สถานที่ท่องเที่ยว โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์







• ข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดน่าน
• สถานที่ท่องเที่ยว อ.ท่าวังผา จ.น่าน

วัดหนองบัว ท่าวังผา

วัดหนองบัว ท่าวังผา

วัดหนองบัว ท่าวังผา

บ้านหนองบัว ท่าวังผา

• อำเภอท่าวังผา
• ที่ราบลุ่มน้ำน่านทางทิศเหนือของจังหวัด ในอำเภอท่าวังผาและอำเภอปัว เป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ คำว่า “ท่าวังผา” บ่งบอกให้เห็นสภาพภูมิประเทศซึ่งมีลักษณะเป็น “วัง” อุดมด้วยปลานานาชนิด สองฝั่งแม่น้ำน่านขนาบด้วยหน้าผาสูงชัน สายน้ำสายนี้ในอดีตเคยเป็นเส้นทางขนส่งของป่า อาทิ ต๋าว,ตาว (ซึ่งมีเนื้อในเมล็ดอ่อน เรียกว่าลูกชิด เชื่อมกินได้) หวาย และเกลือ จากดอยสูงด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินและแหล่งน้ำ เมืองปัวและเชียงกลางจึงเป็นที่ตั้งถิ่นฐานบ้านเมืองของไทลื้อมาหลายร้อยปี วัฒนธรรมอย่างหนึ่งของชาวไทลื้อ คือ การทอผ้าลายน้ำไหลซึ่งสะท้อนให้เห็นคติความเชื่อ ฝีมือเชิงช่าง และจินตนาการทางศิลปะของชุมชนชาวไทลื้อเป็นอย่างดี
หมู่บ้านไทลื้อหนองบัว บ้านหนองบัว ตำบลป่าคา จากตัวเมืองน่านใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๐ ระยะทาง ๔๑ กิโลเมตร ก่อนถึงอำเภอท่าวังผามีทางแยกซ้ายไปอีก ๓ กิโลเมตร หมู่บ้านแห่งนี้มีฝีมือในการทอผ้าพื้นเมืองที่สวยงาม เรียกว่า “ผ้าลายน้ำไหล” ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน นับเป็นหัตถกรรมที่ตกทอดมาหลายยุคหลายสมัย
วัดหนองบัว หมู่บ้านหนองบัว ตำบลป่าคา ไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๐ เลี้ยวซ้ายกิโลเมตรที่ ๔๐ ข้ามสะพานแล้วเข้าไปอีก ๓ กิโลเมตร วัดหนองบัวเป็นวัดเก่าแก่ของหมู่บ้าน จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านทำให้สันนิษฐานได้ว่าวัดไทลื้อแห่งนี้สร้างราว พ.ศ. ๒๔๐๕ (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๔) ภาพจิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์เล่าเรื่องในปัญญาสชาดก ซึ่งเป็นพระชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า สันนิษฐานว่าเขียนโดย “ทิดบัวผัน” ช่างเขียนลาวพวนที่บิดาของครูบาหลวงสุ ชื่อนายเทพ ซึ่งเป็นทหารของเจ้าอนันตยศ (เจ้าเมืองน่านระหว่าง พ.ศ. ๒๓๙๕-๒๔๓๔) ได้นำมาจากเมืองพวน ในแคว้นหลวงพระบาง นอกจากนั้นยังมีนายเทพและพระแสนพิจิตรเป็นผู้ช่วยเขียนจนเสร็จ และยังมีภาพของเรือกลไฟ และดาบปลายปืนซึ่งเริ่มเข้ามาในประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ ๔ ถึงรัชกาลที่ ๕ ภาพจิตรกรรมที่วัดหนองบัวแห่งนี้ ได้สะท้อนให้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการแต่งกายของผู้หญิงที่นุ่งผ้าซิ่นลายน้ำไหล หรือผ้าซิ่นตีนจกที่สวยงาม นับว่ามีคุณค่าทางศิลปะและความสมบูรณ์ของภาพใกล้เคียงกับภาพจิตรกรรมฝาผนังของวัดภูมินทร์ในเมืองน่าน นอกจากภาพจิตรกรรมแล้วที่ฐานพระประธานยังประดิษฐานพระพุทธรูปล้านนาองค์เล็กอยู่หลายองค์ และยังมีบุษบกสมัยล้านนาอยู่ด้วย นอกจากนี้มีบ้านจำลองไทลื้อ (เฮือนไทลื้อมะเก่า) มีอุปกรณ์การประกอบอาชีพของชาวไทลื้อจัดแสดงไว้
ศูนย์จำหน่ายผ้าลายน้ำไหลไทลื้อ ตั้งอยู่บ้านหนองบัว ตำบลป่าคา อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอท่าวังผา ประมาณ 5 กม. เป็นศูนย์การผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าลายน้ำไหลไทลื้อที่มีชื่อเสียงโด่งดังมานานของจังหวัดน่าน ฝีมือถักทอปราณีตสวยงามเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ    
บ่อน้ำร้อนโป้งก แหล่งท่องเที่ยวบ่อน้ำร้อนโป่งกิ ตั้งอยู่ในเขตวนอุทยานแห่งชาตินันทบุรี ล้อมรอบด้วยภูเขา อยู่ที่บ้านน้ำกิ หมู่ที่ 5 ตำบลผาทอง สถานที่ท่องเที่ยวบ่อน้ำร้อนโป่งกิมีที่อาบน้ำ เช่น ที่อาบน้ำแบบแช่ จำนวน 2 หลัง ที่อาบน้ำ แบบตักอาบ จำนวน 4 ห้อง รวมถึงบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว 2 หลัง และศาลาพักร้อน 6 หลัง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ ที่น่าสนใจเพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเดียวใน จังหวัดน่านที่มีบ่อน้ำพุร้อน นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ - มอเตอร์ไซด ์ส่วนฤดูฝนควรใช้รถยนต์ชนิดขับเคลื่อนสี่ล้อ จากอำเภอท่าวังผาไปยังทางอำเภอสองแคว ประมาณ 17 กิโลเมตร เลี้ยวซ้าย เข้าบ้านปางสา ผ่านบ้านน้ำลักใต้จนถึงบ้านน้ำกิ ระยะทางรวมจากอำเภอท่าวังผา ถึงแหล่งท่องเที่ยว 35 กิโลเมตร
ดอยวาว ตั้งอยู่ในเขตอนุรักษ์ต้นน้ำคาง ตำบลผาทอง เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ธรรมชาติงดงามล้อมรอบด้วยขุนเขา ป่าสน ต้นไม้ขนาดใหญ่และต้นดอกซากุระ อากาศหนาวเย็นตลอดปี สามารถมองเห็นทัศนียภาพ อำเภอท่าวังผาได้ชัดเจนและสวยงาม มีบ้านพักรับรอง 3 หลัง สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ 50 คน ระยะทางห่างจากที่ว่าการอำเภอท่าวังผาประมาณ 33 กม. ถนนลาดยาง 29 กม. ลูกรัง 4 กม.
น้ำตกสันติสุข อยู่บ้านสันติสุข หมู่ที่ 7 ตำบลแสนทอง เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม มีทั้งหมด 3 ชั้น มีป่าไม้ที่อนุรักษ์ไว้ในบริเวณ ประมาณ 150 ไร่ โดยได้ใช้งบประมาณ ขององค์การบริหารส่วนตำบลแสนทอง เข้าไปดำเนินการในปีงบประมาาณ พ.ศ. 2541 โดยได้ทำการปลูกต้นไม้ เพื่อเป็น แหล่งท่องเที่ยว และมีห้องน้ำห้องส้วมไว้บริการให้นักท่องเที่ยว ด้วยระยะทางจากอำเภอท่าวังผา ไปถึงน้ำตกสันติสุขมีระยะทาง ประมาณ 15 กิโลเมตร มีถนนคอนกรีตเข้าไปถึงตัวน้ำตกและทางองค์การบริหารส่วนตำบลแสนทองก็ได้จัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของตำบล    
ดอยติ้ว ตั้งอยู่ในเขตตำบลศรีภูมิ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ธรรมชาติงดงามอากาศเย็นสบาย สามารถมองเห็นทัศนียภาพ อำเภอท่าวังผา ได้ชัดเจนและสวยงาม อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอท่าวังผา 20 กม. ถนนลาดยาง ตลอดสาย
ร้านของฝาก-ช้อปปิ้ง
จันสมการทอ อยู่ที่หลังวัดหนองบัวในหมู่บ้านหนองบัว มีร้านผ้าไทยลื้อแบบต่างๆมากมายครับ
ร้านข้าวหลาม อยู่ระหว่างเส้นทางในเขต อ.ท่าวังผา มีร้านขายข้าวหลามอยู่หลายร้าน มีไส้เผือก ไส้สังขยา ไส้ถั่ว ถ้าเดินทางผ่านก็อย่าลืมแวะซื้อนะครับ รสชาดหวาน มัน อร่อยครับ

• สถานที่ท่องเที่ยว อ.ปัว จ.น่าน

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

อำเภอปัว
ต้นดิ๊กเดียม ในวัดบ้านปรางค์ ตำบลปัว เป็นต้นไม้ที่มีลักษณะพิเศษคือใบไม้จะไหวสั่นทุกครั้งที่ถูกคนสัมผัส ชื่อพื้นเมืองคือ ดิเดียม ดีบเดียม และดิกดอย ประโยชน์คือ ใช้ทำยาสมุนไพร การเดินทาง จากจังหวัดน่านเดินทางด้วยตามหลวงหมายเลข ๑๐๘๐ และ ๑๒๕๖ สู่อำเภอปัว ก่อนถึงตัวอำเภอเล็กน้อยมีสามแยกตรงข้ามตลาดเทศบาล ๑ ให้เลี้ยวซ้ายไปประมาณ ๑ กิโลเมตร เข้าสู่วัดบ้านปรางค์
วัดพระธาตุเบ็งสกัด ไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๒๕๖ ทางเข้าตรงข้ามโรงเรียนวรนคร เข้าไปประมาณ ๒๐๐ เมตร และแยกซ้ายอีก ๒๐๐ เมตร ณ บ้านแก้ม หมู่ที่ 5 ตำบลวรนคร ตั้งอยู่บริเวณที่สันนิษฐานว่าพระยาภูคาได้สร้างเมืองปัวโบราณหรือเมืองวรนครเพื่อให้ เจ้าขุนฟอง พระราชบุตรบุญธรรมมาปกครองซึ่งปัจจุบันเป็นที่ว่าการอำเภอปัว คำว่าเบ็งสกัด หมายถึง สิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดจากบ่อดินที่ใช้ไม้แหย่ลงไปแล้วขาดเป็นท่อน ๆ เหมือนมีอะไรมากัดให้ขาด และมีแสงเกิดขึ้นในคราวเฉลิมฉลอง องค์พระธาตุและพระวิหารสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๑๘๒๖ ภายในองค์พระเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งถือเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน เป็นสถาปัตยกรรมของช่างน่าน วัดตั้งอยู่บนเนินสูงมองเห็นหมู่บ้านอยู่เบื้องล่าง โดยรอบเป็นป่าละเมาะ ด้านหลังเป็นเนินเขา นับเป็นการเลือกสรรชัยภูมิที่ส่งให้วัดดูโดดเด่นเป็นสง่า หากมาช่วงฤดูฝนจะมองเห็นนาข้าวเขียวขจีของหมู่บ้านเบื้องล่าง ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของวิหารเป็นทรงตะคุ่มแบบพื้นบ้านไทลื้อ หรือที่เรียกว่า “ทรงเตี้ยแจ้” วิหารเป็นหลังคา 2 ชั้น 2 ตับ มุงด้วยแป้นเกล็ด (ทำจากไม้สักทอง) เป็นศิลปะไทลื้อ พื้นเมือง มีซุ้มประตูเป็นศิลปะล้านช้าง มีการบูรณะในสมัยพระยาอนันตยศ และโปรดให้นำพระแก้วซึ่งมีเกศาเป็นทองคำบรรจุในองค์พระธาตุ องค์พระประธานเป็นศิลปะแบบพื้นบ้านประดิษฐานบนฐานชุกชี และด้านหลังองค์พระประธานติดกระจกเงาตามความเชื่อของชาวไทลื้อ และบานประตูไม้จำหลักเป็นศิลปะพื้นเมืองน่าน
วัดต้นแหลง (วัดโบราณไทยล้านนา) ที่ตั้ง หมู่ 2 ตำบลไทยวัฒนา สันนิษฐานว่าสร้างประมาณ พ.ศ. ๒๑๒๗ วิหารทรงตะคุ่มหลังคาลาดต่ำ ซ้อนกัน ๓ ชั้น ลักษณะเดียวกับบ้านเรือนแบบเดิมของชาวไทลื้อแถบสิบสองปันนา ผนังเจาะช่องหน้าต่างเล็กๆ เพื่อป้องกันอากาศหนาวเย็น ประตูทางเข้าตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก เพื่อให้แสงแรกของวันสาดส่องมาต้ององค์พระประธาน และเพื่อให้พุทธศาสนิกชนที่เข้ามาในวิหารมุ่งความสนใจไปที่องค์พระประธาน ทั้งยังก่อให้เกิดบรรยากาศที่สงบนิ่งเหมาะกับการน้อมจิตสู่สมาธิ
การเดินทาง จากอำเภอเมือง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๐ เมื่อเริ่มเข้าเขตตัวเมืองปัวให้สังเกตธนาคารกสิกรไทย สาขาอำเภอปัว แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยก่อนถึงธนาคาร ขับตรงเข้าไปจนถึงวงเวียนให้เลี้ยวขวาอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร
อุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีพื้นที่ทั้งหมด ๑,๐๖๕,๐๐๐ ไร่ หรือ ประมาณ ๑,๗๐๔ ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 8 อำเภอในจังหวัดน่าน คือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอท่าวังผา อำเภอปัว อำเภอเชียงกลาง อำเภอทุ่งช้าง อำเภอบ่อเกลือ อำเภอสันติสุข และอำเภอแม่จริม อุทยานแห่งชาติดอยภูคาเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มีทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่ามีความสำคัญต่อระบบนิเวศ เทือกเขาดอยภูคาประกอบด้วยแนวภูเขาสูงสลับซับซ้อน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของปลายเทือกเขาหิมาลัย โดยมียอดภูคาเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดน่าน สูงถึง ๑,๙๘๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล ดอยภูคาเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำน่าน ลำน้ำปัว และลำน้ำว้า บริเวณนี้เดิมเคยเป็นทะเลมาก่อน ก่อนจะเกิดการเคลื่อนตัวของแผ่นดินสองผืนใต้ทะเลเข้าหากัน ทำให้แผ่นดินโก่งตัวขึ้น น้ำทะเลใต้ดินระเหยไปเหลือเพียงสินแร่เกลือ ดังที่พบในอำเภอบ่อเกลือ และการค้นพบสุสานหอยทะเลอายุประมาณ ๒๐๐ ล้านปี บนดอยภูแวที่บ้านค้างฮ่อ ตำบลสะกาด อำเภอปัว มีลักษณะเป็นหอยแครงสองฝา ดร.จงพันธ์ จงลักษณ์มณี นักธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี สรุปว่า เป็นซากหอยที่มี ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า พาลีโอคาร์ดิต้า สปีชี่ (Paleocardita Species) อายุ ๑๙๕-๒๐๕ ล้านปี จัดอยู่ในยุคไทรแอสซิก (Triassic) ตอนปลาย ป่าไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ประกอบด้วยป่า 6 ประเภท ป่าดงดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าสนธรรมชาติ และทุ่งหญ้า เป็นแหล่งของพันธุ์ไม้หายากใกล้สูญพันธุ์และพรรณไม้เฉพาะถิ่น ได้แก่ ต้นชมพูภูคา (Bretschneidera sinesis Hemsl.) ซึ่งเป็นพืชหายากในประเทศไทยจะพบเพียงแห่งเดียวที่ป่าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่สูงถึง 25 เมตร ออกดอกเดือนมกราคม-ต้นมีนาคม ในเขตป่าดิบเป็นแหล่งต้นเต่าร้างยักษ์ เป็นพรรณไม้เฉพาะถิ่นของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา เป็นปาล์มลำต้นเดียวปาล์มดึกดำบรรพ์ เมเปิ้ลใบห้าแฉก ต่างจากเมเปิ้ลที่อื่นซึ่งมีสามแฉก และกระโถนพระฤาษี เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งนกเฉพาะถิ่นที่หายากสองชนิด คือ นกมุ่นรกตาแดง นกพญาไฟใหญ่ และนกพงใหญ่พันธุ์อินเดียช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว คือ ฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ย ๑๕-๒๗ องศาเซลเซียส
สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ
ชมพูภูคา ดอยภูคานับเป็นบ้านแห่งสุดท้ายของต้นชมพูภูคาพันธุ์ไม้หิมาลัย ดร.ธวัชชัย สันติสุข ผู้เชี่ยวชาญพฤกษศาสตร์ป่าไม้ กรมป่าไม้ เป็นผู้สำรวจพบเป็นครั้งแรกในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๒ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ชมพูภูคาจะผลิดอกตามปลายกิ่งเป็นช่อสีชมพูยาว ๓๐-๓๕ เซนติเมตร เมื่อบานจะทำให้ช่อดอกเป็นพุ่มสวยงาม ชมพูภูคาเป็นพันธุ์ไม้ที่เคยมีการสำรวจพบตามหุบเขาแถบมณฑลยูนนานทางตอนใต้ของประเทศจีนและทางเหนือของเวียดนาม จากนั้นก็ไม่มีรายงานการค้นพบพืชชนิดนี้อีก พื้นที่ป่าดิบเขาดอยภูคาจึงอาจเป็นแหล่งกำเนิดสุดท้ายของชมพูภูคา ซึ่งเป็นไม้หายากใกล้สูญพันธุ์ชนิดหนึ่งของโลก จุดชมต้นชมพูภูคาที่เข้าถึงง่ายที่สุดอยู่ริมถนนห่างจากที่ทำการไป ๕ กิโลเมตร
เส้นทางศึกษาธรรมชาติชมพูภูคา จัดไว้ ๒ เส้นทาง คือ เส้นทางศึกษาธรรมชาติดอกชมพูภูคามีทั้งเส้นรอบใหญ่ มีระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 3 ชั่วโมง และเส้นทางรอบเล็ก มีระยะทาง ๒ กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน ประมาณ ๑.๕ ชั่วโมง ซึ่งจะพบพันธุ์ไม้ที่หายากและพันธุ์เฉพาะถิ่นสมุนไพร เป็นต้น และเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าดึกดำบรรพ์ (ดอยดงหญ้าหวาย) มีระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 5 ชั่วโมง ซึ่งเป็นแหล่งดูนก ที่มีนกไต่ไม้สีสวยที่พบเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยและนกชนิดอื่น ๆ ด้วย
น้ำตกศิลาเพชร บ้านป่าตอง ตำบลศิลาเพชร น้ำตกลงมาจากหน้าผาหลายชั้นลดหลั่นกันไป เหมาะกับการเล่นน้ำ และมีผีเสื้อสีสวยให้ชมด้วย ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๗๑ กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๐ สายน่าน-ปัว ก่อนถึงอำเภอปัว ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๔๑-๔๒ มีทางแยกขวามือเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๑๗๐ ไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร เดินไปอีกประมาณ 10 เมตร
ถ้ำผาแดง อยู่ที่บ้านมณีพฤกษ์ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลงอบ เป็นถ้ำที่มีความสวยงามและยาวมากที่สุดในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงาม ยังมีน้ำตกและลำธารขนาดใหญ่ภายในถ้ำอีกด้วย ในอดีตถ้ำผาแดงเป็นฐานที่ตั้งหลบภัยของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ภายในถ้ำยังปรากฏร่องรอยของที่พัก เตียงนอนของทหาร เตียงนอนคนไข้ บางเตียงยังอยู่ในสภาพที่ใช้ได้ หลุมที่ฝังซ่อนอาวุธ เศษถาดอาหาร (ถาดหลุม) และเครื่องใช้ การเดินทาง ต้องเดินเท้าประมาณ ๓ ชั่วโมง ลัดเลาะเนินเขา ซึ่งจะได้ชมความสวยงามของธรรมชาติ พันธุ์ไม้ และสัตว์ป่าต่าง ๆ บ้านของชาวเผ่าม้งที่อาศัยอยู่อย่างธรรมชาติกลางหุบเขา
ถ้ำผาฆ้อง ต้องเดินเท้าผ่านป่าร่มรื่นเข้าไปประมาณ ๓.๕ กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดกลางบริเวณปากถ้ำจะมีขนาดเล็ก ในถ้ำมีคูหาซึ่งมีหินงอกหินย้อย มีทางน้ำไหลผ่าน พื้นถ้ำเป็นดินเหนียวลื่นมาก ไม่ควรเข้าชมในช่วงฤดูฝนเพราะอาจมีน้ำท่วมในถ้ำ ควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง การเดินทางห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 7 กิโลเมตร และต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร
น้ำตกต้นตอง เป็นน้ำตกหินปูนที่ห่างจากอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงแยกบ้านเต๋ย ขับรถเข้าอีกประมาณ 800 เมตร เดินต่ออีกประมาณ 200 เมตร ซึ่งเป็นทางเดินลาดชัน น้ำตกต้นตองเป็นน้ำตกหินปูน
ขนาดกลางมี ๓ ชั้น สูงประมาณ 60 เมตร บนโตรกผามีพืชชุ่มน้ำ เช่น ตะไคร่น้ำ เฟิร์นเกาะเขียวขจี ในหน้าน้ำน้ำตกจะสีขุ่นแดง
ยอดดอยภูแว เป็นยอดดอยที่มีความสูงชัน สูงจากระดับน้ำทะเล 1,837 เมตร เป็นเทือกเขาเดียวกับภูเขาอัลไต มีลักษณะโดดเด่น คือปราศจากต้นไม้ใหญ่ เป็นทุ่งหญ้าบนดอย อีกทั้งยังมีลานหินและหน้าผาสูงชัน เช่น ผาแอ่น ผาผึ้ง ดอยภูแว ค้นพบสุสานหอยซึ่งเป็นหอยทะเลอายุประมาณ ๒๑๘ ล้านปี ที่บริเวณบ้านค้างฮ่อ อำเภอทุ่งช้าง การเดินทางโดยรถยนต์จากที่ทำการอุทยานฯ ไปถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยภูคาที่ 9 (บ้านด่าน) ระยะทางประมาณ ๖๓ กิโลเมตร และเดินทางเท้าขึ้นยอดดอยภูแวประมาณ 8 กิโลเมตร และมีลูกหาบไว้บริการ
น้ำตกภูฟ้า เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา สูงประมาณ ๑๔๐ เมตร มีทั้งหมด ๑๒ ชั้น ใช้เวลาไป-กลับ และชมน้ำตกประมาณ ๒ วัน ควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก ในบริเวณอุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ บริเวณที่ทำการอุทยานฯ และลานดูดาวซึ่งเป็นจุดชมทิวทัศน์ได้ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ตามถนนสายปัว-บ่อเกลือ ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตรในบริเวณพื้นที่กางเต็นท์ทั้ง ๒ แห่งนี้ มีห้องน้ำ และห้องสุขาไว้บริการแก่นักท่องเที่ยว จองบ้านพักที่งานบ้านพักสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ สามารถจองล่วงหน้าได้ ๖๐ วัน ห้องพักราคา ๘๐๐ บาทต่อคืน โทร ๐ ๑๙๖๐ ๐๔๗๗, ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐, ๐ ๕๔๖๒ ๖๗๗๐ และ www.dnp.go.th
การเดินทาง จากตัวเมืองน่าน ไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข1080 (น่าน-ทุ่งช้าง) ระยะทาง
59 กิโลเมตร จากนั้นแยกไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1256 (ปัว-บ่อเกลือ) อีกประมาณ 25 กิโลเมตร
ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา
ผ้าทอไทลื้อ แหล่งผลิตอยู่ที่บ้านดอนไชย หมู่ที่ 3 ตำบลศิลาแลง และที่บ้านเก็ต หมู่ที่ 2 ตำบลวรนคร

น่าน จังหวัดน่าน โรงแรมน่าน ดอยภูคา ดอยเสมอดาว เที่ยวน่าน ทัวร์น่าน
แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง
• น่าน จังหวัดน่าน น่าน เดิมมีชื่อว่า “นันทบุรี” หรือ “วรนคร” เป็นเมืองชายแดนแห่งล้านนาตะวันออก มีความเก่าแก่รุ่นเดียวกับกรุงสุโขทัย มีเจ้าผู้ครองนคร ๖๔ พระองค์
• ดอยภูคา อุทยานแห่งชาติดอยภูคา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามของจังหวัดน่าน มี ต้นชมพูภูคา เต่าร้างยักษ์ (เต่าร้างน่านเจ้า) พบที่เดียวในโลก รวมทั้งวิวทิวทัศน์ของขุนเขา ทะเลหมอก
• วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดภูมินทร์ วัดพระธาตุแช่แห้ง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดน่าน (พระธาตุประจำปีเกิดปีเถาะ) วัดภูมินทร์ วัดที่สวยงามด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนัง
• ดอยเสมอดาว ผาชู้ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีสถานที่สวยงามมากมาย อาทิ เสาดินและคอกเสือ จุดชมวิวผาชู้ จุดชมวิวดอยเสมอดาวและผาหัวสิงห์ แก่งหลวงและเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
• วัดพระธาตุช้างค้ำ เดิมเรียก “วัดหลวง” หรือ “วัดหลวงกลางเวียง” สร้างขึ้นในสมัยเจ้าปู่แข็ง พ.ศ. ๑๙๓๙ สำหรับทำพิธีสำคัญทางพุทธศาสนาและพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา
• วัดหนองบัว บ้านหนองบัว วัดหนองบัวเป็นวัดที่เก่าแก่ประจำหมู่บ้านหนองบัว อ.ท่าวังผา เป็นสถาปัตยกรรมไทยล้านนาที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งหาดูได้ยากมากในสมัยนี้
• วัดมิ่งเมือง มีองค์พระประธาน “หลวงพ่อพระศรีมิ่งเมือง” เป็นศิลปะเชียงแสน มีอายุ 400 กว่าปี และเป็นสถานที่ตั้งศาลหลักเมืองของจังหวัดน่าน
• วัดหนองแดง สถาปัตยกรรมไทยลื้อ สถาปัตยกรรม มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร จิตรกรรมฝาผนัง ด้านหลังของฐานชุกชีเป็นลักษณะพิเศษของงานสถาปัตยกรรมพื้นบ้านแบบไทลื้อ
• ข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดน่าน 
ทัวร์โปรโมชั่น
โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์
• สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวทางไลน์... @oceansmiletour หรือ โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39
• โปรแกรมทัวร์แนะนำ
ทัวร์ฮานอย ฮาลองเบย์
ทัวร์เส้นทางสายไหม
ทัวร์ดาลัด
ทัวร์คานาสือ
ทัวร์นครวัด
• KHM-1 : นครวัด นครธม บันทายสรี พนมกุเลน ล่องเรือโตนเลสาบ
• วันที่ 21 - 23 ตุลาคม 2560
• วันที่ 9 - 11 ธันวาคม 2560
ทัวร์กุ้ยหลิน
ทัวร์ลาวใต้
ทัวร์จางเจียเจี้ย
ทัวร์ภูฏาน
ทัวร์ย่าติง เต้าเฉิง
ทัวร์แคชเมียร์
• INDIA-541 : ทัวร์แคชเมียร์ ศรีนาคา พาฮาลแกม กุลมาร์ค ทะเลสาบดาล
• วันที่ 19 - 23 ตุลาคม 2560
• วันที่ 8 - 12 ธันวาคม 2560
ทัวร์เฉิงตู ง้อไบ้
ทัวร์ศรีลังกา
ทัวร์ไหว้พระพิฆเนศ
ทัวร์คุนหมิง แชงกรีล่า
ทัวร์อินเดีย เนปาล
• INDIA-15 : ทัวร์อินเดีย เนปาล พุทธคยา ราชคฤห์ กุสินารา ลุมพินี สาวัตถี แม่น้ำคงคา พารานสี (บินตรงพุทธคยา)
• วันที่ 3 - 10 ธันวาคม 2560
• วันที่ 27 ธันวาคม - 3 มกราคม 2561
ทัวร์ศรีลังกา
ทัวร์บาหลี บุโรพุทโธ
ทัวร์น้ำตกเต๋อเทียน
ทัวร์ฮาร์บิ้น
บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39 แฟ็กซ์ 0-2944 0825
เลขที่ 23/121 ซอยนวมินทร์ 161 ถ.นวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 (ใบอนุญาตเลขที่ 11/5028)
เจาะลึก...ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติ กับโอเชี่ยนสไมล์ทัวร์