Maillist - oceansmile.com โอเชี่ยนสไมล์ ทัวร์ บริษัททัวร์
• ใบอนุญาตเลขที่ 11/5028
• ติดต่อเวปมาสเตอร์ •
โทร.089 770 9207 MSN :
gotothailand88@hotmail.com
• สารบัญเว็ป
ทัวร์ : หน้าแรกของเวบ
ทีมงานโอเชี่ยนสไมล์
ทัวร์โปรโมชั่น 2551
โครงการหลวงทั่วไทย
รวมเวปทัวร์ บริษัททัวร์
โรงแรม : รีสอร์ท
บอร์ดรูปท่องเที่ยว  
เพื่อนบ้านของเรา
สมุดเยี่ยมชม 
• ข้อมูลท่องเที่ยวใหม่
• มาดูเจ้าหางแดงแผลงฤทธิ์ โปรดระวังตัวไว้ด้วยครับ
• วิหารคาร์นัก มหาวิหารสี่พันปี
• พีระมิดกีซ่า สฟิงซ์
• แม่น้ำไนล์ โชว์ระบำหน้าท้อง
• อียิปต์
• ฟาโรห์ ตุตันคาเมน
• ทัวร์แม่ฮ่องสอน
• ผีตาโขน
• ดาลัด เมืองแห่งดอกไม้
• อุโมงค์กู่จี เวียดนามใต้
• มุยเน่ ทะเลทรายสีแดง
• นครโฮจิมินห์
• โปรแกรมทัวร์แนะนำ
• TOT 1 : มุกดาหาร - ลาว สะหวันนะเขต – เวียดนาม เว้ ดานัง ฮอยอัน ล่องเรือแม่น้ำหอม วัดเทียนมู่
• LAO 1 : ลาวใต้ ปราสาทวัดพู น้ำตกคอนพะเพ็ง แก่งหลี่ผี น้ำตกตาดผาส้วม
• LAO 2 : หลวงพระบาง วัดเชียงทอง ล่องแม่น้ำโขง ถ้ำติ่ง วังเวียง เวียงจันทน์
• LAO 4 : ทัวร์หลวงพระบาง วัดเชียงทอง ล่องแม่น้ำโขง พระราชวังหลวง
• TOT 18 : สิบสองปันนา – ลาว หลวงน้ำทา - จีน เชียงรุ่ง กาหลั่นป้า สิบสองปันนา (รถโค้ช)
• TOT 9 : เวียดนาม ฮานอย โฮจิมินห์ ฮาลองเบย์   
• KHM 1 : นครวัด นครธม ปราสาทบันทายสรี ล่องโตนเลสาป
• TOT 11 : ลาว สะหวันนะเขต ท่าแขก (คำม่วน) - เวียดนาม ล่องเรือถ้ำฟองยา เว้ วัดเทียนมู่ ฮอยอัน ดานัง ช้อปปิ้ง
• รูปมาฝากจากทริปทัวร์
• ลาวใต้ ปากเซ น้ำตกคอนพะเพ็ง 17-21 ก.ค. 51 : ปุ๋ม
• ฝ่ากระแส...บุกเขมร..ชมนครวัด นครธม 18-20 ก.ค. 51 : แก้ว
• ลาวใต้ ซิปแตก อิอิ 17 - 21 ก.ค. 51 : นักเดินทาง
• ฮานอย ฮาลอง ฮาเฮ 28 - 30 มิ.ย. 51 : นักเดินทาง
• รูป อียิปต์ ปิรามิดกีซ่า สุสานฟาโรห์ 17-22 มิ.ย. 51 : Mr.โจ้
• ปักกิ่ง กำแพงเมืองจีน 23-27 มิ.ย. 51 : เล็ก
• บอร์ดรวมรูปทริปวันวาน
(รวมรูปทริปต่างๆที่ผ่านมา..)
 
• อยากชวนเพื่อนๆ ร่วมโหวตกับสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ทางด้านธรรมชาติ สำหรับประเทศไทย ได้รับเข้าไปเสนอชื่อ 3 สถานที่ คือเขาใหญ่ เกาะพีพี และอ่าวพังงา ร่วมด้วยช่วยกันนะครับ
• แนะนำที่พัก
• สวนเรือนแก้ว รีสอร์ท
บริการนำเที่ยว อุ้มผาง ล่องแก่ง น้ำตกทีลอซู
• มุมโฆษณา

• รถเช่า รถตู้ รถบัสปรับอากาศ •
บริการรถตู้ รถบัส ให้เช่า
ข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่
ประวัติเชียงใหม่ : ประวัติศาสตร์เชียงใหม่
ประวัติศาสตร์ดินแดนล้านนา : เมืองเชียงใหม่
• ดินแดนล้านนา หมายถึง อาณาบริเวณที่ประกอบด้วยเมืองกลุ่มหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กันทางเครือญาติหรือทางวัฒนธรรม ในอดีต รัฐโบราณไม่มีอาณาเขตชัดเจน แต่ในสมัยที่อาณาจักรล้านนาเจริญรุ่งเรือง เคยมีอิทธิพลแผ่ออกไปอย่างกว้างขวาง ไปถึงดินแดนเชียงรุ่ง สิบสองพันนา และรัฐชานตอนใต้ สำหรับดินแดนที่สำคัญของล้านนาอยู่ในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ประกอบด้วยเมืองใหญ่น้อย แบ่งตามสภาพภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ออกเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มเมืองล้านนาตะวันตก ซึ่งเป็นแกนสำคัญมี เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา เมืองด้านล้านนาตะวันตกนี้มีความสัมพันธ์ ร่วมกันมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์มังรายตอนต้น ส่วนกลุ่มล้านนาตะวันออก มีเมืองแพร่และเมืองน่าน ทั้งสองเมืองมีประวัติความเป็นมาคล้ายกันคือ ในสมัยแรกเริ่ม ต่างมีฐานะเป็นรัฐอิสระ มีราชวงศ์ของตนเอง มีความใกล้ชิดกับ อาณาจักรสุโขทัย และรัฐอาณาจักรล้านนา เพิ่งผนวกเอา ดินแดนแพร่และน่านได้ในสมัยพระเจ้าติโลกราชและอยู่ในอาณาจักรล้านนาได้ไม่นานนัก อาณาจักรล้านนาก็ล่มสลายลง ในสมัยพม่าปกครองก็ใช้วิธีแบ่งแยกเมืองต่าง ๆ ด้วยเหตุผลดังกล่าว การศึกษาประวัติศาสตร์ล้านนา จึงมีศูนย์กลางการ ศึกษาอยู่ที่เชียงใหม่ เมืองหลวงแห่งล้านนา ส่วนเมืองแพร่และน่านมีการกล่าวพาดพิงไปถึงบ้าง
• การก่อสร้างอาณาจักรล้านนา เริ่มในต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๙ เมื่อสถาปนานครเชียงใหม่ พ.ศ.๑๘๓๙ นับถึงปัจจุบันเชียงใหม่มีอายุกว่า ๗๐๐ ปี แล้ว การศึกษาประวัติศาสตร์ล้านนาตามพัฒนาการแบ่งได้ดังนี้
• สมัยแว่นแคว้น-นครรัฐ ก่อนกำเนิดอาณาจักรล้านนาในพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ดินแดนล้านนามีรัฐต่าง ๆ กระจายตามที่ราบระหว่างหุบเขาในภาคเหนือ เช่น แคว้นหริภุญไชยในเขตแม่น้ำปิงตอนบน แคว้นโยนหรือโยนกในเขตที่ราบลุ่มน้ำกก เขลางนครในเขตลุ่มน้ำวัง เมืองแพร่ในเขตลุ่มน้ำยม เมืองปัวในเขตลุ่มน้ำน่าน และเมืองพะเยาในเขตลุ่มน้ำอิง แว่นแคว้น-นครรัฐแต่ละแห่งมีลักษณะการตั้งถิ่นฐานกระจายตัวอยู่ตามที่ราบระหว่างหุบเขา โดยมีเทือกเขาปิดล้อม จากการตั้งถิ่นฐานมาช้านานของรัฐใหญ่น้อยต่าง ๆ ก่อนกำเนิดอาณาจักรล้านนา ทำให้แต่ละรัฐต่างมีประวัติศาสตร์เป็นของตนเอง แคว้นหริภุญไชย ในเขตชุมชน ที่ราบลุ่มน้ำปิงตอนบน เป็นดินแดนที่พัฒนาความเจริญได้ก่อนชุมชนอื่น ๆ ในล้านนา รวมทั้งเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมมาตั้งแต่ต้นพุทธศตรรษที่ ๑๔ ความเจริญของหริภุญไชยเป็นพื้นฐานของอาณาจักรล้านนาที่จะก่อรูปเป็นรัฐอาณาจักร ก่อนกำเนิดรัฐหริภุญไช ในบริเวณแอ่งเชียงใหม่-ลำพูนมีพัฒนาการเป็นรัฐขนาดเล็กหรือรัฐชนเผ่าเกิดขึ้นแล้ว พบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของชนเผ่าโบราณ ๒ กลุ่มคือลัวะ และ เม็ง
   ลัวะ ชาวพื้นเมืองในกลุ่มมอญเขมร ตั้งถิ่นฐานกระจายทั่วไปในภาคเหนือเลยไปถึงเมืองเชียงตุง เมืองยองและ หุบเขาต่าง ๆ ชนเผ่าลัวะมีหลายเผ่า และมีระดับความเจริญแตกต่างกันมาก พวกที่อยู่บริเวณใกล้ที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีการคมนาคมสะดวกจะวิวัฒน์ได้เร็วกว่าพวกที่อยู่ในเขตป่าเขา ชนเผ่าลัวะในแอ่งเชียงใหม่-ลำพูน เป็นชนเก่าแก่ อยู่มาช้านานก่อนที่ชนกลุ่มอื่นจะเข้ามา ในตำนานล้านนากล่าวถึงบริเวณเชิงดอยสุเทพเป็นศูนย์กลางของชนเผ่าลัวะ ชนลัวะจะนับถือดอยสุเทพ เพราะเป็นที่สิงสถิตของผีปู่แสะย่าแสะผีบรรพบุรุษของชาวลัวะ ชาวลัวะนับถือผีปู่แสะย่าแสะ ผู้พิทักษ์ดอยสุเทพ และรักษาเมืองเชียงใหม่ จึงมีพิธีเลี้ยงผีปู่แสะย่าแสะเป็นประจำทุกปี ร่องรอยความเชื่อนี้ยังมีสืบมา ชนเผ่าลัวะในเขตที่ราบลุ่มน้ำปิงมีความเจริญในระดับก่อรูปเป็นรัฐเล็ก ๆ ลักษณะทางสังคมมีความแตกต่าง ระหว่างชนชั้น คือแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ปกครองและกลุ่มสามัญชนหรือไพร่ กลุ่มผู้ปกครองมีหัวหน้าเผ่า ที่สืบเชื้อสายกันต่อมาเรียกว่า ซะมัง
   เรื่องราวการแตกสลายของชนเผ่าลัวะเป็นผลมาจากการขยายความเจริญรุ่งเรืองจากเมืองละโว้มาสู่การสร้างเมืองหริภุญไชย พระนางจามเทวีเสด็จมาครองเมืองหริภุญไชยในบริเวณอิทธิพลของชนเผ่าลัวะ จึงเกิดความขัดแย้ง ระหว่างพระนางจามเทวีกับขุนหลวงวิลังคะ ผลจากการต่อสู้ ขุนหลวงวิลังคะพ่ายแพ้ รัฐชนเผ่า ลัวะเชิงดอยสุเทพ สลายลง สันนิษฐานกันว่า ชนเผ่าลัวะคงกระจัดกระจายไปตามป่าเขาและต่างที่ต่าง ๆ รัฐชนเผ่าลัวะ ยังคงมีในบริเวณชายขอบของแคว้นหริภุญไชย
   เม็ง ชาติพันธุ์มอญโบราณที่ตั้งถิ่นฐานในภาคเหนือมาช้านานแล้ว เป็นกลุ่มเดียวกับมอญในแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลักษณะการตั้งถิ่นฐานมักกระจายอยู่ตามที่ราบลุ่มน้ำปิง จึงพบคำเก่าแก่เรียกแม่น้ำปิงว่า แม่ระมิง หรือแม่น้ำเม็ง หมายถึงแม่น้ำที่มีชาวเม็งอาศัยอยู่ เม็งและลัวะเป็นชนเผ่าโบราณที่เคยอยู่ในที่ราบลุ่มน้ำปิงด้วยกัน เม็ง มีปริมาณประชากรน้อยกว่าลัวะ ลัวะและเม็งมีลักษณะต่างคนต่างอยู่ไม่ใกล้ชิดกัน แต่ก็ยอมรับความเป็นชนต่างชาติพันธุ์ เม็งค่อย ๆ หายไปจากดินแดนล้านนา คงเหลือร่องรอยหมู่บ้านเม็งเก่าแก่ไม่กี่แห่ง เพราะได้รับการผสมกลมกลืนให้เป็นคนไทยเช่นเดียวกับชนเผ่าลัวะและชนเผ่าอื่นๆ
• ล้านนาสมัยรัฐอาณาจักร สมัยราชวงศ์มังราย พ.ศ.๑๘๐๔-๒๑๐๑ ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ดินแดนล้านนาได้พัฒนาการการปกครอง จากแว่นแคว้น-นครรัฐมาสู่รัฐแบบอาณาจักร มีเชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง รัฐแบบอาณาจักรสถาปนาอำนาจโดยรวบรวมแว่นแคว้น-นครรัฐมาไว้ด้วยกัน ในพุทธศตวรรษที่ ๑๙ เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือการสลายตัวของรัฐโบราณที่เคยรุ่งเรืองมาก่อน ดังเช่น กัมพูชา ทวารวดี หริภุญไชย และพุกาม การเสื่อมสลายของรัฐโบราณเปิดโอกาสให้เกิดการสถาปนาอาณาจักรใหม่ ของชนชาติไทยที่ผู้นำใช้ภาษาและวัฒนธรรมไทย อาณาจักรใหม่ที่เกิดในพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ที่สำคัญคือ ล้านนา สุโขทัย และอยุธยา อาณาจักรทั้งสามมีความเชื่อในพระพุทธศาสนาแบบเถรวาทนิกายลังกาวงศ์เช่นเดียวกัน ความเชื่อดังกล่าวสร้างความสัมพันธ์ต่อกัน ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมการแข่งสร้างบุญบารมีของกษัตริย์ จึงนำไปสู่การทำสงครามระหว่างอาณาจักร รัฐสุโขทัยสลายลงก่อน โดยถูกผนวกกับอยุธยา หลังจากนั้น สงครามระหว่างอยุธยาและล้านนามีอย่างต่อเนื่อง สงครามครั้งสำคัญอยู่ใน สมัยของ พระเจ้าติโลกราช และพระบรมไตรโลกนาถ ประวัติศาสตร์ล้านนาในสมัยรัฐอาณาจักรแบ่งตามพัฒนาการ เป็น ๓ สมัย คือ สมัยสร้างอาณาจักร สมัยอาณาจักรเจริญรุ่งเรือง สมัยเสื่อมและการล่มสลายท สมัยสร้างอาณาจักร (พ.ศ. ๑๘๘๓๙-๑๘๙๘) การก่อตั้งอาณาจักรล้านนาเป็นผลจากการรวมแคว้นหริภุญไชยกับแคว้นโยน ในสมัยของพระยามังรายปฐมกษัติรย์ แล้วสถาปนาเมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง การก่อตั้งเมืองเชียงใหม่หรือนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ ใน พ.ศ. ๑๘๓๙ มีเป้าหมายเพื่อให้เป็นสถาบันทางการเมืองที่มีความสืบเนื่อง ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางอาณาจักรล้านนา ทั้งทางการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคมและ วัฒนธรรม ด้วยเหตุนี้จึงให้ความสำคัญต่อเมืองเชียงใหม่เป็นพิเศษ นับตั้งแต่พยายามเลือกทำเลที่ตั้ง การวางผังเมือง และการสร้างสิทธิธรรม เชียงใหม่จึงเป็นศูนย์กลางความเจริญในภาคเหนือสืบมาถึงปัจจุบัน การสร้างเมืองเชียงใหม่ พระยามังรายเชิญพระยางำเมืองและพ่อขุนรามคำแหงมาร่วมกันพิจารณาทำเลที่ตั้ง พระยาทั้งสองก็เห็นด้วย และช่วยดูแลการสร้างเมืองเชียงใหม่ ด้วยเหตุที่พ่อขุนรามคำแหงมาร่วมสร้างเมืองเชียงใหม่ ทำให้ผังเมือง เชียงใหม่ได้รับอิทธิพลจากสุโขทัย เมื่อแรกสร้างกำแพงเมืองมีขนาดกว้าง ๙๐๐ วา ยาว ๑,๐๐๐ วา และขุดคูน้ำกว้าง ๙ วา กำแพงเมืองเชียงใหม่ปรับเปลี่ยนไปตามกาลสมัย ปัจจุบันเป็นรูปสี่เหลี่ยมยาวด้านละ ๑,๖๐๐ เมตร ท สมัยอาณาจักรล้านนาเจริญรุ่งเรือง (พ.ศ. ๑๘๙๘-๒๐๖๘) ในราวกลางราชวงศ์มังราย นับแต่สมัยพระยากือนา เป็นต้นมา อาณาจักรล้านนาเจริญขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเจริญสูงสุดในสมัยพระเจ้าติโลกราชและพระยาแก้วหรือพระเมืองแก้ว ซึ่งถือเป็นยุคทอง หลังจากนั้นอาณาจักรล้านนาก็เริ่มเสื่อมลง โดยกล่าวได้ถึงความเจริญเป็นประเด็นได้คือความเจริญทางพุทธศาสนา ในยุครุ่งเรือง ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ได้สร้างวัดเป็นศูนย์กลางชุมชน เขตเมืองเชียงใหม่มีวัดนับร้อยแห่ง ปริมาณวัดที่มากมายในยุครุ่งเรืองนั้นมีร่องรอยปรากฏเป็นวัดร้างมากมายในปัจจุบัน ความเจริญในพุทธศาสนา ยังได้สร้างถาวรวัตถุในพุทธศาสนาซึ่งมีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมล้านนา วัดสำคัญได้แก่ วัดเจ็ดยอด วัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ วัดสวนดอก วัดบุพพาราม เป็นต้น การสร้างวัดมากมายนอกจากแสดงความเจริญในพระพุทธศาสนาแล้ว ยังสะท้อนความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของล้านนาในยุครุ่งเรืองด้วยความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ร่วมไปกับความเจริญรุ่งเรืองโดยรวมของรัฐ เพราะพบว่านับตั้งแต่สมัยพระญากือนาเป็นต้นมา การค้าระหว่างรัฐมีเครือข่ายกว้างขวาง มีพ่อค้าจากเมืองเชียงใหม่ ไปค้าขายถึงเมืองพุกาม ในยุคนั้นเมืองเชียงใหม่มีฐานะเป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญ เพราะเป็นเมืองผ่าน ไปยังทางใต้และทางตะวันตก จึงมีพ่อค้าจากทุกทิศมาค้าขายที่เชียงใหม่ ทั้งเงี้ยว ม่าน เม็ง ไทย ฮ่อ กุลา สินค้าออกเชียงใหม่สู่ตลาดนานาชาติคือของป่า เมืองเชียงใหม่ทำหน้ารวบรวมสินค้าของป่าจากเมืองต่าง ๆ ทางตอนบน แล้วส่งไปขายยังเมืองท่าทางตอนล่างในดินแดนกรุงศรีอยุธยาและหัวเมืองมอญ กษัตริย์มีบทบาทการค้าของป่า โดยอาศัยการเก็บส่วยจากไพร่และให้เจ้าเมืองต่าง ๆ ในอาณาจักรส่งส่วยให้ราชธานี จึงออกกฎหมาย บังคับให้ทุกคนในอาณาจักรนำส่วยสินค้าของป่ามาถวาย รูปแบบการค้าของป่า กษัตริย์จะส่งข้าหลวงกำกับดูแล สินค้าชนิดต่าง ๆ มีการพบตำแหน่ง "แสนน้ำผึ้ง" ซึ่งเป็นข้าหลวงที่ดูแลการค้าส่วยน้ำผึ้ง และมีพ่อค้าจากอยุธยาเดินทางเข้าซื้อสินค้าในเมืองฮอด กำลังทหารที่เข้มแข็ง ในยุคที่อาณาจักรล้านนาเจริญรุ่งเรือง รัฐมีความเจริญทางการค้ามากและสภาพเศรษฐกิจดี จึงมีกองกำลังที่เข้มแข็ง ดังพบว่า ในยุคนี้อาณาจักรล้านนามีอำนาจสูงได้แผ่อิทธิพลออกไปอย่าง กว้างขวาง เช่น เมืองเชียงตุง เมืองเชียงรุ่ง เมืองยอง เมืองนาย เมืองน่าน และยังขยายอำนาจลงสู่ชายขอบ รัฐอยุธยา โดยทำสงครามติดต่อกันหลายปีระหว่างพระเจ้าติโลกราชและพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งในครั้งนั้น ล้านนาสามารถยึดครองเมืองศรีสัชนาลัยได้ ท สมัยเสื่อมและอาณาจักรล้านนาล่มสลาย (พ.ศ.๒๐๖๘-๒๑๐๑) เกิดขึ้นในช่วงปลายสมัยราชวงศ์มังราย นับตั้งแต่พระญาเกศเชษฐราชขึ้นครองราชย์ จนกระทั่งตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าใน ช่วงเวลา ๓๓ ปี ในช่วงเวลานั้นมีระยะหนึ่งที่ว่างเว้นไม่มีกษัตริย์ปกครองถึง ๔ ปี เพราะขุนนางขัดแย้งกันเอง ตกลงไม่ได้ว่าจะให้ใครเป็นกษัตริย์ การสิ้นรัชสมัยของกษัตริย์เกิดจากขุนนางจัดการปลงพระชนม์ หรือขุนนางปลดกษัตริย์ หรือกษัตริย์สละราชสมบัติ นอกจากนี้ ปัจจัยความเสื่อมสลาย ยังเกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างของรัฐในหุบเขา ที่ทำให้เมืองต่าง ๆ ในอาณาจักรมีโอกาสแยกตัวเป็นอิสระ ในระยะแรก เมืองราชธานีจึงพยายามสร้างเสถียรภาพให้ศูนย์กลางมีความเข้มแข็งตลอดมา โดยกษัตริย์อาศัยการสร้างสายสัมพันธ์กับเจ้าเมืองต่าง ๆ ในระบบเครือญาติ อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐขยายขึ้น จำเป็นต้องสร้างระบบราชการที่มีประสิทธิภาพแทนที่ระบบเครือญาติ แต่อาณาจักรล้านนาสถาปนาระบบราชการไม่ได้ รัฐจึงอ่อนแอและเสื่อมสลายลง
• ล้านนาสมัยพม่าปกครอง (พ.ศ.๒๑๐๑-๒๓๑๗) นับเป็นยุคแห่งความอ่อนแอของล้านนา ในช่วงเวลาดังกล่าวส่วนใหญ่พม่าปกครอง แต่จะมีบางช่วง ที่อยุธยายกทัพ ขึ้นมายึดเชียงใหม่ได้ เช่น สมัยพระนเรศวรและสมัยพระนารายณ์ นอกจากนั้นมีบางช่วงที่เชียงใหม่ และเมืองต่าง ๆ แยกเป็นรัฐอิสระ เช่น ช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๓ ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๔ เนื่องจากเป็นช่วงที่พม่า ประสบปัญหา การเมืองภายใน เมื่อพม่าแก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้วจะยกทัพมาปราบล้านนา ดังนั้นอำนาจพม่าในล้านนาจึงไม่สม่ำเสมอ ล้านนาตกเป็นเมืองขึ้นพม่าตั้งแต่สมัยพระเจ้าบุเรงนอง(พ.ศ.๒๑๐๑) จนถึง พ.ศ.๒๓๑๗ สมัยพระเจ้าตากสิน ล้านนาจึงตกเป็นเมืองประเทศราชสยาม ล้านนาในสมัยพม่าปกครองเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานถึง ๒๑๖ ปี นโยบายของพม่าที่ปกครองล้านนาได้ปรับเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขการเมืองภายในของพม่าและ ปรับตามสภาพการเมืองในท้องถิ่นล้านนา
• ล้านนาสมัยเป็นเมืองประเทศราชของไทย (พ.ศ. ๒๓๑๗-๒๔๒๗) หลังจากเสร็จสงครามขับไล่พม่าออกจากเชียงใหม่ พ.ศ.๒๓๑๗ แล้ว พระเจ้าตากสิน ทรงตอบแทนความดีความชอบ โดยโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระญาจ่าบ้าน(บุญมา) เป็นพระยาวิเชียรปราการครองเมืองเชียงใหม่ พระเจ้ากาวิละครองเมืองลำปาง และทรงมอบอาญาสิทธิ์แก่เจ้าเมืองทั้งสองให้ปกครองบ้านเมืองตามธรรมเนียมเดิมของล้านนา อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายสมัยธนบุรี พม่ายังคงพยายามกลับมายึดเชียงใหม่อีกหลายครั้ง ซึ่งพระญาจ่าบ้าน ป้องกันเมืองเชียงใหม่อย่างเข้มแข็ง แต่ด้วยผู้คนมีอยู่น้อยและกำลังอดอยาก จึงต้องถอยไปตั้งมั่นที่ท่าวังพร้าวและลำปาง จากนั้นจึงกลับไปที่เชียงใหม่เมื่อพม่ายกทัพกลับ การณ์เป็นไปในเช่นนี้ระยะเวลาหนึ่ง เมื่อพระญาจ่าบ้านเสียชีวิตลง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพระเจ้ากาวิละเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่แทน พระเจ้ากาวิละเริ่มตั้งมั่นที่เวียงป่าซางในพ.ศ. ๒๓๒๕ ก่อน จากนั้นจึงเข้าตั้งเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. ๒๓๓๙ ซึ่งเป็นปีที่เชียงใหม่มีอายุครบ 500 ปี อิทธิพลของพม่าในล้านนาถือว่าได้สิ้นสุดลงในสงครามขับไล่พม่า พงศ. ๒๓๔๗ โดยกองทัพชาวล้านนาร่วมกับกองทัพไทยยกไปตีเมืองเชียงแสนที่มั่นของพม่าได้สำเร็จ พระเจ้ากาวิละจึงได้ฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่โดยรวบรวมพลเมืองเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองเชียงใหม่ โดยใช้วิธีการกวาดต้อนชาวเมืองที่หลบหนีเข้าป่า และกวาดต้อนผู้คนจากสิบสองพันนาและรัฐชานมาเชียงใหม่ เชียงใหม่จึงพ้นจากสภาพเมืองร้างและยังได้ขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง จากนั้นพระเจ้ากาวิละ ได้ฟื้นฟูเชียงใหม่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ราชประเพณี โดยกระทำพิธีราชาภิเษกสถาปนาราชวงศ์เจ้าเจ็ดตนในลักษณะ เดียวกับราชวงศ์มังราย การสร้างกำแพงเมืองขึ้นใหม่ การสร้างอนุสาวรีย์ช้างเผือก และการทำนุบำรุงพุทธศาสนา เป็นต้น เชียงใหม่ในสมัยพระเจ้ากาวิละจึงมีความเจริญมั่นคงเป็นปึกแผ่น และเป็นศูนย์กลางของล้านนาที่เข้มแข็ง หลังจากสมัยพระเจ้ากาวิละแล้วก็มีเจ้าเมืองปกครองต่อมา รวมทั้งสิ้นราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน มี ๙ องค์ นโยบายและวิธีการปกครองดินแดนหัวเมืองประเทศราชล้านนา ประกอบด้วย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ และน่านมีลักษณะระมัดระวัง ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่ล้านนาเคยอยู่ภายใต้การปกครองของพม่า ถึงสองร้อยกว่าปีย่อมมีความใกล้ชิดกับพม่ามาก รัฐบาลกลางที่กรุงเทพฯ เกรงว่าล้านนาจะหันกลับไปหาพม่า และในขณะเดียวกันพม่าก็พยายามแย่งชิงล้านนากลับคืนไปอีก รัฐบาลกลางจึงปกครองล้านนา โดยไม่เข้าไปกดขี่อย่างที่พม่าเคยทำกับล้านนา แต่กลับใช้วิธีการปกครองแบบผูกใจเจ้านายเมืองเหนือ โดยยอมผ่อนผันให้เจ้าเมืองมีอิสระในการปกครองภายใน เศรษฐกิจ การศาล การต่างประเทศ และขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดจนยกย่องให้เกียรติแก่เจ้าเมืองในโอกาสอันควร การเปลี่ยนแปลงในรูปที่รัฐบาลต้องเข้าไปควบคุมกิจการภายในหัวเมืองประเทศราชล้านนามากขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งในที่สุดก็ผนวกเอาล้านนาเข้าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของไทย เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ ซึ่งเป็นยุคแห่งการปรับปรุงประเทศตามแบบตะวันตก ด้านการปกครองหัวเมือง มีการยกเลิกระบบการปกครอง เมืองประเทศราช ซึ่งเคยปฏิบัติกันมาช้านาน โดยจัดตั้งการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลขึ้นแทน มีข้าหลวงเทศาภิบาลซึ่งรัฐบาลกรุงเทพฯส่งไปปกครองและขึ้นสังกัดกระทรวงมหาดไทย ระบบมณฑลเทศาภิบาลที่จัดตั้งขึ้นจึงเป็นการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาติรัฐซึ่งมีอำนาจรวมศูนย์ ที่องค์พระมหากษัตริย์ การรวมหัวเมืองประเทศราชล้านนาเข้ากับส่วนกลาง รัฐบาลกลางวางเป้าหมายของการปฏิรูปการปกครองเพื่อสร้างเอกภาพแห่งชาติ ซึ่งมีองค์พระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมอำนาจเพียงแห่งเดียว การดำเนินการต้องกระทำ ๒ ประการ คือประการแรก ยกเลิกฐานะหัวเมืองประเทศราชที่เป็นมาแต่เดิม โดยจัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ส่งข้าหลวงมาปกครอง ขณะเดียวกันก็พยายามยกเลิกตำแหน่งเจ้าเมืองเสีย โดยรัฐบาลกลาง ริดรอนอำนาจของเจ้าเมืองอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งในที่สุดตำแหน่งเจ้าเมืองก็สลายตัวไปประการที่สอง การผสมกลมกลืนชาวล้านนาให้มีความรู้สึกเป็นพลเมืองไทยเช่นเดียวกับ พลเรือนส่วนใหญ่ของประเทศ คือให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชนในชาติ ซึ่งแต่เดิมมีความรู้สึกแบ่งแยกเป็นคนละพวก คนทางใต้เข้าใจว่าชาวล้านนาเป็นลาว ไม่ใช่ไทย รัฐบาลกลางใช้วิธีจัดการปฏิรูปการศึกษาโดยจัดระบบโรงเรียนหนังสือไทยแทนการเรียนอักษรพื้นเมืองในวัด และกำหนดให้กุลบุตรกุลธิดาต้องศึกษาเล่าเรียนภาษาไทย ซึ่งประสบผลสำเร็จ ชาวเชียงใหม่และล้านนาต่างถูกผสมกลมกลืนจนมีความรู้สึกเป็นพลเมืองไทย การดำเนินการ มีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านการปกครอง การศาล การภาษีอากร การคลัง การศึกษา การสาธารณสุขและอื่น ๆ โดยจัดเป็นระบบเดียวกับกรุงเทพฯ ในทุกด้าน ระหว่างการปฏิรูปการปกครอง ในช่วง ก่อนจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล (พ.ศ.๒๔๒๗-๒๔๔๒) ตรงกับสมัยพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์ที่ ๗ (พ.ศ. ๒๔๑๖-๒๔๓๙) ซึ่งนับว่าเป็นเจ้าเมืององค์สุดท้ายที่มีอำนาจปกครองบ้านเมือง เพราะเป็นช่วงแรกของการดำเนินงานรัฐบาลกลางมีนโยบายไม่ยกเลิกตำแหน่งเจ้าเมืองในทันที ยังคงใช้ดำรงตำแหน่งอย่างมีเกียรติ แต่ขณะเดียวกันก็พยายามลดอำนาจและผลประโยชน์ทีละน้อย รัฐบาลกลางได้ส่งข้าหลวงจากกรุงเทพฯ ขึ้นมาจัดการปกครองในเมืองเชียงใหม่ ในลักษณะที่ร่วมกันปกครองกับเจ้าเมืองและเจ้านายบุตรหลาน โดยที่ข้าหลวงพยายามแทรกอำนาจลงไปแทนที่ ส่วนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจซึ่งได้แก่รายได้จากการเก็บภาษีอากรส่วนหนึ่งต้องส่งกรุงเทพฯ นอกจากนั้น ป่าไม้ซึ่งแต่เดิมเป็นของเจ้าเมืองและเจ้านายบุตรหลานได้ถูกโอนเป็นของรัฐใน พ.ศ. ๒๔๓๙ ซึ่งเป็นช่วงก่อนการพิราลัยของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ และหลังจากสิ้นสมัยพระเจ้าอินทวิชยานนท์แล้ว รัฐบาลกลางให้เจ้าอุปราชรั้งเมืองอยู่หลายปี จนกระทั่งเห็นว่าให้ความร่วมมือกับรัฐบาลกลางดี จึงมีการแต่งตั้งให้เจ้าอุปราชเป็นเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ เจ้าเมืองเชียงใหม่ องค์ที่ ๘ (พ.ศ. ๒๔๔๔-๒๔๕๒) เมืองเชียงใหม่เติบโตอย่างมากหลังจากนโยบายเมืองหลัก โดยเฉพาะตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.๒๕๓๐ เป็นต้นมา
Untitled Document
ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผชาติล้วนงามตา งามล่ำค่านครพิงค์
ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่    
• เชียงใหม่ สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ แผนที่เชียงใหม่ • โครงการหลวง อ่างขาง
• ประวัติเชียงใหม่ : ประวัติศาสตร์เชียงใหม่ • โครงการหลวง แกน้อย
• ข้อมูลท่องเที่ยวรอบเมืองเชียงใหม่ • โครงการหลวง ขุนแปะ
• อ.จอมทอง อ.แม่แจ่ม อ.ฮอด อ.อมก๋อย • โครงการหลวง ขุนวาง
• อ.เชียงดาว : อ.ฝาง : อ.แม่อาย • โครงการหลวง อินทนนท์
• อ.แม่ริม : อ.แม่สะเมิง : อ.เวียงแหง • โครงการหลวง ทุ่งเริง
• อ.พร้าว : อ.สันกำแพง • โครงการหลวง ทุ่งเรา
• งานประเพณี : ช้อปปิ้ง - ของฝาก • โครงการหลวง ทุ่งหลวง
• กิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ • โครงการหลวง ตีนตก
• โรงแรมเชียงใหม่ รวมเวบไซด์โรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ • โครงการหลวง ม่อนเงาะ
• ภัตตาคาร - ร้านอาหาร • โครงการหลวง แม่แฮ
• ดอยสุเทพ พระธาตุดอยสุเทพ : พระธาตุประจำปีเกิด • โครงการหลวง แม่หลอด
• พระธาตุจอมทอง : พระธาตุประจำปีเกิด • โครงการหลวง แม่แพะ
• พระตำหนักดาราภิรมย์ • โครงการหลวง แม่สาใหม่
• เวียงกุมกาม : มหานครใต้พิภพ • โครงการหลวง แม่สะป๊อก
• ประวัติครูบาศรีวิชัย : นักบุญแห่งล้านนา • โครงการหลวง แม่ทาเหนือ
• อุทยานแห่งชาติ ห้วยน้ำดัง • โครงการหลวง แม่โถ
• อุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ • โครงการหลวง หนองหอย
• อุทยานแห่งชาติ แม่ฝาง • โครงการหลวง หนองเขียว
• อุทยานแห่งชาติ แม่ตะไคร้ • โครงการหลวง ห้วยลึก
• อุทยานแห่งชาติ ออบขาน • โครงการหลวง ห้วยส้มป่อย
• อุทยานแห่งชาติ ดอยเวียงผา • โครงการหลวง ห้วยเสี้ยว
• อุทยานแห่งชาติ เชียงดาว • โครงการหลวง หมอกจ๋าม
• อุทยานแห่งชาติ แม่โถ • โครงการหลวง ปางอุ๋ง
• อุทยานแห่งชาติ ศรีล้านนา • โครงการหลวง ป่าเมี่ยง
• อุทยานแห่งชาติ ดอยสุเทพ • โครงการหลวง วัดจันทร์
• อุทยานแห่งชาติ ขุนขาน • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เชียงดาว
• อุทยานแห่งชาติ ออบหลวง • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แม่เลา-แม่แสะ
• อุทยานแห่งชาติ แม่วาง • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อมก๋อย
• วนอุทยาน น้ำตกบัวตองและน้ำพุเจ็ดสี •
Untitled Document
ทัวร์โปรโมชั่นต่างประเทศ ปี 2551 (ดูรายละเอียดทัวร์ คลิ๊กที่โปรแกรมทัวร์ครับ)
• LAO 1 : ลาวใต้ ปากเซ ปราสาทหินวัดพู น้ำตกคอนพะเพ็ง แก่งหลี่ผี น้ำตกตาดฟาน น้ำตกตาดผาส้วม อุบลราชธานี
• วันเดินทาง 22 - 26 ต.ค., 4 - 8 ธ.ค. 51 : ท่านละ 6,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
• วันเดินทาง 30 ธ.ค. - 3 ม.ค. 52 : ท่านละ 6,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
• LAO 2 : หลวงพระบาง วัดเชียงทอง พระราชวังหลวง ล่องแม่น้ำโขง ถ้ำติ่ง วังเวียง เวียงจันทน์
• วันเดินทาง 23 - 26 ตุลาคม 2551 : ท่านละ 17,900.-บาท
• วันเดินทาง 5 - 8 ธันวาคม 2551 : ท่านละ 17,900.-บาท
• LAO 4 : ทัวร์หลวงพระบาง พระราชวังหลวง วัดเชียงทอง บ้านซ่างไห ล่องแม่น้ำโขง ถ้ำติ่ง น้ำตกตาดกวางสี พระธาตุพูสี (เครื่องบิน 3 วัน 2คืน)
• ราคาโปรโมชั่น กรุ๊ปเหมา ท่านละ 13,900.-บาท 
(เครื่องบิน)
• TOT 1 : มุกดาหาร - ลาว สะหวันนะเขต – เวียตนาม เว้ ดานัง ฮอยอัน ล่องเรือ วัดเทียนมู่ (รถ 6 วัน 5 คืน) 
• วันเดินทาง 22 - 27 ตุลาคม 51 : ท่านละ 9,900.-บาท (รถบัส 2 ชั้น : เปิดจองแล้ว)
• วันเดินทาง 30 ธ.ค. - 4 มกราคม 2552 : ท่านละ 9,900.-บาท (รถบัส 2 ชั้น : เปิดจองแล้ว)
• TOT 11 : ลาว สะหวันนะเขต ท่าแขก (คำม่วน) - เวียดนาม ล่องเรือถ้ำฟองยา เว้ วัดเทียนมู่ ฮอยอัน ดานัง ช้อปปิ้ง  
• วันเดินทาง 22 - 26 ตุลาคม 2551 : ท่านละ 13,900.-บาท (เครื่องบิน : เปิดจองแล้ว)
• TOT 8 : สิบสองปันนา – ลาว หลวงน้ำทา - จีน เชียงรุ่ง กาหลั่นป้า สิบสองปันนา โชว์เมืองพาราณสี
• วันเดินทาง 22 - 26 ตุลาคม 2551 : ท่านละ 15,900.-บาท (เครื่องบิน) 
• TOT 18 : สิบสองปันนา – ลาว หลวงน้ำทา - จีน เชียงรุ่ง กาหลั่นป้า สิบสองปันนา โชว์เมืองพาราณสี
• วันเดินทาง 22 - 27 ตุลาคม 2551 : ท่านละ 12,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
• วันเดินทาง 4 - 9 ธันวาคม 2551 : ท่านละ 12,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
• วันเดินทาง 30 ธันวาคม - 4 มกราคม 2552 : ท่านละ 13,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
• TOT 9 : เวียดนามเหนือ ฮานอย ล่องอ่าวฮาลองเบย์ หุ่นกระบอกน้ำ สุสานโฮจิมินห์ วิหารวรรณกรรม
• วันเดินทาง 19 - 21 กันยายน 2551 : ท่านละ 11,900.-บาท
• MM 12 : พม่า ย่างกุ้ง สิเรียม เทพทันใจ หงสาวดี พระธาตุมุเตา พระธาตุอินทร์แขวน เจดีย์ชเวดากอง 
  • กรุ๊ป 8 ท่านขึ้นไป ออกเดินทางได้ทุกวัน
• KHM 1 : อลังการ นครวัด นครธม ปราสาทบันทายสรี ล่องโตนเลสาป (รถโค้ช 2 ชั้น)
• วันเดินทาง 24 - 26 ตุลาคม 2551 : ท่านละ 6,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
• วันเดินทาง 5 - 7 ธันวาคม 2551 : ท่านละ 6,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
• วันเดินทาง 31 ธันวาคม - 2 มกราคม 2552 : ท่านละ 6,900.-บาท (เปิดจองแล้ว)
ทัวร์โปรโมชั่นในประเทศ ปี 2551 (ดูรายละเอียดทัวร์ คลิ๊กที่โปรแกรมทัวร์ครับ)
• TAK 1A : อุ้มผาง ล่องแก่ง น้ำตกทีลอซู น้ำตกพาเจริญ (หน้าฝน)  
• กรุ๊ป 8 ท่านขึ้นไป รับที่รีสอร์ท ราคาท่านละ 2,400.-บาท เดินทางได้ทุกวัน
• PHD 1 : พิชิต ภูกระดึง ชม น้ำตก ทุ่งหญ้า ป่าสน ผานกแอ่น ผาหล่มสัก จ.เลย
• วันเดินทาง 22 - 25 ต.ค., 4 - 7 ธ.ค. 2551 : ท่านละ 4,200.-บาท (พักบ้าน : รถตู้)
• วันเดินทาง 30 ธ.ค. - 2 ม.ค. 2552 : ท่านละ 4,200.-บาท (พักบ้าน : รถตู้) 
• MHN 14 : เทศกาลดอกบัวตองบาน ออบหลวง สวนสนบ่อแก้ว ถ้ำแก้วโกมล แม่ฮ่องสอน กะเหรี่ยงคอยาว ปางอุ๋ง ภูโคลน ปาย ถนนคนเดิน ห้วยน้ำดัง โป่งเดือด เวียงกุมกาม พระธาตุหริภุญชัย พระธาตุลำปางหลวง
• วันเดินทาง 6 - 10 พ.ย., 7 - 11 พ.ย., 13 - 17 พ.ย. 51 : ท่านละ 6,400.-บาท (รถตู้)
• วันเดินทาง 14 - 18 พ.ย., 20 - 24 พ.ย. และ 21 - 25 พ.ย. 51 : ท่านละ 6,400.-บาท (รถตู้) 
• MHN 8 : เจาะลึก วงกลมแม่ฮ่องสอน ออบหลวง ถ้ำแก้วโกมล ปางอุ๋ง บ้านรักไทย ล่องเรือแม่น้ำปาย กะเหรี่ยงคอยาว ภูโคลน ถ้ำน้ำลอด ปาย ห้วยน้ำดัง โป่งเดือด เชียงใหม่
• วันเดินทาง 4 - 8 ธันวาคม 2551 : ท่านละ 6,800.-บาท (รถบัส 2 ชั้น)
• วันเดินทาง 30 ธ.ค. - 3 ม.ค. 2552 : ท่านละ 6,800.-บาท (รถบัส 2 ชั้น) 
• NAN 4 : เจาะลึกจังหวัดน่าน อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ผาชู้ เสาดินนาน้อย ดอยภูคา บ่อเกลือ งาช้างดำ วัดภูมินทร์ พระธาตุแช่แห้ง แพร่ แพะเมืองผี พระธาตุช่อแฮ
• วันเดินทาง 4 - 7 ธันวาคม 2551 : ท่านละ 5,600.-บาท (รถตู้)
• วันเดินทาง 30 ธ.ค. - 2 ม.ค. 2552 : ท่านละ 5,600.-บาท (รถตู้) 
• CHR 4 : เชียงราย ดอยตุง สวนดอกไม้ พระธาตุดอยตุง ดอยแม่สลอง สวนส้มธนาธร บ้านท่าตอน ดอยอ่างขาง โครงการหลวง วัดร่องขุ่น ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ดอยผาหม่น น้ำตกภูซาง วัดพระนั่งดิน วัดศรีโคมคำ กว๊านพะเยา
• วันเดินทาง 4 - 8 ธันวาคม 2551 : ท่านละ 6,800.-บาท (รถบัส 2 ชั้น)
• วันเดินทาง 30 ธ.ค. - 3 ม.ค. 2552 : ท่านละ 6,800.-บาท (รถบัส 2 ชั้น) 
• PHR 9 : กล้วยไม้ป่า ภูหลวง - ทะเลหมอก ภูเรือ - พระธาตุศรีสองรัก - ภูหินร่องกล้า - เขาค้อ
• วันเดินทาง 4 - 7 ธันวาคม 2551 : ท่านละ 5,600.-บาท (รถตู้)
• วันเดินทาง 30 ธ.ค. - 2 ม.ค. 2552 : ท่านละ 5,900.-บาท (รถตู้) 
• KRB 2 : อันดามันหรรษา กระบี่ เกาะปอดะ เกาะไก่ เกาะพีพี เกาะไม้ไผ่ ทะเลตรัง เกาะกระดาน เกาะมุก ถ้ำมรกต เกาะเชือก ถ้ำเลเขากอบ สระมรกต น้ำตกร้อน
• วันเดินทาง 4 - 8 ธันวาคม 2551 : ท่านละ 6,800.-บาท (รถบัส 2 ชั้น)
• วันเดินทาง 30 ธ.ค. - 3 ม.ค. 2552 : ท่านละ 6,800.-บาท (รถบัส 2 ชั้น) 
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว : ที่พัก โรงแรม : ร้านอาหาร
• ภาคเหนือ  

: กำแพงเพชร : เชียงใหม่ : เชียงราย : ตาก : น่าน : นครสวรรค์ : พิษณุโลก : พะเยา : เพชรบูรณ์ : แพร่ : พิจิตร
: แม่ฮ่องสอน : ลำพูน : ลำปาง : สุโขทัย : อุตรดิตถ์

• ภาคอีสาน   : กาฬสินธุ์ : ขอนแก่น : ชัยภูมิ : นครราชสีมา : นครพนม : บุรีรัมย์ : มหาสารคาม : มุกดาหาร : ยโสธร : ร้อยเอ็ด
: เลย : ศรีสะเกษ : สกลนคร : สุรินทร์ : หนองคาย : หนองบัวลำภู : อุบลราชธานี : อุดรธานี : อำนาจเจริญ
 
• ภาคกลาง   : กาญจนบุรี : ฉะเชิงเทรา : ชัยนาท : นนทบุรี : นครปฐม : นครนายกประจวบคีรีขันธ์ : ปทุมธานี : ปราจีนบุรี
: เพชรบุรี : ราชบุรี : ลพบุรี : สิงห์บุรี : สุพรรณบุรี : สมุทรสาคร : สมุทรสงคราม : สมุทรปราการ : สระแก้ว : สระบุรี
: อยุธยา : อ่างทอง : อุทัยธานี
 
• ภาคใต้   : กระบี่ : ชุมพร : ตรัง : นครศรีธรรมราช : นราธิวาส : ปัตตานี : พังงา : พัทลุง : ภูเก็ต : ยะลา : ระนอง : สตูล
: สงขลา : สุราษฎร์ธานี : เกาะเต่า เกาะนางยวน
 
• ภาคตะวันออก  : ชลบุรี : ระยอง : จันทบุรี : ตราด 
• เที่ยวต่างประเทศ : ลาว : พม่า : กัมพูชา : สิบสองปันนา : เวียดนาม : อียิปต์
• แหล่งท่องเที่ยว : ภูชี้ฟ้า : ปางอุ๋ง : ดอยภูคา : ดอยอ่างขาง : ห้วยน้ำดัง : ดอยเสมอดาว : ภูกระดึง : ภูทับเบิก : ถ้ำมรกต : เกาะไม้ไผ่
: สระมรกต : น้ำตกทีลอซู : เขมร นครวัด : หลวงพระบาง : ฮานอย : อ่าวฮาลองเบย์ : สิบสองปันนา

บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ จำกัด โทร : 02 - 949 7712, 02 - 969 3664 - 5  แฟ็กซ์ : 02 - 944 0825  ::  ::
เลขที่  23/15  ซอยนวมินทร์ 161 ถนนนวมินทร์  แขวงคลองกุ่ม  เขตบึงกุ่ม  กรุงเทพฯ  10230

เจาะลึก...ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติ...กับโอเชี่ยนสไมล์ทัวร์