สถานที่ท่องเที่ยว โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์







• ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศศรีลังกา
• ศรีลังกา โคลัมโบ อนุราธปุระ โปโลนนารุวะ สิกิริยา ดัมบูลล่า แคนดี้ วัดพระเขี้ยวแก้ว (5 วัน 4 คืน)
• วันที่ 5 : วัดพระเขี้ยวแก้ว โคลัมโบ วัดกัลยาณี วัดคงคาราม ประเทศศรีลังกา
• วันนี้ตื่นกันแต่เช้าเพื่อไปนมัสการ พระเขี้ยวแก้ว ที่ วัดพระเขี้ยวแก้ว ซึ่งประดิษฐานอยู่ในผอบและอยู่ในเจดีย์อีก 4 ชั้น อยู่ในห้องกระจกกันกระสุน มีประตูเงิน ประตูทอง

วัดพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา

วัดพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา

วัดพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา

วัดพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา

วัดพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา

วัดพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา

วัดพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา

วัดพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา
วัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา
วัดพระเขี้ยวแก้ว ประเทศศรีลังกา
วัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา
วัดพระเขี้ยวแก้ว ประเทศศรีลังกา
วัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา
วัดพระเขี้ยวแก้ว ประเทศศรีลังกา
• วัดดาลาดา มาลิกาวา (Dalada Maligawa) หรือ วัดพระเขี้ยวแก้ว (Temple of the Tooth Relic)
• วัดแห่งนี้พุทธศาสนิกชนทั่วทุกมุมโลกต่างเดินทางเข้ามาชมบารมีแห่งพระทันตธาตุ หรือ พระเขี้ยวแก้ว
• จุดแรกเมื่อก้าวเท้าเข้าในวัด เห็นนักดนตรีในชุดขาวแดงประโคมปี่ตีกลองตลอดเวลาและต่อเนื่องหลายชุดผลัดเปลี่ยนกันทั้งคืน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ดูมีความสุขและถือเป็นเกียรติที่ได้ทำหน้าที่นี้เพราะยิ้มแย้มแจ่มใสไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย
• ตำนานการเกิดพระบรมสารีริกธาตุ เป็นพุทธประสงค์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จปรินิพพาน ทรงเล็งเห็นว่า พระพุทธเจ้าในการก่อนนั้นทรงมีพระชนมายุยืนยาวด้วยกันทั้งสิ้น พระพุทธศาสนาสามารถประดิษฐานได้มั่นคง พระบรมสารีริกธาตุมีลักษณะรวมกันเป็นแห่งเดียว ดุจทองแท่งธรรมชาติ ไม่สามารถแบ่งปันกันได้ จึงต้องสร้างพระธาตุเจดีย์เพื่อประดิษฐานไว้ในที่แห่งเดียว
• แต่พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันหรือองค์พระสมณโคดมนั้นทรงมีเวลาปฏิบัติพุทธกิจน้อยมากเพียง 45 ปี หมู่สัตว์ทั้งหลายเกิดไม่ทันพุทธกาลนั้นมีมากยังให้พุทธศาสนาไม่แพร่หลาย หากได้อัฐิธาตุของพระองค์ไปอุปัฏฐากบูชาจักได้เจริญกุศลกันโดยทั่วหน้า
• จึงทรงอธิษฐานให้พระบรมสารีริกธาตุของพระองค์แตกย่อยเป็น 3 สัณฐานเว้นแต่พระธาตุทั้ง 7 ประการ นอกนั้นให้กระจายไปทั่วทิศานุทิศเพื่อยังประโยชน์แก่หมู่สัตว์ทั่วไป
• อันเป็นที่มาของพระบรมสารีริกธาตุแบบที่กระจัดกระจาย ซึ่งได้ถูกแบ่งออกเป็น 8 ส่วน และหลังถวายพระเพลิงพระบรมสรีระแล้วกษัตริย์แคว้นต่างๆ ได้ทรงแยกย้ายไปประดิษฐานตามเมืองของตน
• ในภายหลังพระมหากัสสปะเถระ และ พระเจ้าอชาติศัตรู ได้ร่วมกันทำ “ธาตุนิธาน” เพื่อป้องกันการสูญหายจากศึกสงคราม จึงอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่แบ่งออกไปนั้นกลับมาประดิษฐานรวมกันไว้ในที่แห่งเดียว และกษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาคือ พระเจ้าอโศกมหาราช ได้อัญเชิญสิ่งล้ำค่าและช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ยิ่งใหญ่สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
• ส่วนพระบรมธาตุ 7 ประการ ได้ถูกนำไปประดิษฐานในที่ต่างๆ
1.พระอุณหิศ (กรอบหน้า) ประดิษฐานอยู่ที่เมืองอนุราธปุระประเทศศรีลังกา
2.พระรากขวัญซ้าย (ไหปลาร้า) ประดิษฐานอยู่ที่ทุสสเจดีย์ บนสวรรค์ชั้นพรหมโลก
3.พระรากขวัญขวา ประดิษฐานอยู่ที่พระเกศจุฬามณีเจดีย์ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
4.พระเขี้ยวแก้วเบื้องล่างขวา ประดิษฐานอยู่เมืองคันธาระ ปัจจุบันอยู่ในประเทศอัฟกานิสถาน
5.พระเขี้ยวแก้วเบื้องล่างซ้าย ประดิษฐานอยู่ที่นาคาพิภพ
6.พระเขี้ยวแก้วเบื้องบนขวา ประดิษฐานอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
7.พระเขี้ยวแก้วเบื้องบนซ้าย อยู่ในเมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา
• พระเขี้ยวแก้วองค์นี้ เชื่อกันว่าเดิมประดิษฐานอยู่ที่เมืองกลิงคะ หรือในปัจจุบันคือ แคว้นโอริสสา ประเทศอินเดีย ถูกอัญเชิญมาสู่ลังกาทวีปในปี พ.ศ. 914 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าศิริเมฆวรรณ ด้วยหนีจากศึกสงครามและการตรวจค้นโดยซ่อนมาในมวยพระเกศาของพระนางเหมาลาเทวี และเฝ้าอารักขาตลอดเวลาของพระทันตกุมารทรงเสด็จด้วยความปลอดภัยและอัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดอภัยคีรี กรุงอนุราธปุระเป็นแห่งแรก ไม่ว่าบ้านเมืองจะเป็นเช่นไรพระเขี้ยวแก้วถูกอัญเชิญไปทุกหนแห่งเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของทหารและพสกนิกร
วัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา
วัดพระเขี้ยวแก้ว ประเทศศรีลังกา
วัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา
วัดพระเขี้ยวแก้ว ประเทศศรีลังกา
วัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา
วัดพระเขี้ยวแก้ว ประเทศศรีลังกา

วัดพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา

วัดพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา

วัดพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา

วัดพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา

วัดพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา

วัดพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา

วัดพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา

วัดพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา
• หลังอาหารเช้าเรียบร้อย ก็ออกเดินทางสู่ กรุงโคลัมโบ แวะชม วัดกัลณียา ชมมหาวิหารและเคยเป็นวัดที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาด้วยพระองค์เองเมื่อ 2,500 ปี ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามและพระพุทธรูปที่นำมาจากประเทศไทยไปประดิษฐานไว้
• อาหารกลางวันที่ กรุงโคลัมโบ หลังอาหารเที่ยวชม วิหารกลางน้ำ ซึ่งรอบๆวิหารมีพระพุทธรูปมากมายที่นำมาจากประเทศไทย ชม วัดคงคาราม อันเป็นที่สังฆกรรม ชมรูปปั้นสลักปูนอันสวยงามในวิหารและโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์แห่งแรกของศรีลังกา และช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองที่ ศูนย์การค้าODEL จากนั้นก็เดินทางสู่ สนามบินดารานายเก เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศไทย
• วัดกัลณียา หรือ วัดกัลยาณี กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา

วัดกัลณียา ประเทศศรีลังกา

วัดกัลณียา ประเทศศรีลังกา

วัดกัลณียา ประเทศศรีลังกา

วัดกัลณียา ประเทศศรีลังกา
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ วัดกัลณียา หรือ วัดกัลยาณี กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา
วัดกัลยาณี ประเทศศรีลังกา
วัดกัลยาณี กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา
วัดกัลยาณี ประเทศศรีลังกา

วัดกัลณียา ประเทศศรีลังกา

วัดกัลณียา ประเทศศรีลังกา

วัดกัลณียา ประเทศศรีลังกา

วัดกัลณียา ประเทศศรีลังกา

วัดกัลณียา ประเทศศรีลังกา

วัดกัลณียา ประเทศศรีลังกา

วัดกัลณียา ประเทศศรีลังกา

วัดกัลณียา ประเทศศรีลังกา
วัดสีมามาลากา : วัดกลางน้ำ กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา
วัดกลางน้ำ ประเทศศรีลังกา
วัดคงคาราม กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา
วัดคงคาราม ประเทศศรีลังกา
พระพุทธรูปแบบตันตระยาน วัดคงคาราม กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา
วัดคงคาราม ประเทศศรีลังกา

• กรุงโคลอมโบ
• วัดกัลนียาราชมหาวิหาร (Kelaniya Raja Mahavihara) วัดกัลนียาเป็นวัดใหญ่อยู่ใจกลางเมืองโคลัมโบ ด้านหลังเป็นสวนดอกไม้ติดกับแม่น้ำกัลยาณีนที พุทธศาสนิกชนบางส่วนเดินทางมาวัดทางน้ำด้วยเรือข้ามฟาก มีเทวสถานหลังเล็กสร้างติดรั้ววัดภายในประดิษฐานรูปปั้นของเทพเจ้าในศาสนาฮินดู
• ในครั้งพุทธกาล องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าได้เคยเสด็จมายังเกาะลังกาแห่งนี้ 3 ครั้งด้วยกัน โดยในครั้งแรก หลังจากพระองค์ทรงตรัสรู้ได้ 8 เดือนเศษในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนยี่ ทรงเสด็จลำพังพระองค์มายัง มหิยังกะนะ เพื่อโปรดชาวเกาะซึ่งในยุคนั้นยังเป็นผู้ป่าเถื่อน หลังจากนั้นทรงเสด็จรอบเกาะลังกา 3 รอบ และทรงตั้งพระทัยแน่วแน่หลังพระองค์ทรงเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว พุทธศาสนาจักสถิตมั่นอยู่ ณ เกาะแห่งนี้ หลังจากนั้นได้เสด็จกลับไปยังนคร พาราณสี ในประเทศอินเดีย การเสด็จมาและกลับในเวลาอันสั้นนั้นเชื่อว่าพระองค์เหาะมา เพราะหากเสด็จดำเนินโดยพระบาทต้องใช้เวลาแรมปี แม้ศาสนาพุทธอุบัติขึ้นในอินเดียแต่กาลต่อมากลับหยั่งรากฝังลึก และเป็นที่ยึดเหนียวในจิตใจของชาวศรีลังกาตราบจนปัจจุบัน พุทธศาสนิกชนในศรีลังกานั้นปฏิบัติตนสืบต่อกันมาได้อย่างเหนียวแน่น ยิ่งได้เห็นผู้ใหญ่พาเด็กเข้าวัด ไหว้พระสวดมนต์ตั้งแต่เยาว์วัย ตามครรลองนี้เชื่อได้ว่าความเข้มข้นของพุทธศาสนิกชนในศรีลังกาเป็นดังที่พระองค์ตั้งพระทัยทุกประการ
• ครั้งที่ 2 ทรงเสด็จมาลำพังพระองค์อีกครั้ง เพื่อทรงปราบพญานาคนามว่า มโหทร และ จูโฬทร ซึ่งเป็นลุงหลานกันและต่างทะเลาะวิวาทกันด้วยเรื่องแย่งบัลลังก์ทอง ทรงเทศน์โปรดพญานาคทั้งสองให้เห็นโทษแห่งการวิวาทขาดสติไร้เมตตา สองลุงหลานเมื่อบรรลุถึงหลักคำสอนได้พร้อมใจถวายบัลลังก์ให้แก่พระองค์ พระองค์ทรงมอบคืนให้ สถานที่ซึ่งทรงประทับและจัดตั้งบัลลังก์ถวายนี้ ปัจจุบันคือบริเวณวัดเกลานียานี่เอง ส่วนบัลลังก์ทองในภายหลังได้สร้างเจดีย์ขนาดใหญ่ครอบไว้
• ครั้งที่ 3 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 8 ปีหลังจากทรงตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ทรงเสด็จพร้อมสาวกจากเมืองกบิลพัศด์และเมืองโกลิยะจำนวนมาก เมื่อได้รับอาราธนาจากพระเจ้ามณีอักขิกะ ประทับบริเวณวัดเกลานียาและเสด็จต่อไปยังเขาสุมนกูฏ ทรงประทับรอยพระบาทบนยอดเขาแห่งนี้ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า ศรีปาทะ หรือ ศิริปาทะ แต่ไหงกลับรู้จักในชื่อว่า Adam Is Peak ไปได้ก็ไม่รู้ ซึ่งเราได้มีโอกาสเห็นเขาสำคัญนี้และจะนำเสนอท่านในภายหลัง จากนั้นพระองค์ได้เสด็จไปยังสถานที่ต่างๆ ภายหลังเป็นสถานที่ตั้งของสถูปเจดีย์สำคัญได้แก่ ธูปารามเจดีย์ มหานาคเจดีย์ ลังการามเจดีย์ มุติงคณะเจดีย์ มริจจวัตติเจดีย์ ทีฑวาปีเจดีย์ สถานที่ประดิษฐานต้นพระศรีมหาโพธิ์ ฯลฯ พระองค์ทรงเข้านิโรธสมาบัติทุกแห่งที่ได้ประทับ แล้วจึงเสด็จกลับพระเชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี
• วัดกัลนียาจึงมีความสำคัญสมกับที่พุทธศาสนิกชนอย่างเราต้องเข้ามาสักการะสักครั้ง บริเวณวัดอยู่บนเนินสูง ด้านข้างมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นหน่อของต้นเดิมจากกรุงอนุราธปุระที่ชาวโคลอมโบหรือชาวศรีลังกาต่างให้ความเคารพ การถวายสักการบูชาด้วยน้ำมัน ธูป ดอกไม้ ทุกคนเดินเข้าแถวอย่างมีระเบียบ สีหน้านั้นบอกถึงความมุ่งมั่นและเปี่ยมไปด้วยศรัทธา
• เราจะเห็นเจดีย์ทรงลังกาสีขาวขนาดใหญ่เด่นเป็นสง่าเหนือเนินดิน ทางเข้าภายในองค์พระเจดีย์สะดุดตาตั้งแต่บริเวณก้าวแรกก่อนขึ้นบันได ศิลปะแกะสลักหินเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งดวง หรือ มูนสโตน (Moonstone) แบ่งออกเป็น 4 ชั้น รอบนอกสุดเปรียบดังเปลวไฟแห่งกิเลส อันได้แก่โลภะ โทสะ โมหะ หากตกอยู่ในบ่วงกิเลสถูกเผาไหม้มิอาจก้าวข้ามสู่คุณธรรมความดีงามชั้นที่ 2 ถัดเข้ามาสลักเป็นรูปพาหนะทั้ง 4 คือ ช้าง ม้า วัว และสิงห์โต อันเป็นสัญลักษณ์ของความพากเพียร เพื่อให้หลุดพ้นจากกิเลสตัณหา ถัดเข้ามาชั้นที่ 3 คือ หงส์ แสดงถึงความสำเร็จเบื้องต้นคือ ศีลวิสุทธิ เมื่อได้เร่งรุดปฏิบัติดังนี้แล้วย่อมบรรลุเป้าหมายภายในสูงสุด ซึ่งแทนด้วยสัญลักษณ์เป็นรูปดอกบัวคือมุ่งสู่นิพพาน อันเป็นปริศนาธรรม ตีความตามพระไตรปิฎกซึ่งมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าศิลาธรรมดา
• ศิลปะเชิงบันได สลักเป็นรูปทวารบาลทั้ง 4 ทิศ ได้แก่ ท้าวธตรฐจ้าวแห่งคนธรรพ์ ท้าววิฬุรหกจ้าวแห่งเทวดา ท้าววิรูปักษ์จ้าวแห่งนาค และท้าวกุเวรจ้าวแห่งยักษ์ หากพิจารณากันให้ละเอียดจะเห็นพระหัตถ์ข้างหนึ่งทูนหม้อน้ำ พระหัตถ์อีกข้างหนึ่งถือช่อดอกไม้บ้างให้รายละเอียดลงไปว่าคือช่อดอกมะพร้าว ซึ่งทั้งสองสิ่งเป็นสัญลักษณ์แทนความอุดมสมบูรณ์
• เจดีย์ขาวขนาดใหญ่เป็นสถาปัตยกรรมแบบโอคว่ำ ทรงนี้นิยมกันมากในอินเดียสมัยโบราณ เรียกว่า ศิลปะสาญจิ เจดีย์สร้างครอบบัลลังก์ทองที่ประทับของพระพุทธองค์ในครั้งพุทธกาล ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสวยงาม ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติในเกาะลังกาที่เด่นๆ ได้แก่ ภาพพระนางสังฆมิตตาเถรี ขณะนำกิ่งพระศรีมหาโพธิ์มาสู่เกาะลังกาทางเรือ โดยมีพระเจ้าเทวานัมปิยะติสสะ ทรงพระดำเนินลงทะเลเพื่ออัญเชิญขึ้น นอกจากนี้ยังมีภาพการถวายสมณศักดิ์พระสรณังกรขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชแห่งศรีลังกาฝ่ายสยามวงศ์ ภาพสมเด็จพระสังฆราชประทานคัมภีร์ทางพุทธศาสนาให้แก่พระพุทธโฆษาจารย์ ภาพพระราชพิธีแห่พระเขี้ยวแก้ว และประเพณีสำคัญอันมีขบวนช้างร่วมแห่แหน ซึ่งช้างนี้นับได้ว่าเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองชาวศรีลังกาเช่นเดียวกับของไทยเรา ภาพประวัติการสร้างวัดเมื่อพระเจ้าเทวานัมปิยะติสสะ ทรงโปรดให้นำช้างหลายเชือกมาปรับพื้นที่ภายในพระราชอุทยานมหาเมฆ เพื่ออุทิศถวายให้เป็นวัดราชมหาวิหาร และภาพความศรัทธาของพระองค์ได้อาราธนาพระมหินทเถระและพระภิกษุสงค์เข้าสู่กรุงอนุราธปุระ ศาสนาพุทธได้รับการเผยแผ่อย่างกว้างขวางจนกลายเป็นศาสนาประจำชาติในที่สุด แต่มีภาพหนึ่งซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวสำคัญได้ประทับใจจนต้องยืนชื่นชมอยู่นาน คือ ภาพพระทันตกุมาร ทรงนำ พระนางเหมาลาเทวี เสด็จหนีภัยจากอินเดียสู่ศรีลังกา โดยพระนางทรงซ่อนพระเขี้ยวแก้วไว้ในมุ่นมวยผมดังปรากฏรัศมีแผ่อยู่เหนือพระเศียร และยังมีพระพุทธรูปปางต่างๆ เช่น ปางไสยาสน์ ปางสมาธิ ภายในโบสถ์ เราเข้าไปกราบพระพุทธรูปประธาน ชาวศรีลังกาเข้ามานั่งว่ายพระสวดมนต์แต่ดูแปลกตาตรงที่บางคนนั่งยองๆ พนมมือ บางคนนั่งเหยียดเท้าไปข้างหน้าพนมมือ นั่งแบบหลังคงสบายไม่ต้องกลัวเป็นเหน็บชาเหมือนนั่งพับเพียบแบบของเรา ครั้งแรกดูขัดตา ดูไปดูมาเห็นเช่นนี้ทุกแห่งในวัดเลยเกิดความเคยชิน นั่งกราบพระแบบเราเสียอีกกลายเป็นของแปลกและเป็นเป้าสายตาทุกที่ไป
• วัดคงคาราม (Gangaramaya Temple) หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า ศรีชินรัตนา เป็นวัดในนิกายสยามวงศ์ อารามนี้แต่เดิมสร้างอยู่กลางน้ำ เมื่อมีสิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้นจึงกลายเป็นอยู่ริมฝั่งในที่สุดเหมือนพระสมุทรเจดีย์ของจังหวัดสมุทรปราการ
• ชาวต่างชาติเสียค่าเข้าชมคนละ 1 ดอลล่าร์ ฝากรองเท้าเสร็จสรรพเราเดินลัดเลาะด้านข้างไปยังด้านหลังก่อน สักการะรูปพระอวโลกิเตศวรเจ้าแม่กวนอิม พระพุทธรูปแบบพม่า พระพุทธโฆษาจารย์ (โต พรหมรังษี) และเป็นที่ประดิษฐานพระจากหลายชาติ เดินขึ้นชั้นบนอาคารไม้ แสดงเหรียญภาพวาดพุทธประวัติ รอยพระพุทธบาท เป็นห้องรวบรวมพระพุทธรูปจากพุทธศาสนิกชนทั่วทุกมุมโลก เราเดินตามทางไม้ลัดเลาะทางด้านข้างเห็นต้นไทรรูปร่างประหลาดคล้ายเท้าคน วัดนี้ต่อเติมหลายส่วนทางเดินถึงกัน ด้านขวามือสร้างคล้ายบุโรพุทโธในอินโดนีเซีย ด้านล่างเป็นแปลงเพาะต้นวนิลา เจดีย์สีขาวขนาดใหญ่ขนาบด้วยต้นมะม่วง สายลมด้านหลังซึ่งพัดผ่านแม่น้ำช่วยคลายความร้อนได้ดี
• สามารถนมัสการพระประธานภายในโบสถ์ พระพุทธรูปปางสมาธิทรงจีวรสีเข้ม บานหน้าต่างเปิดเพียงบางส่วนทำให้สาวก พระสาลีบุตร และพระโมคคัลลานะ จิตรกรรมฝาผนังถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติ บางส่วนเป็นภาพปูนปั้นของเทวดา และพระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ขณะรับฟังพระธรรมเทศนาจากพุทธองค์ แต่ภาพบางส่วนนูนออกมาจากผนังดูคล้ายปฏิมากรรมในโบสถ์คริสต์ สีสันสวยงามสดใส ยังมีรูปปั้นท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4
• ศรีลังกายุคอาณานิคม
• หลังจากศรีลังกาถูกรุกรานโดยโปรตุเกสในศตวรรษที่ 16 เข้ายึดครองอาณาจักรทมิฬซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะในปัจจุบันคือเมืองจาฟนา (Jaffna) ในปี ค.ศ.1658 (พ.ศ.2201) ชาวดัทช์เข้ามาขับไล่โปรตุเกสและถือครองอยู่นานถึง 136 ปี จากนั้นอังกฤษเข้ามาปกครองอีกในปี ค.ศ.1795 (พ.ศ.2338) นานถึง 153 ปี และได้รับเอกราชในปี ค.ศ.1948 (พ.ศ.2491) หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง อังกฤษได้วางแบบแผนดีๆ หลายอย่างไว้ให้เช่น การชลประทาน ผังเมือง ความมีระเบียบวินัยตามประสาผู้ดีเก่า แต่ได้ทิ้งระเบิดเวลาไว้ลูกหนึ่งซึ่งกลไกของมันกำลังค่อยๆ ทำงาน และทำงานอย่างต่อเนื่งเต็มประสิทธิภาพ
• ก่อนปล่อยให้ศรีลังกาคืนสู่อิสระภาพ อังกฤษได้นำชาวทมิฬซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของอินเดียเข้ามาทางเหนือของเกาะ นัยว่าเป็นกรรมกรใช้แรงงาน ตามด้วยพวกมีการศึกษาคราวนี้ให้เหตุผลว่า ใช้งานคุยกันรู้เรื่อง ชาวทมิฬมี 4-5 ล้านคน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู กลับมีบทบาทอำนาจบริหารประเทศ ปล่อยให้ชาวสิงหลซึ่งเป็นเจ้าของแผ่นดินเกิดซึ่งมีถึง 17 ล้านคน และส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธได้แต่ดูผลงานซึ่งอังกฤษทิ้งไว้ เมื่ออังกฤษจำยอมคืนเอกราชให้ศรีลังกาซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวสิงหล กลับมามีอำนาจการปกครองดังเดิมแม้มีคนมากกว่า แต่ความไม่พร้อมในระยะแรกทำให้การถ่ายโอนอำนาจค่อยเป็นค่อยไปจนจัดการปกครองได้สมบูรณ์แบบเต็มที่ในที่สุด

พระพุทธรูปแบบวัชระยาน วัดคงคาราม กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา
วัดคงคาราม ประเทศศรีลังกา
วัดคงคาราม กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา
วัดคงคาราม ประเทศศรีลังกา

วัดคงคาราม ประเทศศรีลังกา

วัดคงคาราม ประเทศศรีลังกา

วัดคงคาราม ประเทศศรีลังกา

วัดคงคาราม ประเทศศรีลังกา
นครโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา
โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา

โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา

โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา

โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา

โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา
ศรีลังกา ทัวร์ศรีลังกา เที่ยวศรีลังกา ประเทศศรีลังกา
• ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศศรีลังกา
ศรีลังกา
• ศรีลังกา ประเทศศรีลังกา เป็นเกาะเล็กๆ รูปร่างคล้ายไข่มุก หรือลูกแพร์ สำหรับคนไทย ศรีลังกาเป็นเหมือนญาติสนิท ช่วยเหลือกันมาตั้งแต่โบราณกาลจวบจนปัจจุบัน
ศรีลังกา
• ตอนที่ 1 ศรีลังกา อนุราธปุระ เจดีย์รุวันเวลิ เจดีย์ถูปาราม ทริปเที่ยวศรีลังกา 5 วัน 4 คืน เก็บรูปและข้อมูลท่องเที่ยวมาฝาก
วัดพระเขี้ยวแก้ว
• วัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ พระเขี้ยวแก้ว เป็นสมบัติอันล้ำค่าสำหรับชาวพุทธศรีลังกา ประดิษฐานอยู่ในผอบและอยู่ในเจดีย์อีก 4 ชั้นที่วัดพระเขี้ยวแก้ว (วัดดาลดา มัลลิกาวะ)
ทัวร์ศรีลังกา
• ตอนที่ 2 ทัวร์ศรีลังกา โปโลนนารุวะ สิกิริยา พระราชวังลอยฟ้า ทริปเที่ยวศรีลังกา 5 วัน 4 คืน เก็บรูปและข้อมูลท่องเที่ยวมาฝาก
ของฝากจากศรีลังกา
• ของฝากจากศรีลังกา ร้านขายของที่ระลึกศรีลังกามีมากมาย เช่น พวงกุญแจ แม็กเน็ท หน้ากาก ผ้าบาติก งานแกะสลักไม้ ใบชา อัญมณีต่างๆ
เที่ยวศรีลังกา
• ตอนที่ 3 เที่ยวศรีลังกา ถ้ำดัมบุลลา เมืองแคนดี้ ระบำศรีลังกา ทริปเที่ยวศรีลังกา 5 วัน 4 คืน เก็บรูปและข้อมูลท่องเที่ยวมาฝาก
ระบำศรีลังกา
• ระบำศรีลังกา เป็นการผสมผสานกันระหว่างระบำพื้นเมืองแบบดั้งเดิมกับระบำร่วมสมัย ซึ่งหาชมทั่วๆ ไปได้ยาก ลีลาท่วงท่าของระบำสะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณของความเป็นศรีลังกา
ประเทศศรีลังกา
• ตอนที่ 4 ประเทศศรีลังกา วัดพระเขี้ยวแก้ว โคลัมโบ วัดคงคาราม ทริปเที่ยวศรีลังกา 5 วัน 4 คืน เก็บรูปและข้อมูลท่องเที่ยวมาฝาก
ทัวร์โปรโมชั่น
โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์
• สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวทางไลน์... @oceansmiletour หรือ โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39
• โปรแกรมทัวร์แนะนำ
ทัวร์ฮานอย ฮาลองเบย์ ซาปา
ทัวร์เส้นทางสายไหม
ทัวร์คานาสือ
ทัวร์นครวัด
• KHM-1 : นครวัด นครธม บันทายสรี พนมกุเลน ล่องเรือโตนเลสาบ
• วันที่ 12 - 14 สิงหาคม 2560
• วันที่ 21 - 23 ตุลาคม 2560
ทัวร์กุ้ยหลิน
ทัวร์พุกาม มัณฑะเลย์
ทัวร์จางเจียเจี้ย
ทัวร์ลาวใต้
ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ง้อไบ้
ทัวร์ดาลัด
ทัวร์จิ่วจ้ายโกว เล่อซาน
ทัวร์ภูฏาน
ทัวร์สะพานจีน-พม่าหลงเจียง
ทัวร์ไหว้พระพิฆเนศ
ทัวร์ตงชวน
ทัวร์เลห์ลาดัก
ทัวร์ศรีลังกา
ทัวร์แคชเมียร์ • INDIA-541 : ทัวร์แคชเมียร์ ศรีนาคา พาฮาลแกม กุลมาร์ค ทะเลสาบดาล
• วันที่ 10 - 14 สิงหาคม 2560
• วันที่ 8 - 12 ก.ย., 19 - 23 ต.ค. 2560
ทัวร์อินเดีย เนปาล • INDIA-15 : ทัวร์อินเดีย เนปาล พุทธคยา ราชคฤห์ กุสินารา ลุมพินี สาวัตถี แม่น้ำคงคา พารานสี (บินตรงพุทธคยา)
• วันที่ 3 - 10 ธันวาคม 2560
• วันที่ 27 ธันวาคม - 3 มกราคม 2561
บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด โทร. 0-2969 3664, 0-2949 5134-39 แฟ็กซ์ 0-2944 0825
เลขที่ 23/121 ซอยนวมินทร์ 161 ถ.นวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 (ใบอนุญาตเลขที่ 11/5028)
เจาะลึก...ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติ กับโอเชี่ยนสไมล์ทัวร์