บริษัททัวร์ โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์
โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์
ท่องเที่ยว 77 จังหวัด
ใบอนุญาตเลขที่ 11/05028
ติดต่อเจ้าหน้าที่ออฟฟิต
รางวัลจากการท่องเที่ยว
ติดตามข่าวสารของเรา
ทัวร์จีน
ทัวร์อินเดีย
ทัวร์ภูฏาน
ทัวร์เนปาล
ทัวร์ศรีลังกา
เต้าเฉิง เมืองสรวงสวรรค์
ย่าติง แชงกรีล่าแห่งสุดท้าย
เมืองตันปา หุบเขาสาวงาม
ต๋ากู่ปิงชวน อุทยานสวรรค์
ซงผิงโกว ทะเลสาบเปลี่ยนสี
เมืองเดียนเบียนฟู
เมืองมกโจว
เมืองไมโจว
มณฑลซานซี
พม่า ประเทศพม่า
พุกาม
มัณฑะเลย์
ลาว ประเทศลาว
ภาษาลาว
หลวงพระบาง
ทุ่งไหหิน เชียงขวาง
ประเทศเวียดนาม
ทัวร์เวียดนาม
เที่ยวเวียดนาม
ภาษาเวียดนาม
นครวัด
ภาษาเขมร
กัมพูชา เที่ยวกัมพูชา
ประเทศเนปาล
ทัวร์เนปาล
เที่ยวเนปาล
ประเทศเกาหลี
เที่ยวเกาหลี
ภาษาเกาหลี
ประเทศภูฏาน
วัดทักซัง
ทัวร์ภูฏาน
บาหลี
บุโรพุทโธ
เกาะบาหลี
ประเทศอินเดีย
พุทธคยา
แคชเมียร์
ทัวร์อินเดีย
ประเทศศรีลังกา
ระบำศรีลังกา
วัดพระเขี้ยวแก้ว
ประเทศตุรกี
ทัวร์ตุรกี สุเหร่าสีฟ้า
เที่ยวตุรกี อิสตันบูล
ประเทศอียิปต์
มหาพีระมิดกีซ่า
อารยธรรมอียิปต์
ปักกิ่ง
ฉงชิ่ง
ซีอาน
จิ่วจ้ายโกว
จางเจียเจี้ย
ไต้หวัน
อุทยานทาโรโกะ
ทะเลสาบสุริยันจันทรา
ประเทศมาเลเซีย
ท่องเที่ยวมาเลเซีย
เก็นติ้งไฮแลนด์
มาเลเซีย มะละกา
อิหร่าน
ประเทศอิหร่าน
จัตุรัสอิหม่าม
โมร็อกโก
เมืองเฟส (Fes)
พระราชวังบาเฮีย
โครเอเชีย
อุทยานพลิตวิเซ่
สโลวีเนีย
แม่ฮ่องสอน
ปางอุ๋ง
ทุ่งดอกบัวตอง
ถ้ำแก้วโกมล
จังหวัดน่าน
ดอยภูคา
ดอยตุง
พระธาตุดอยตุง
ดอยอ่างขาง
น้ำตกลงรู
ดงนาทาม
สามพันโบก
กาญจนบุรี
ประจวบคีรีขันธ์
ราชบุรี
อยุธยา
ชลบุรี
ระยอง
จันทบุรี
ตราด
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
พังงา
ระนอง
สตูล
ข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดน่าน
ประวัติโบราณสถานวิหารไทลื้อวัดหนองแดง
(คัดลอกจากเอกสารวัดหนองแดง ต.เปือ อ.เชียงกลาง จ.น่าน)
วิหารไทลื้อ วัดหนองแดง
ตั้งอยู่ บ้านหนองแดง หมู่ที่ 1 ต.เปือ อ.เชียงกลาง จ.น่าน มีเนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 73 ตารางวา ไดรับอนุญาตให้สร้างวัด พ.ศ. 2330 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2365 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา และแสดงของเขตเล่มที่ 98 ตอนที่ 177 วันที่ 27 ตุลาคม 2524 สร้างก่อนได้รับอนุญาตให้สร้างมาแล้วหลายปี นามเจ้าอาวาสผู้สร้างได้แก่ พระธรรมวงศ์ ครูบานาย ครูบาอาณา และผู้ก่อสร้างพระประธารองค์ปัจจุบัน คือ ครูบาสิทธิการ อันเป็นที่มาของนามสกุล สุทธการ ของชาวบ้านหนองแดงปัจจุบัน
การบูรณะ
บูรณะมาแล้วหลายครั้ง ที่พอจำได้ บูรณะครั้งแรกประมาณปี พ.ศ. 2492 ครั้งที่สอง วันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2538 โดยพระครูนันทชัยคุณ เจ้าคณะอำเภอเชียงกลาง เป็นวัดลักษณะสถาปัตยกรรมแบบไทลื้อสร้างมากว่า 200 ปี สิ่งที่น่าสนใจ ภายในวัด มีดังนี้
ฐานชุกชี
ที่ประดิษฐ์องค์พระประธานเป็นลักษณะแท่นยกสูง ก่อฐานแบบชาวบ้าน พันรอบด้วยนาคเรียกว่า นาคบัลลังก์ เพราะเลื้อยพันรอบองค์พระประธานตวัดหางสู่เบื้องบน ดูงดงามตามฝีมือของช่างชาวบ้าน
ลักษณะสถาปัตยกรรม
มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร มีหลังคาที่ชันมาก เพื่อระบายน้ำฝนได้อย่างรวดเร็ว
จิตรกรรมฝาผนัง
ด้านหลังของฐานชุกชีที่ก่อเป็นอิฐเรียงทรงสูงเป็นผนัง จะมีรูปเขียนเป็นจิตรกรรมเกี่ยวกับเรื่องพระโพธิสัตว์ และเรื่องทศชาติชาดก น่าศึกษาติดตาม เพราะเป็นลักษณะพิเศษของงานสถาปัตยกรรมพื้นบ้านแบบไทลื้อที่น่าสนใจ
ช่อฟ้า
มีความเป็นเอกลักษณ์ที่น่ายกย่องของชาวไทลื้อ ลักษณะของช่อฟ้าจะเกิดจากความนับถือหงส์และช้างที่ชาวไทลื้อถือว่าเป็นสัตว์ชั้นสูงมาจากสรวงสวรรค์ ช่างจึงนำเอาลักษณะรูปแบบของช้างและหงส์มารวมเป็นตัวเดียวกัน โดยให้ส่วนศีรษะเป็นช้างส่วนตัวเป็นหงส์ แกะด้วยไม้สักทอง มีชื่อเรียกว่า นกหัสดีลิงค์
ใบระกา
เป็นลักษณะพิเศษที่ช่างฝีมือท้องถิ่นได้ทำขึ้นโดยทำเป็นแผ่นไม้เรียบๆ แต่ฉลุลวดลายอ่อนช้อยต่อเนื่องกันลงกลางแผ่นไม้ด้านนอก
เชิงชาย
มีลวดลายฉลุเป็นแผ่นไม้นำมาเรียงต่อเนื่องกันเป็นแบบลวดลายน้ำหยาด มีลักษณะสวยงาม ซึ่งเป็นลวดลายเฉพาะของชาวไทลื้อ
วัสดุมุง
มุงด้วยกระเบื้องไม้ที่เรียกว่า แป้นเกล็ด ทั้งนี้เพราะไม้เป็นวัสดุท้องถิ่นหาได้ง่ายราคาถูก และช่างมีความชำนาญในการทำโดยตัดไม้เป็นแผ่นๆ ด้านบนเป็นแนวตรง ด้านล่างเป็นทางมน วัสดุที่ใช้ยึดกระเบื้องไม้ติดกับไม้ระแนงคือ เดือยไม้
หน้าบัน
ออกแบบเป็นลวดลายไม้ที่มาจากลายดอกธรรมชาติแล้วนำมาจัดเว้นช่องไฟ จัดระยะได้อย่างเหมาะสม งดงาม โดยจัดเป็นช่องเท่าๆกัน มีดอกไม้กำลังบานอยู่ตรงกลาง และมีแผ่นกระจกเงาติดอยู่ตรงกลางหน้าบันพอดี ซึ่งเชื่อว่าคือสิ่งสะท้อนความชั่วร้ายไม่ให้กล้ำกรายเข้ามาภายใน และใช้ประดับตกแต่งเพื่อให้เกิดความสวยงาม
ฝ้าเพดาน
แต่เดิมทางภาคเหนือจะไม่มีฝ้าเพดาน แต่ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ ได้มีการใช้ฝ้าเพดานเข้ามาเป็นส่วนตกแต่งภายในให้ดูสง่างามขึ้น ฝ้าเพดานจะมีลวดลายจากธรรมชาตินำมาตกแต่งเป็นช่องๆ เว้นระยะช่องไฟได้อย่างถูกต้อง และลวดลายยังกลมกลืนกับลายเสา ซึ่งเมื่อดูแล้วทำให้เกิดความศรัทธาและศักดิ์สิทธิ์
ธรรมาสน์
ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสก่อสร้างติดกับพื้นเคลื่อนที่ไม่ได้ สร้างด้วยอิฐถือปูนมีลวดลายปูนปั้นทั้ง 4 ด้าน ส่วนกลางโล่งมีฝาปิดสามด้าน อีกด้านเป็นประตูให้พระสงฆ์ขึ้นไปนั่งเทศน์ แกะสลักเป็นลายดอกไม้เครือเถาประดับหลังคาของธรรมาสน์จะทำเป็นชั้นๆ ตามความเชื่อและการนับถือ เปรียบเสมือนวิมานที่เป็นชั้นๆ นอกจากนั้นยังลดความรู้สึกอึดอัดและความหนักลงส่งผลไม้เกิดความงดงามตามมา หลังคาซ้อนกันนี้ยังสามารถป้องกันเสียงสะท้อนโดยสร้างหลังคาให้สูง มีช่องอากาศตรงกลางระหว่างฝ้าเพดานกับหลังคา ซึ่งจะช่วยการระบายถ่ายเทความร้อนได้ดี
สัตตภัณฑ์
เป็นแบบชั้นบันได ราวบันไดจะทำเป็นรูปนาค สลักลายข้าง และประดับด้วยกระจกที่ชั้นบันไดอย่างวิจิตร ตรงผนังด้านบนสุดสลักลายเครือเถาสวยงาม
หน้าต่าง
เดิมช่องหน้าต่างจะเจาะช่องเล็กๆ แคบมากเพราะผนังอิฐก่อแบบโบราณไม่มีเสารับน้ำหนัก แต่น้ำหนักทั้งหมดลงที่ฐานด้วยผนังหนานี้ เรียกว่า ระบบผนังรับน้ำหนัก ซึ่งเป็นวิธีเก่าแก่ดั้งเดิมของช่างชาวล้านนา จึงเจาะผนังกว้างๆไม่ได้ เพราะจะเสียกำลังในการรับน้ำหนัก การปล่อยให้แสงสว่างเข้ามายังองค์พระประธานแต่น้อย เป็นความรู้สึกอย่างหนึ่งที่ผู้สร้างต้องการให้แสงสว่างลอดส่องเข้ามาพุ่งตรงไปที่พระประธานเท่านั้น เพื่อเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์แก่องค์พระปฏิมาจะได้เกิดสมาธิที่แน่วแน่แก่ผู้ที่เข้าไปกราบไหว้ เคารพบูชา
ประตู
ประตูมีขนาดกว้าง 1.50 เมตร มีบานเปิด ปิด ที่บานประตูจะใช้บายพับยึดแต่จะใช้เดือยไม้ที่ติดกับบานสวมเข้าไปในวงกบทั้งบนและล่าง ลักษณะวงกลเป็นแผ่นไม้ขนาดใหญ่หนา 3 นิ้ว กว้าง 50 เซนติเมตร แกะสลักเป็นลวดลายดอก
ผนัง
ก่อด้วยอิฐหนา 0.50 เมตร เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นกำแพงรับน้ำหนักโครงสร้างของหลังคาให้มีความมั่นคง แข็งแรงทนทาน อันหมายถึงความเจริญทางศาสนาพุทธที่มั่นคง รวมทั้งทำให้บรรยากาศภายในอุโบสถอบอุ่น
เสา
บริเวณผนังจะไม่มีเสา เพราะอาศัยกำแพงรับน้ำหนักขึ้นมาแทน แต่จะก่อเสาหรอกขึ้นเพื่อจะทำให้ดูแล้วผนังไม่เรียบไม่ขัดสายตาของผู้ดู ส่วนภายในจะมีเสาไม้ขนาด 0.50 เมตร ซึ่งเป็นเสากลมที่มีขนาดใหญ่ขึ้นไปรับโครงหลังคาที่อยู่สูงที่กำแพงรับน้ำหนักไท้สามารถขึ้นไปรับได้ และตกแต่งให้ดูสวยงาม ด้วยลวดลายจากธรรมชาติเป็นเครือเถาและดอกไม้ต่างๆ
ลวดลายประดับ
ตกแต่งที่ฐานชุกชี ธรรมาสน์ อาสนสงฆ์ หน้าบัน ปั้นลม และเชิงชายต่างๆ เป็นการทำงานของช่างไทลื้อแบบดั้งเดิม ผสมผสานกับความเชื่อและตำนานพื้นบ้านลายพื้นบ้านเดิมมักจะได้มาจากธรรมชาติ และพิธีกรรมพื้นบ้าน เช่น ลายหัวเสาประตูทางเข้าที่ได้มาจากการประดับตกแต่งพิธีบายศรีรับขวัญ เป็นรูปกระทงใบตองซ้อนๆ กันหลายๆ ชั้น โดยจะเอามาเพียงชั้นเดียวทำเป็นรูปแบบลายหัวเสาที่กำแพงเตี้ยทางเข้าหน้าวัด เป็นต้น
คันทวย
มีการแกะสลักจิตนาการลวดลายเถาวัลย์ รูปสัตว์ในป่าหิมพานต์ด้วยปริศนาธรรมอย่างน่าสนใจ อันแสดงให้เห็นถึงความเจริญทางด้านคุณธรรม จริยธรรมของคนโบราณ
รูปทรง
จะมีลักษณะที่ดูเตี้ยทึบหลังคาทรงสูง แต่ทั้งนี้เมื่อได้เข้าไปในวิหารจะรู้สึกว่าอากาศถ่ายเทดี อากาศเย็น มีแสงสว่างเข้ามาสะท้อนกับพระประธาน และลวดลายต่างๆ ที่เป็นสีทอง ทำให้เกิดแสงสะท้อนเกิดความขลังศักดิ์สิทธิ์และความศรัทธาของผู้ที่ได้พบเห็น
ขอบเขต
มีถนนตัดผ่านเข้าออกภายในวัด สะดวกภูมิทัศน์โปร่งโล่ง มีเจดีย์เป็นแกนสำคัญของวัดหนึ่งองค์ มีต้นโพธิ์อายุหลายร้อยปี
โบราณสถานวิหารไทลื้อวัดหนองแดง เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทลื้อที่หาดูได้ยากยิ่งในปัจจุบัน และเป็นวิหารไม้รุ่นสุดท้ายที่คงรูปทรงเดิมที่ยังหลงเหลือของร่องรอยของช่างโบราณรุ่นเก่าอยู่.....
วิหารนี้จึงนับว่าเป็นสิ่งที่ควรอนุรักษ์ไว้สืบไป......
น่าน จังหวัดน่าน โรงแรมน่าน ดอยภูคา ดอยเสมอดาว เที่ยวน่าน ทัวร์น่าน
แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง
น่าน จังหวัดน่าน
น่าน เดิมมีชื่อว่า นันทบุรี หรือ วรนคร เป็นเมืองชายแดนแห่งล้านนาตะวันออก มีความเก่าแก่รุ่นเดียวกับกรุงสุโขทัย มีเจ้าผู้ครองนคร ๖๔ พระองค์
ดอยภูคา
อุทยานแห่งชาติดอยภูคา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามของจังหวัดน่าน มี ต้นชมพูภูคา เต่าร้างยักษ์ (เต่าร้างน่านเจ้า) พบที่เดียวในโลก รวมทั้งวิวทิวทัศน์ของขุนเขา ทะเลหมอก
วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดภูมินทร์
วัดพระธาตุแช่แห้ง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดน่าน (พระธาตุประจำปีเกิดปีเถาะ) วัดภูมินทร์ วัดที่สวยงามด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนัง
ดอยเสมอดาว ผาชู้
อุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีสถานที่สวยงามมากมาย อาทิ เสาดินและคอกเสือ จุดชมวิวผาชู้ จุดชมวิวดอยเสมอดาวและผาหัวสิงห์ แก่งหลวงและเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
วัดพระธาตุช้างค้ำ
เดิมเรียก วัดหลวง หรือ วัดหลวงกลางเวียง สร้างขึ้นในสมัยเจ้าปู่แข็ง พ.ศ. ๑๙๓๙ สำหรับทำพิธีสำคัญทางพุทธศาสนาและพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา
วัดหนองบัว บ้านหนองบัว
วัดหนองบัวเป็นวัดที่เก่าแก่ประจำหมู่บ้านหนองบัว อ.ท่าวังผา เป็นสถาปัตยกรรมไทยล้านนาที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งหาดูได้ยากมากในสมัยนี้
วัดมิ่งเมือง
มีองค์พระประธาน หลวงพ่อพระศรีมิ่งเมือง เป็นศิลปะเชียงแสน มีอายุ 400 กว่าปี และเป็นสถานที่ตั้งศาลหลักเมืองของจังหวัดน่าน
วัดหนองแดง
สถาปัตยกรรมไทยลื้อ สถาปัตยกรรม มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร จิตรกรรมฝาผนัง ด้านหลังของฐานชุกชีเป็นลักษณะพิเศษของงานสถาปัตยกรรมพื้นบ้านแบบไทลื้อ
ข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดน่าน
ท่องเที่ยวน่าน รวมรูปแหล่งท่องเที่ยวน่าน
น่าน แผนที่น่าน ประวัติศาตร์น่าน
เที่ยวน่าน รวมรูปแหล่งท่องเที่ยวเที่ยวน่าน
ท่องเที่ยว อำเภอเมือง อำเภอบ้านหลวง
ทัวร์น่าน รวมรูปแหล่งท่องเที่ยวทัวร์น่าน
ท่องเที่ยว อำเภอท่าวังผา อำเภอปัว
อุทยานแห่งชาติ แม่จริม ล่องแก่งน้ำว้า
ท่องเที่ยว อำเภอเชียงกลาง อำเภอสองแคว
บ้านมณีพฤกษ์ แผ่นดินดอย
ท่องเที่ยว อำเภอทุ่งช้าง อำเภอบ่อเกลือ
อุทยานแห่งชาตขุนสถาน
อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย นาหมื่น แม่จริม
ตำนานแข่งเรือเมืองน่าน
เดินทาง โรงแรมจังหวัดน่าน ร้านอาหาร
อุทยานแห่งชาตินันทบุรี
กว่าง นักสู้แห่งขุนเขาหรือศึกชิงนาง
อุทยานแห่งชาติขุนน่าน
วนอุทยาน ผาตูบ
อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน
ชมพูภูคา พันธุ์ไม้มหัศจรรย์
ทัวร์โปรโมชั่น
โปรแกรมทัวร์แนะนำ
UQ-875 :
เส้นทางสายไหม ลั่วหยาง อูรูมูฉี ขี่อูฐ ถ้ำตุนหวง ภูเขาหิมะเทียนซาน หลานโจว จางเย่ ภูเขาสายรุ้ง ด่านเจียยี่กวน ตุนหวง สระน้ำวงพระจันทร์ ถ้ำโมเกาคู
วันเดินทาง 7 - 14 มีนาคม, 14 - 21 มีนาคม
2569
ชมความมหัศจรรย์ของ ภูเขาสายรุ้ง Rainbow Mountain กับธรรมชาติที่สรรค์สร้าง
ชม ถ้ำตุนหวง ถ้ำหินแกะสลักขนาดใหญ่ที่สุดของจีน ถ้ำพุทธศิลป์ที่ได้ขึ้นเป็นมรดกโลก
สนุกสนานการการ ขี่อูฐกลางทะเลทราย ไปชม ทะเลสาบวงพระจันทร์
ชม ภูเขาหิมะเขาเทียนซาน (มรดกโลก) ชมวิวภูเขาหิมะที่โด่งดังของเมืองอูรูมูฉี
TAO655-SL :
สีสันชิงเต่า หลินอี๋ หนี่ซาน ไท่อัน ซาซือโขว่ เสี่ยวม่ายเต่า ป้าตากวน Cyberpunk Beach โรงเบียร์ชิงเต่า สะพานจ้านเฉียว เมืองโบราณหลังหยา
วันเดินทาง
7 - 12 มกราคม, 23 - 28 มกราคม, 11 - 16 มีนาคม, 1 - 6 เมษายน, 22 27 เมษายน 2569
เที่ยวชม
เมืองชิงเต่า เมืองที่ตึกรามบ้านช่องสไตล์แบบยุโรป
เที่ยวชม ซาจือโข่ว (Shazikou) จุดเช็คอินที่มีฉากหมู่บ้านสไตล์อิตาลี่ที่กำลังโด่งดังในโซเชี่ยล
เที่ยวชม เมืองหนี่ซาน เที่ยวชมแดนสวรรค์อุทยานขงจื้อ ชม รูปปั้นขงจื๊อที่ใหญ่ที่สุดในโลก
CSX651-SL :
ฉางซา จางเจียเจี้ย ภูเขาอวตาร ประตูสวรรค์ เมืองโบราณฟ่งหวง เมืองโบราณฝูหรงเจิ้น เขาเทียนเหมินซาน สะพานแก้ว วัดไคฝู โชว์จิ้งจอกขาว
วันเดินทาง 6 - 11 มีนาคม, 17 - 22 มีนาคม, 20 - 25 มีนาคม, 24 - 29 เมษายน 2569
เที่ยวครบ 4 ไฮไลท์ ถ้ำประตูสวรรค์ ภูเขาอวตาร สะพานแก้วและวัดไคฝู
นอนที่เมืองโบราณฝูหรงเจิ้น และในเมืองโบราณฟงหวง ถ่ายรูปสวยๆแสงสีแสงไฟยามค่ำคืน
DEL765-AI :
เส้นทาง 5 เมืองมรดกโลก เดลี อัครา ชัยปุระ มุมไบ ออรังกาบัด ทัชมาฮาล ซิตี้พาเลซ พระราชวังสายลม ถ้ำอชันตา ถ้ำเอลโลร่า กุตุบมีนาร์
วันเดินทาง 15 - 21 กุมภาพันธ์ 2569
ชมเส้นทางมรดกโลกอารยธรรมโมกุลและอารยธรรมราชบุตรที่ เดลี - อัครา ชัยปุระ - มุมไบ - ออรังกาบัด
เที่ยวถ้ำพุทธศิลป์ ถ้ำอชันตา และ ถ้ำเอลโลร่า (มรดกโลก) เมืองออรังกาบัด
เที่ยว ทัชมาฮาล สิ่งมหัศจรรย์ของโลก - อาหารดี - โรงแรม 4 -5 ดาว - มีอาหารไทย - บินภายใน
INDIA877 :
อินเดีย เนปาล พุทธคยา ราชคฤห์ กุสินารา ลุมพินี สาวัตถี ล่องเรือ สารนาท พารานสี
วันเดินทาง 4 - 11 กุมภาพันธ์, 11 - 18 มีนาคม 2569
เที่ยวครบ 4 สังเวชนียสถาน พุทธคยา กุสินารา ลุมพินี สาวัตถี พาราณสี
ชม ล่องเรือแม่น้ำคงคา เที่ยวชม วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี
พักโรงแรม 4-5 ดาว - มีอาหารไทย - มีพระวิทยากร - บินการบินไทย
DEL645-TG :
เดลี ถ้ำอชันตา ถ้ำเอลโลร่า ทัชมาฮาล อัคราฟอร์ท - กุตุบมีนาร์ - Red Fort เที่ยว 7 มรดกโลก
วันเดินทาง 18 23 กุมภาพันธ์ 2569
ชม ถ้ำอชันตา ถ้ำเอลโลร่า เมืองออรังกาบัด
เที่ยวชม ทัชมาฮาล และ อัคราฟอร์ท เมืองอัครา
อาหารดี - โรงแรม 4 - 5 ดาว - บินการบินไทยและบินภายใน 2 ไฟลท์
สอบถามทัวร์เพิ่มเติม
ID Line Office :
@oceansmiletour
คุณเล็ก โทร.082-3656241 ID Line : lekocean2
คุณโจ้ โทร.093-6468915 ID Line : oceansmile
รับทำกรุ๊ปเหมา เที่ยวส่วนตัว ดูงาน
ประเทศจีน (ทุกเมือง) อินเดีย (ทุกเมือง)
เนปาล ภูฏาน บาหลี ศรีลังกา ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า
บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-36
เลขที่ 23/121 ซอยนวมินทร์ 161 แยก1-4 ถ.นวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230
Hotline 0-936468915, 0-823656241 ใบอนุญาตเลขที่ 11/05028