พิพิธภัณฑ์แห่งชาติภูฏาน พิพิธภัณฑ์แห่งชาติภูฏาน ตั้งอยู่เหนือพาโรซอง ซึ่งตั้งอยู่ในป้อมตาซองที่เป็นหอสังเกตการณ์ในยุคโบราณของพาโรซอง ซึ่งป้อมตาซองสันนิษฐานว่าสร้่างขึ้นในปี ค.ศ.1651 แต่ไม่มีหลักฐานยืนยัดแน่ชัด ผู้สร้างคือเต็นซิน ดรุ๊กกา น้องชายต่างมารดาของท่านซับดรุงนาวัง นัมเกล สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นลปแห่งพาโรอยู่ ป้อมตาซองนี้เคยเป็นที่คุมขังอูเก็น วังชุก (ต่อมาได้ขึ้นครองราชย์เป็นปฐมกษัตริย์แห่งภูฏาน) สมัยที่ปรากกบฎในปี ค.ศ.1872 ครั้นถึงกลางทศวรรษที่ 1950 ก็ถูกทิ้งร้างให้ปรักหักพัง จนปี ค.ศ. 1965 พระเจ้าจิกมี โดร์จี วังชุก (รัชกาลที่ 3 แห่งภูฏาน) จึงโปรดฯ ให้บูรณะป้อมตาซองขึ้นมาใหม่ให้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติภูฏาน และทำพิธีเปิดเมื่อปี ค.ศ. 1968 พิพิธภัณฑ์แห่งชาติภูฏาน เปิดทำการวันอังคารถึงวันเสาร์ เวลา 09.00-17.00 น. และปิดในวันหยุดนักขัตฤกษ์ ภายในเย็นจัด เพราะมีศาสนวัตถุที่เก็บรักษาอยู่มาก การเที่ยวชมต้องเดินชมเวียนขวาตามเข็มนาฬิกา ภายในพิพิธภัณฑ์ไม่ได้มีแต่เพียงงานศิลปะแต่ยังมีงานหัตถกรรมที่เป็นข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ซากสัตว์ที่สตาฟฟ์ไว้ เครื่องแต่งกาย อาวุธชุดเกราะ และแสตมป์ ช่วยให้ผู้มาเยือนตระหนักถึงความร่ำรวยทางวัฒนธรรมของภูฏานได้โดยใช้เวลาไม่นานนัก ภายในตัวป้อมจะพบห้องโถงจัดแสดงเครื่องแต่งกาย ผ้าทอ หน้ากาก หมวกเครื่องบังเหียนอาม้าเงินดุนลาย คัมภีร์โบราณ และเรื่องราวประวัติศาสตร์ยุคแรกเริ่มของภูฏาน ห้องโถงชั้นสองจัดแสดงภาพทังกา หรือ พระบฏ นอกจากนี้ยังมีผ้าอัปปลิเกที่สะท้อนทักษะความชำนาญในงานฝีมือแขนงนี้ของชาวภูฏานได้อย่างเห็นชัด ที่น่าสนใจคือ ด้ายฟั่นขนาดยักษ์อันเป็นที่สถิตของวิญญาณชั่วร้าย ห้องแสดงแสตมป์ มีแสตมป์ภูฏานให้ชมทั้งแสตมป์กลม แสตมป์ผ้าไหม แสตมป์สามมิติ แสตมป์นูนที่ระลึกในงานพระราชพิธีราชาภิเษก และแสตมป์สามเหลี่ยมรูปเยตี นอกจากนี้ ยังมีห้องบูชาที่เก็บรักษารูปประติมากรรมดินเหนียวอยู่อีกห้องหนึ่ง