาสเพศชายที่จะเข้ามารับใช้ในวังได้นั้นต้องผ่านขั้นตอนการตอนให้เป็นขันทีเสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเสื่อมเสียกับมเหสีและเหล่านางสนมใน ขันทีมาจากชนชั้นยากจนเสียเป็นส่วนใหญ่ พวกพ่อค้าทาสจะลักพาตัวมาตั้งแต่เด็ก แล้วส่งไปให้คนของตระกูลไป่ในกรุงปักกิ่งทำการตอน ตอนเสร็จแล้วก็มีการออกใบรับรองส่งให้ราชสำนัก ขันทีที่ฉลาดมีการศึกษาอาจได้เป็นกุนซือหรืออาจารย์ในวังหลวง แต่ขันทีส่วนใหญ่ต้องทำงานหนักในโรงครัวและในสวนไปตลอดชีวิต ทำผิดเล็กน้อยก็จะถูกโบยถูกเฆี่ยนตี ทำผิดมากโชคไม่ดีก็อาจถูกตัดหัวได้ง่าย
• การได้เข้ามารับใช้ใกล้ชิดกับพระราชวงศ์ ทำให้ขันทีบางคนสามารถกุมอำนาจเอาไว้ได้ สร้างความร่ำรวยให้ตนเองใช้ตำแหน่งใหญ่โตสร้างอิทธิพล แสวงหาทรัพย์สินเงินทองในทางมิชอบ จนสามารถซื้อบ้าน ที่ดิน ทำธุรกิจการค้านอกวังหลวง พอเกษียณแล้วจะย้ายออกไปอยู่ตามวัดที่ตนเองเคยให้การอุปถัมภ์ด้วยการบริจาคเงินจำนวนมากอย่างสม่ำเสมอ ในยุคราชวงศ์หมิงมีขันทีอยู่ในพระราชสำนักถึง 20,000 คน แต่ภายหลังก็ค่อยๆลดจำนวนลงจนเหลือเพียง 1,500 คน ในรัชกาลสุดท้ายก่อนที่ราชวงศ์ชิงจะล่มสลายเมื่อปี ค.ศ. 1991
• การตอนหรือการตัดอวัยวะเพศทิ้งก็ใช่จะให้ผลเป็นที่น่าเชื่อถือได้เสมอไป ข่าวลือเรื่องการลักลอบมีความสัมพันธ์กันระหว่างขันทีกับนางกำนัลก็มีให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง คนทั่วไปมองขันทีว่าเป็นพวกน่าสมเพช มักถูกดูหมิ่นอยู่เสมอ เพราะ การเป็นคนที่ไม่สามารถเพื่อมีบุตรสืบสกุลได้นั้นย่อมถูกเหยียดหยามเป็นธรรมดา
• ดังนั้นพวกขันทีที่มีอำนาจมากๆ ก็จะซื้อบ้านเอาไว้นอกพระราชวังหลวง ทำบันทึกอ้างอิงถึงการสืบทอดวงศ์ตระกูลลงมาเป็นรุ่นๆ โดยมีการซื้อสตรีและทารกมาเป็นภรรยาและบุตร ซื้อบ่าวทาสหรือแม้กระทั่งนางบำเรอหลายๆคนมาไว้ข้างกาย
• เขตพระราชวังชั้นใน(วังใน) ประกอบด้วยตำหนักเฉียนชิงกง เจียวไถ่เตี่ยน คุนหมิงกง ตำหนักตะวันออกและตะวันตก เป็นสถานที่ที่ฮ่องเต้ดำเนินการประจำวันทางการเมือง อาทิ ตรวจเอกสาร ลงพระนามอนุมัติ ตัดสินความ และเป็นสถานที่พักอาศัยของพระราชวงศ์ พระราชินี พระสนม พระโอรส และพระธิดา รวมไปถึงมีพระราชอุทยานของฮ่องเต้ เขตวังในจะมีพระตำหนักที่มีความสำคัญอยู่ 2 หลังคือ
• เฉียนชิงกง เป็นตำหนักด้านหน้าของวังใน เป็นที่ประทับของฮ่องเต้ เพื่อตรวจเอกสารลงพระนามอนุมัติราชการแผ่นดินประจำวัน ต่อมาในปี ค.ศ. 1644 ทหารและชาวนาของหลี่จื้อเฉินทำการปฏิวัติ นำกำลังบุกเข้าปักกิ่ง ซึ่งตรงกับรัชกาลฮ่องเต้องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์หมิง พระเจ้าจูหยิวเจี่ยนชักกระบี่ฟันพระธิดาของพระองค์จนขาดสะพายแล่ง แล้วทรงหนีออกจากพระราชวังไปแขวนคอตายที่ต้นสน ณ ภูเขาเหมยซาน(ปัจจุบันเรียกว่า ภูเขาจิ่งซาน) ซึ่งอยู่ด้านหลังพระราชวังหลวง
• หย่างซินเตี้ยน เป็นตำหนักอยู่บริเวณด้านตะวันตกเฉียงใต้ของวังใน เป็นที่ประทับของฮ่องเต้ นัดพบปะพูดคุยกับพวกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทั้งเรื่องการเมืองและการทหารในรัชสมัยพระเจ้าถงจื้อและกวางซี่ใช้เป็นสถานที่ออกว่าราชการหลังม่านของพระนางซูสีไทเฮา รวมทั้งในสมัยฮ่องเต้องค์สุดท้าย เมื่อครั้งที่ ดร.ซุนยัดเซ็นทำการปฏิวัติ จักพรรดิปูยีก็ทรงสละราชบัลลังก์ในปี ค.ศ. 1962 ณ ตำหนักแห่งนี้
• สำหรับประตูทางเข้าด้านหน้าของพระราชวังหลวงหลังพลับพลาเทียนอันเหมิน ทางด้านทิศใต้ของพระราชวังจะมีซุ้มประตูไถ่เหอ แนวกำแพงวังประกอบด้วยประตูใหญ่อยู่ตรงกลาง ประตูเล็ก 2 ข้าง รวม 3 ประตู ประตูมีความลึกถึง 28 เมตร ประตูใหญ่ตรงกลางเป็นประตูเข้าเฉพาะฮ่องเต้เพียงพระองค์เดียว คนอื่นห้ามเดินออกเด็ดขาด ใครฝ่าฝืนเดินออกจะถูกประหารชีวิต คนอื่นเดินออกได้เพียงประตูเดียวเท่านั้นคือประตูด้านทิศเหนือชื่อ “เสินอู่เหมิน” (ประตูหลัง)
• ประตูใหญ่ตรงกลาง ในชั่วชีวิตของพระราชินีมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่จะได้เดินผ่านเข้าประตูนี้คือ วันอภิเษกสมรส นอกนั้นขุนนางและพระราชวงศ์ทุกพระองค์จะเดินเข้าพระราชวังทางประตูเล็กทั้งสองข้างเท่านั้น
พระราชวังต้องห้ามกู้กง แหล่งท่องเที่ยวปักกิ่ง
พระราชวังต้องห้ามกู้กง แหล่งท่องเที่ยวปักกิ่ง
พระราชวังต้องห้ามกู้กง แหล่งท่องเที่ยวปักกิ่ง
พระราชวังต้องห้ามกู้กง แหล่งท่องเที่ยวปักกิ่ง
พระราชวังต้องห้ามกู้กง แหล่งท่องเที่ยวปักกิ่ง
พระราชวังต้องห้ามกู้กง แหล่งท่องเที่ยวปักกิ่ง
พระราชวังต้องห้ามกู้กง แหล่งท่องเที่ยวปักกิ่ง

พระราชวังกู้กง

พระราชวังต้องห้าม กู้กง

พระราชวังกู้กง

พระราชวังหลวงกู้กง

พระราชวังต้องห้าม

พระราชวังต้องห้าม

พระราชวังต้องห้าม

พระราชวังต้องห้าม

พระราชวังต้องห้าม

พระราชวังต้องห้าม

พระราชวังต้องห้ามกู้กง

พระราชวังต้องห้ามกู้กง
• จัตุรัสเทียนอันเหมิน
จัตุรัสเทียนอันเหมิน ปักกิ่ง
• จัตุรัสเทียนอันเหมิน (Tian an Men or Gate of Heavenly Peace)
• ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปักกิ่ง เป็นจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีเนื้อที่ 2.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 275 ไร่ สามารถบรรจุคนได้ถึง 2 ล้านคน เป็นสถานที่จัดงานฉลองวันชาติ ( 1 ตุลาคมของทุกปี ) มีถนนรอบลานจัตุรัส 12 เลนทั้งสี่ทิศ ตรงใจกลางจัตุรัสมีอนุสาวรีย์วีรชน ด้านทิศใต้เป็นหอระลึกถึงประธานเหมาเจ๋อตุง ( บรรจุศพของท่านไว้ในโลงแก้ว ) ทางใต้ลงมาจากหอระลึกคือ ซุ้มประตูเฉียนเหมิน(ประตูหน้า) ด้านตะวันตกเป็นอาคารมหาศาลาประชาคม ที่ประชุมรัฐสภาขนาดมหึมา มีพื้นที่ถึง 172,000 ตารางเมตร สร้างในปี ค.ศ. 1959 ใช้เวลาสร้างเพียง 10 เดือน มีที่นั่งประชุมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึง 10,300 ที่นั่ง ความยาว 76 เมตร กว้าง 60 เมตร ตรงกลางไม่มีเสาค้ำ เป็นหอประชุมที่ใหญ่ที่สุดในโลก
• ด้านเหนือของหอประชุมเป็นห้องจัดเลี้ยง บรรจุได้ถึง 5,000 ที่นั่ง ห้องยาว 90 เมตร กว้าง 55 เมตร ตรงกลางไม่มีเสาค้ำ เป็นห้องจัดเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุด
• ส่วนด้านตะวันออกของจัตุรัสเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และการปฏิวัติ สร้างในปี ค.ศ.1959 เก็บรักษาและแสดงโบราณวัตถุกว่า 900 ชิ้น แสดงผลงานค้นพบทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี เป็นทั้งสถาบันวิจัย ที่มีคณะนักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดีมาประจำ
• สิ่งที่สำคัญที่สุดและเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจสำหรับการถ่ายรูปมากที่สุดก็คือ “พลับพลาเทียนอันเหมิน” เดิมเป็นซุ้มประตูหน้าของประตูวังภายในพระราชวังโบราณ สร้างในปี ค.ศ.1417 สมัยราชวงศ์หมิง โดยพระเจ้าหย่งเล่อ ซุ้มกำแพงสูง 10 เมตร บนผนังสองข้างมีคำขวัญเขียนว่า “ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนจงเจริญ” ด้านหนึ่ง และ “ความสามัคคี ประชาชนทั่วโลกจงเจริญ” มีรูปประธานเหมาเจ๋อตุงขนาดใหญ่ติดอยู่ตรงกลางระหว่างป้ายคำขวัญบนซุ้มกำแพงเป็นพลับพลามีหลังคาซ้อนกัน 2 ชั้น เชิงงอนมีภาพบนคานมีแกะสลักบนชื่อ หลังคาสีเหลือง กำแพงทาสีเลือดหมู ด้านหน้ากำแพงเป็นลำธารน้ำทองคำสะท้อนแสงระยิบระยับ มีสะพานทองคำสร้างด้วยหินหยกขาวแกะสลักสวยงาม ด้านหน้าสะพานมีสิงโต 2 ตัว ตั้งอยู่สองข้าง
• จัตุรัสเทียนอันเหมินเป็นสัยลักษณ์ของประเทศจีน เป็นส่วนหนึ่งของตราแผ่นดินจีน เหตุการณ์ใหญ่ๆทางการเมืองเกิดขึ้นที่นี่ อาทิ การเคลื่อนไหวของนักศึกษา 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1919 การเดินขบวนรักชาติ 9 ธันวาคม ค.ศ. 1935 การประกาศปฏิรูปสาธารณรัฐประชาชนจีน 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 การจัดงานระลึกถึงโจวเอินไหล 5 มิถุนายน ค.ศ. 1977 และกรณีการเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตยของนักศึกษา ในปีค.ศ. 1989 ซึ่งเกิดการปะทะกับกองทหารจนนองเลือด กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกและรอยตำหนิของประวัติศาสตร์จีน
• อย่างไรก็ตาม จัตุรัสเทียนอันเหมินเป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวนับแสนล้านในแต่ละปี ใครมาเยือนปักกิ่งแล้วก็จะต้องมาเยี่ยมเยือนแทบทุกคน
จัตุรัสเทียนอันเหมิน ปักกิ่ง
จัตุรัสเทียนอันเหมิน ปักกิ่ง

จัตุรัสเทียนอันเหมิน

จัตุรัสเทียนอันเหมิน

จัตุรัสเทียนอันเหมิน

จัตุรัสเทียนอันเหมิน

จัตุรัสเทียนอันเหมิน

จัตุรัสเทียนอันเหมิน

จัตุรัสเทียนอันเหมิน

จัตุรัสเทียนอันเหมิน
ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้
• รูปและสถานที่ท่องเที่ยวเส้นทางปักกิ่ง - เซี่ยงไฮ้
จีน ประเทศจีน ทัวร์จีน เที่ยวจีน ปักกิ่ง ทิเบต สิบสองปันนา จางเจียเจี้ย เซี่ยงไฮ้
• สถานที่ท่องเที่ยว ประเทศจีน 
• สิบสองปันนา ตามหาคนไทพลัดถิ่นในแผ่นดินจีน สถานที่ท่องเที่ยวเมืองสิบสองปันนา เชียงรุ้ง เมืองหล้า วัดหลวงเมืองลื้อ เมืองกหลั่นป้า
• ปักกิ่ง สถานที่ท่องเที่ยวปักกิ่ง วัดลามะหย่งเหอกง พระราชวังต้องห้ามกู้กง จัตุรัสเทียนอันเหมิน พระราชวังฤดูร้อน กำแพงเมืองจีน หอฟ้าเทียนถาน
• คุนหมิง เมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน เป็นเมืองที่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี จนได้สมญานามว่า “นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ”
• เซี่ยงไฮ้ มหานครที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำแยงซีเกียง สถานที่ท่องเที่ยวเซี่ยงไฮ้ หังโจว ซูโจว อู๋ซี
• ทิเบต สถานที่ท่องเที่ยวทิเบต พระราชวังโปตาลา วัดโจคัง วัดเซร่า ตลาดแปดเหลี่ยม รถไฟสายหลังคาโลกและสถานที่ท่องเที่ยวทิเบตมากมาย
• จางเจียเจี้ย สถานที่ท่องเที่ยวจางเจียเจี้ย ภูเขาเทียนจื่อซาน ภูเขาเทียนเหมินซาน เมืองโบราณฟงหวงและสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆมากมาย
• ฉงชิ่ง เส้นทางสายมรดกโลก มหานครครแห่งสาวงาม ด้วยอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ทำให้สาวๆเมืองฉงชิ่งมีผิวขาวสวยงาม การแต่งตัวก็ทันสมัย
• ฮาร์บิ้น มณฑลเฮยหลงเจียง ฮาร์บิ้นมีสมญานามว่า "ไข่มุกบนคอหงส์" เป็นสถานที่จัดงาน เทศกาลแกะสลักน้ำแข็งนานาชาติของประเทศจีน
• อู่ฮั่น เที่ยวอู่ฮั่น แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย หอนกกระเรียนเหลือง ล่องแม่น้ำแยงซีเกียง ภูเขาบู๊ตึ๊ง บ้านขงเบ้ง
• จิ่วจ้ายโกว อุทยานธารสวรรค์ มรดกโลกทางธรรมชาติ ตั้งอยู่ในบริเวณอำเภอจิ่วจ้ายโกว จังหวัดอาป้า อยู่ห่างจากเมืองเฉิงตูประมาณ 330 กิโลเมตร
• ซีอาน สุสานจิ๋นซี เมืองลั่วหยาง "ถ้าอยากเห็นปัจจุบันของจีนต้องไปปักกิ่ง ดูอนาคตของจีนต้องไปเซี่ยงไฮ้ และถ้าอยากเห็นอดีตของจีนต้องไปซีอาน"
• คานาสือ หรืออุทยานคานาส เป็นดินแดนท่ามกลางการโอบล้อมของเทือกเขาอัลไต โดยอยู่บริเวณตอนเหนือสุดของเขตปกครองตนเองซินเจียง
• กุ้ยหลิน สถานที่ท่องเที่ยวเมืองกุ้ยหลิน ล่องแม่น้ำหลีเจียง เขางวงช้าง เมืองลับแล ถ้ำขลุ่ยอ้อ เมืองหยางซั่ว เขาเหยาซานและสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย
• ซัวเถา เที่ยวซัวเถา แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเมืองซัวเถา แต้จิ๋ว หย่งติ้ง เซี่ยะเหมิน เส้นทางไหว้เจ้า ศาลเจ้าพ่อเสือ ศาลไต่ฮงกง ศาลเจ้าแม่ทับทิม
• เสิ่นหนงเจี้ย มรดกโลกทางธรรมชาติ เป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า ตั้งอยู่ในมณฑลหูเป่ย มีพรรณไม้ในยุคจูราสิคและยุคน้ำแข็ง

•สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมประเทศจีน
• เมืองสิบสองปันนา
• เส้นทาง ทิเบต - ชิงไห่ - กานซู่
• เที่ยวสิบสองปันนา
• เส้นทางคุนหมิง ต้าหลี่ ลี่เจียง แชงกรีล่า
• เมืองฉงชิ่ง อู่หลง สุ้ยหนิง ล่องเรือแม่น้ำแยงซีเกียง
• เมืองอู่ฮั่น แม่น้ำแยงซีเกียง ภูเขาบู๊ตึ๊ง
• เที่ยวต้าหลี่ ลี่เจียง
• เส้นทาง เมืองเถิงชง มณฑลยูนนาน
• เส้นทาง เจิ้งโจว - ซีอาน สุสานจิ๋นซี
• เส้นทาง จางเจียเจี้ย มณฑลหูหนาน
• ปักกิ่ง - เซี่ยงไฮ้
• เส้นทาง ฮาร์บิน เฮยหลงเจียง
• กุ้ยหลิน หยางซั่ว ล่องแม่น้ำหลีเจียง
• เส้นทาง ซินเจียง คานาสือ
• เส้นทาง เฉิงตู คังติ้ง จิ่วจ้ายโกว ง้อไบ้
• เมืองซัวเถา แต้จิ๋ว เซี่ยะเหมิน ฮ่องกง มาเก๊า
• ฮ่องกง
• เซินเจิ้น
• เส้นทางมณฑลซานซี
• มาเก๊า เที่ยวมาเก๊า
• จูไห่
   
   
   
• ถ้ำน้ำแข็งหิมะพันปี
   
ทัวร์โปรโมชั่น
โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์
• สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวทางไลน์... @oceansmiletour หรือ โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39
• โปรแกรมทัวร์แนะนำ
ทัวร์ฮานอย ฮาลองเบย์ ซาปา
ทัวร์เส้นทางสายไหม
ทัวร์คานาสือ
ทัวร์นครวัด
• KHM-1 : นครวัด นครธม บันทายสรี พนมกุเลน ล่องเรือโตนเลสาบ
• วันที่ 12 - 14 สิงหาคม 2560
• วันที่ 21 - 23 ตุลาคม 2560
ทัวร์กุ้ยหลิน
ทัวร์พุกาม มัณฑะเลย์
ทัวร์จางเจียเจี้ย
ทัวร์ลาวใต้
ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ง้อไบ้
ทัวร์ดาลัด
ทัวร์จิ่วจ้ายโกว เล่อซาน
ทัวร์ภูฏาน
ทัวร์สะพานจีน-พม่าหลงเจียง
ทัวร์ไหว้พระพิฆเนศ
ทัวร์ตงชวน
ทัวร์เลห์ลาดัก
ทัวร์ศรีลังกา
ทัวร์แคชเมียร์ • INDIA-541 : ทัวร์แคชเมียร์ ศรีนาคา พาฮาลแกม กุลมาร์ค ทะเลสาบดาล
• วันที่ 10 - 14 สิงหาคม 2560
• วันที่ 8 - 12 ก.ย., 19 - 23 ต.ค. 2560
ทัวร์อินเดีย เนปาล • INDIA-15 : ทัวร์อินเดีย เนปาล พุทธคยา ราชคฤห์ กุสินารา ลุมพินี สาวัตถี แม่น้ำคงคา พารานสี (บินตรงพุทธคยา)
• วันที่ 3 - 10 ธันวาคม 2560
• วันที่ 27 ธันวาคม - 3 มกราคม 2561
บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39 แฟ็กซ์ 0-2944 0825
เลขที่ 23/121 ซอยนวมินทร์ 161 ถ.นวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 (ใบอนุญาตเลขที่ 11/5028)
เจาะลึก...ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติ กับโอเชี่ยนสไมล์ทัวร์