|
|
สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอยุธยา |
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช |
|
พระนารายณ์
ราชวงศ์
: ปราสาททอง
ปีที่ครองราชย์
: พ.ศ.2199-2231
พระนารายณ์
เป็นกษัตริย์องค์ที่ 28 แห่งอาณาจักรอยุธยา พระองค์ทรงได้รับยกย่องให้เป็นมหาราช
ทั้งนี้เพราะถือว่ารัชสมัยของพระองค์เจริญรุ่งเรืองในทางวรรณคดีและการต่างประเทศ
แต่สมัยของพระองค์เป็นสมัยที่ปัญหายุ่งยากทางการเมืองภายในอย่างสูง
และเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองต่างประเทศในลักษณะที่ล่อแหลมจนเกือบทำให้สยามตกอยู่ใต้อิทธิพลของฝรั่งเศส
สมัยของพระองค์เป็นสมัยที่มีข้อมูลทางประวัติศาสตร์มากที่สุดของอยุธยา
ทั้งนี้เพราะได้หลักฐานจากชาวตะวันตกที่เข้ามาในราชสำนัก
พระนารายณ์เป็นโอรสของพระเจ้าปราสาททองกษัตริย์องค์ที่ 25
และเมื่อพระราชบิดาสวรรคตพระเชษฐาของพระองค์คือ เจ้าฟ้าไชย
ก็ขึ้นครองราชย์ได้เพียง 2 วัน พระนารายณ์ทรงร่วมสมคบกับ พระศรีสุธรรมราชา
ซึ่งเป็นพระเจ้าอา ชิงราชสมบัติ โดยขอให้ชาวต่างชาติในอยุธยา
เช่น ฮอลันดา ญี่ปุ่น เปอร์เซีย ช่วยให้พระศรีสุธรรมราชาขึ้นครองราชสมบัติแทน
แต่พระศรีสุธรรมราชาก็อยู่ในสมบัติเพียง 10 สัปดาห์ พระนารายณ์ก็ชิงราชสมบัติอีกครั้ง
สมัยของพระนารายณ์ทรงพยายามที่จะสถาปนาอำนาจอยุธยาเหนือล้านนา(เชียงใหม่)
และพม่าตอนล่าง ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลที่ช่วงชิงกันระหว่างอยุธยากับพม่า
ในสมัยพระองค์ อยุธยาครองครองเมืองต่างๆในพม่าตอนล่างไว้ได้
เช่น มะริดและตะนาวศรี และใช้หัวเมืองเหล่านี้เป็นเมืองท่าติดต่อค้าขายกับอินเดียตลอดจนกับชาวตะวันตกที่เริ่มเข้ามาจำนวนมากในแถบนั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอังกฤษกับฝรั่งเศส
ในบรรดาชาติตะวันตกที่มีความสำคัญในระยะนี้ก็คือ ฮอลันดา อังกฤษ
ฝรั่งเศส โดยบทบาทของโปรตุเกสได้เริ่มลดลงแล้ว พ่อค้าเหล่านี้พยายามอย่างยิ่งที่จะเข้ามามีผลประโยชน์ในการค้าของเอเชียซึ่งแต่เดิมอยู่ในมือของชาวจีน
ทำให้ชาวตะวันตกไม่ได้รับผลกำไรเท่าที่ต้องการ เป็นผลให้การค้าอยู่ในลักษณะที่ปิดๆ
เปิดๆ ยู่ตลอดเวลา
พระนารายณ์ทรงสร้างเมืองลพบุรีเป็นราชธานีแห่งที่สอง และทรงพำนักอยู่ที่เมืองนี้มากกว่าอยุธยา
เหตุผลของปัญหาความยุ่งยากของการเมืองภายในพระราชสำนัก ก็อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พระองค์ต้องการที่จะมีราชธานีแห่งที่สอง
จากสมัยอันยาวนานของพระองค์ 32 ปี นับว่าเป็นสมัยของการเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปวิทยาการ
มีการแต่งวรรณกรรมเก่าๆ เช่น จินดามณี ราโชวาทชาดก พระราชพงสาวดารฉบับหลวงประเสริฐ
ซึ่งงานเหล่านี้เป็นพื้นฐานของประวัติศาสตร์และวรรณคดีของไทยในปัจจุบัน
พระองค์เองก็ทรงสนพระทัยวิทยาการสมัยใหม่ของชาวตะวันตก เช่นเรื่องของดาราศาสตร์
ทรงใช้กล้องส่องดูสังเกตการณ์เรื่องของจันทรุปราคา สุริยุปราคา
เรื่องที่เด่นที่สุดของสมัยพระนารายณ์ก็คือ การติดต่อสัมพันธ์กับราชสำนักฝรั่งเศสของพระเจ้าหลุยส์ที่
14 และเป็นเรื่องล่อแหลมต่อการสูญเสียเอกราช และเกี่ยวเนื่องกับชาวต่างชาติ
(กรีก) ที่มีชื่อว่า คอนแสตนติน ฟอลคอน ด้วยความสามารถทางการค้าและภาษา
ทำให้สามารถก้าวขึ้นเข้ามารับราชการกับกรมพระคลัง ทำให้เป็นที่โปรดปรานและทำงานใกล้ชิดกับพระนารายณ์จนเลื่อนเป็นเจ้าพระยาวิไชเยนทร์
ได้รักษาการในตำแหน่งพระคลัง และในที่สุดก็ควบกรมมหาดไทยกลายเป็นเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่
ฟอนคอนมีความสนใจในการค้าในเอเชีย และต้องการที่จะหาผลประโยชน์ของตนควบคู่ไปกับทำงานในราชสำนักไทยดังนั้นฟอนคอนจึงหันไปร่วมมือกับบาทหลวงชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนาอยู่ในอยุธยา
ในปี พ.ศ. 2223 พระนารายณ์ทรงส่งทูตไปฝรั่งเศสแต่ทูตชุดนี้เรือแตกสูญหายไปนอกฝั่งอัฟริกา
ต่อมาฝรั่งเศสได้ส่งทูตชุดใหญ่และสำคัญนำโดย เชอวาลิเอ เดอ
โชมองต์ เข้ามาในอยุธยาจุดประสงค์เพื่อให้พระนารายณ์เปลี่ยนศาสนา
ให้ฝรั่งเศสมีสิทธิพิเศษในการสอนศาสนา มีสิทธิพิเศษนอกอาณาเขต
ให้ผูกขาดการค้าดีบุกที่ภูเก็ต ให้ได้รับผลประโยชน์ทางการค้าเท่าเทียมกับฮอลันดา
และให้ตั้งทหารของตนที่สงขลา
ทูตชุดนี้ออกนอกประเทศพร้อมกับทูตชุดที่ 3 ของไทยที่นำโดย
โกษาปาน ในขณะเดียวกันสยามก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เกิดขบถมักกะสัน
ซึ่งเป็นพ่อค้ามุสลิมจากเกาะซูลาเวสี (อินโดนีเซีย) ที่ทรงอิทธิพลและมีผลประโยชน์ขัดกันกับฮอลันดา
พวกมักกะสันต้องการสนับสนุนให้อนุชาของพระนารายณ์ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน
และต้องการเปลี่ยนให้นับถือศาสนาอิสลามแทนด้วยแต่ก็ถูกฟอนคอนปราบปรามอย่างราบคาบ
ในขณะเดียวกันก็เกิดวิกฤตการณ์ที่เมืองมะริด ซึ่งเป็นเมืองท่าด้านตะวันตกของอยุธยา
มีการสังหารชาวอังกฤษ 60 คนที่ขัดขวางกับผลประโยชน์ทางการค้าของพระนารายณ์และฟอนคอนเป็นเหตุให้อยุธยาอยู่ในสภาพสงครามกับบริษัทอินเดียตะวันตกของอังกฤษ
เรืออังกฤษปิดล้อมมะริด และอังกฤษเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินจำวนมาก
(65,000 ปอนด์) และเป็นผลให้พระนารายณ์ยกเมืองมะริดให้อังกฤษในที่สุด
ในเดือนกันยายน พ.ศ.2230 ฝรั่งเศสได้ส่งชุดสำคัญอีกชุดหนึ่งมา
ซึ่งนำโดย โคลด เซเบเรย์ และซิมอง เดอ ลา ลูแบร์ พร้อมด้วยเรือรบ
6 ลำ ทหาร 500 คน และบาทหลวงเยซูอิด จุดประสงค์คือเรื่องการเปลี่ยนศาสนาของพระนารายณ์
และการเจรจาเอาเมืองบางกอก (แทนเมืองสงขลา) นอกเหนือจากเมืองมะริด
ฝรั่งเศสได้เมืองบางกอกไป แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนศาสนาของพระนารายณ์
ผลของการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ล่อแหลมทำให้เกิดความรู้สึกต่อต้านชาติฝรั่งขึ้นในบรรดาขุนนางไทยและพระสงฆ์
ขุนนางไทยไม่พอใจฟอนคอนที่มีอิทธิพลมากมายในราชสำนักและมีอิทธิพลต่อพระนารายณ์เอง
และชาวต่างชาติอื่นก็ไม่พอใจสิทธิพิเศษของฝรั่งเศสและฟอลคอน
ส่วนในด้านพระสงฆ์เกิดการหวั่นวิตกว่า พระนารายณ์จะหันไปนับถือคริสต์ศาสนา
ดังนั้นเมื่อพระนารายณ์ทรงประชวร พระเพทราชา เจ้ากรมช้าง ก็กลายเป็นศูนย์กลางความรู้สึกของคนในชาติ
ในครั้งนั้นพระเพทราชาได้รับแต่งตั้งให้รักษาการแทน ส่วนพระนารายณ์ยังมิทันมอบพระราชสมบัติให้ผู้ใด
ไม่ว่าจะเป็นพระอนุชาทั้งสอง คือเจ้าฟ้าอภัยทศและเจ้าฟ้าน้อย
หรือโอรสบุญธรรมคือพระปีย์ (พระนารายณ์ไม่พระโอรส มีแต่พระธิดา)
พระเทพราชาก็ยึดอำนาจจับฟอลคอนประหารชีวิต พระปีย์ ถูกลอบทำร้าย
พระนารายณ์สวรรคต ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2231 พระเทพราชาก็ขึ้นครองราชสมบัติ
และพระอนุชาของพระนารายณ์ก็ถูกสำเร็จโทษ เป็นอันสิ้นราชวงศ์ปราสาททอง
และเริ่มต้นราชวงศ์บ้านพลูหลวง พระเทพราชาเจรจาให้ทหารฝรั่งเศสถอยออกไปจากเมืองหลวงเมื่อ
18 ตุลาคม พ.ศ. 2231 นับเป็นการสิ้นสุดการติดต่อความสัมพันธ์ทางการต่างประเทศของอยุธยาในลักษณะล่อแหลม
แต่กลับไปใช้การติดต่อการค้าในลักษณะปกติตามที่เคยเป็นมาแต่ครั้งโบราณกาล
|
|
อยุธยา จังหวัดอยุธยา ประวัติศาสตร์อยุธยา โรงแรมอยุธยา
| ราชธานีเก่า
อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา |
ข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดอยุธยา
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ทัวร์โปรโมชั่น
| |
|